ระดมทุนซื้อหนังสือ : คอลัมน์ โลกสองวัย

“40 ปี มติชน ฟื้นฟูการอ่าน ระดมทุนซื้อหนังสือช่วยห้องสมุดโรงเรียนใต้” แจ้งความการรับบริจาคทุนเนื่องในโอกาส “40 ปี มติชน คุมเข้มเต็มคุณภาพ” เป็นโอกาสสำคัญที่หนังสือพิมพ์มติชนขึ้นสู่ปีที่ 40 เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 มีผู้ร่วมบริจาคสมทบโครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำคูคลอง” กว่า 2 ล้านบาท ทั้งยังมีผู้ทยอยบริจาคอีกไม่น้อย หลายปีที่ผ่านมา ทุกวันขึ้นสู่รอบปีของหนังสือพิมพ์มติชน 9 มกราคม บรรดาผู้มีอุปการคุณและผู้อ่านต่างมาแสดงความยินดีในโอกาสขึ้นสู่รอบปีใหม่ ทั้งที่หลายปี พวกเราขอเปลี่ยนจากกระเช้าดอกไม้และสิ่งของที่บรรดาท่านทั้งหลายนำมาแสดงความยินดีเป็นน้ำใจเพียงพอแล้ว หากจะบริจาคเป็นเงินสมทบทุนก็ยินดี กระนั้น หลายท่านไม่เพียงแต่ยินดีด้วยกระเช้าดอกไม้ ผลไม้ และสิ่งของ ยังร่วมสมทบทุนในแต่ละปีเป็นจำนวนมากประจำ เช่นเดียวกับเมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา หลายปีที่ผ่านมา เงินที่ท่านทั้งหลายบริจาค “มติชน” นำเข้าบัญชี มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และมูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ ในกองทุน “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำคูคลอง” เพื่อนำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังแจ้งไว้เมื่อวานนี้ ครั้งนี้ […]

ตลาดกล้วยโกอินเตอร์ เกษตรกรโค่นสวนยางปลูกกล้วย เปิดตลาดมาเลเซีย

ปัญหาเดิมๆ ที่เกษตรกรต้องพบเจอเสมอคือผลผลิตล้นตลาด ราคาตกต่ำ หากมีลู่ทางทำตลาดในผลผลิตชนิดอื่น ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจหากจะเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น กิตินัน นุ้ยเด็น เกษตรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงการเกษตร ที่ไร่ อ.การเกษตร (สามพี่น้อง) ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล จัดเป็นกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ จากสวนยางพาราที่มีอายุเกิน 25 ปี มาเป็นไร่กล้วยหอมและกล้วยไข่ สร้างรายได้อย่างงาม อีกทั้งเป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย มีการสั่งเข้าไปขายเป็นจำนวนมาก หลังจบปริญญาตรี การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กิตินันเลือกที่จะใช้ชีวิตหลังการเรียนจบการศึกษาด้วยการทำการเกษตรแบบเต็มรูปแบบร่วม 3 ปี บนพื้นฐานรายได้เฉลี่ยเดือนละ 30,000-50,000 บาท จากการศึกษาหาความรู้ ลงมือทำ จนประสบความสำเร็จ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีความสุข กับไร่มะละกอ และไร่กล้วย พืชเศรษฐกิจที่มีการบริหารจัดการจนอยู่ระดับแนวหน้าของจังหวัด นับเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราเป็นไร่กล้วยไข่ที่มีผลผลิตออกจำหน่ายสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รายได้งาม “ผมตัดสินใจโค่นต้นยางพาราซึ่งแก่มากและราคามีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา เริ่มแรกหันมาทำไร่มะละกอซึ่งการดูแลค่อนข้างจะยากกว่า หากเทียบกับการปลูกกล้วย โดยตนได้ลงกล้วย 2,000 ต้น และตั้งเป้าหมายว่าจะลง 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ที่เหลือเป็นยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน แม้มะละกอจะราคาจะดีกว่า แต่กล้วยมีตลาดที่กว้างกว่า […]

ชีวิตที่บ้าน ‘อาจารย์ฝรั่ง’ เปิดบ้านหลังแรก ‘ศิลป์ พีระศรี’

ใบหน้าอันเป็นที่คุ้นตาในแวดวงศิลปะ อาจารย์ศิลปะผู้วางรากฐานวงการศิลปะไทยสมัยใหม่ สร้างผลงานประติมากรรมสำคัญระดับชาติและร่วมก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรมซึ่งต่อมา คือ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับการยกย่องเสมอมาจนคล้ายกลายเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) ศิลปินชาวอิตาลีหรือที่ลูกศิษย์รุ่นแรกๆ เรียกกันว่า “อาจารย์ฝรั่ง” ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อไทยว่า “ศิลป์ พีระศรี” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองจากภัยสงคราม เข้ามารับราชการในประเทศไทยปี พ.ศ.2466 สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นช่างปั้นประจำกรมศิลปากร กระทรวงวัง ด้วยเงินเดือน 800 บาท โดยรัฐบาลสยามได้เตรียมบ้านและจ่ายค่าเช่าให้ต่างหากทุกเดือนแยกออกจากเงินเดือน บ้านหลังแรกในเมืองไทยนี้อาจารย์ศิลป์พำนักอยู่ราว 8 ปี พร้อมภรรยาและลูกน้อย 2 คน อีกทั้งยังมีแม่บ้าน ผู้ช่วยแม่บ้าน คนเลี้ยงเด็ก คนขับรถ และสุนัข แม้จะเคยมีการบันทึกไว้ก่อนว่าบ้านหลังนี้อยู่ที่ใดแต่ไม่มีใครตามหาจริงจังว่าแท้จริงแล้วตั้งอยู่พิกัดใดแน่ เมื่อไม่นานมานี้ลูกศิษย์อาจารย์ศิลป์ได้พบบ้านหลังแรกที่อาจารย์ศิลป์เคยอยู่และเผยแพร่ภาพผ่านโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่สนใจและมีการจัดงานเปิดบ้านให้ผู้คนได้เข้าชมอย่างเป็นทางการ ในรั้วบ้านพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ ตำแหน่งที่ตั้งของบ้านหลังที่กล่าวถึงนี้อยู่ใกล้สะพานซังฮี้ ตั้งอยู่ภายใน สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ปลูกอยู่ติดรั้วชนิดที่มองจากถนนก็เห็นตัวบ้านชัดเจน ที่ดินผืนนี้เดิมเป็นบ้านของ พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินปลายถนนราชวิถีและเงิน 300 ชั่งให้สร้างบ้านพักอาศัย พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ เดิมชื่อ […]

คอลัมน์โลกสองวัย : แบ่งปันความรู้

“แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำคูคลอง” คือนโยบายของท่านประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขรรค์ชัย บุนปาน ที่ตกผลึกมาจากการปฏิสังขรณ์วัดวาอารามโบสถ์วิหาร นับแต่ปีเริ่มก่อตั้งหนังสือพิมพ์รายวัน มติชน 9 มกราคม 2521 เป็นต้นมา ที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา ครั้งหลังสุดที่บูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่นานนับปี คือศาลาการเปรียญไม้สักทองสลักทั้งหลังที่วัดบางประทุนใน หรือวัดแก้วไพฑูรย์ บางขุนเทียน เป็นศาลาการเปรียญไม้สักทองทั้งหลังแกะสลักสวยงามหลังเดียวที่ยังเหลืออยู่ และครั้งสุดท้าย (อีกครั้ง) คือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลาท่าน้ำที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามตามรูปแบบของเดิมที่วัดนางนอง ริมคลองด่าน หรือคลองบางขุนเทียน พร้อมศาลาเก๋งจีนสองหลังข้างศาลาท่าน้ำ ส่วนจะเป็นที่ไหนอีก โปรดติดตามจากหน้าประชาชื่น หนังสือพิมพ์มติชน อันว่าคลองด่าน หรือคลองบางขุนเทียน มีประวัติมายาวนาน เป็นคลองสายประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในหนังสือ “ฉันรักประวัติศาสตร์” กรุงเทพฯ น่ารู้ ตอนลำคลอง ที่สำนักพิมพ์ YOUNG เครือสำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์ ผู้เขียนคือ มณฑล ประภากรเกียรติ บรรณาธิการคือ ส.พลายน้อย คลองด่านเป็นลำคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานครกับแม่น้ำท่าจีนในสมุทรสาคร จากคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ เริ่มใกล้กับบริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญ ตรงวัดขุนจันทร์ วัดอัปสรสวรรค์ […]

ล่องเรือ”สำราญ” ทางเลือกนักเดินทาง อนาคตการท่องเที่ยวไทย

การท่องเที่ยว นอกจากจะเป็นการพักผ่อนที่ดีต่อร่างกายและจิตใจแล้ว ยังเป็นการสะสมประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญ บางคนอาจได้ลิ้มลองรสชาติการเดินทางมาแล้วหลากหลายรูปแบบ แต่ยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังไม่มีโอกาสสัมผัสด้วยตัวเอง ดังการท่องเที่ยวบน “เรือสำราญ” ที่แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ ใครๆ ก็รู้จัก แต่สำหรับเมืองไทยนับว่าเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่คนไทยยังไม่คุ้นเคยนัก ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่ติดกับทะเล และมีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยว แล้วถ้ามองการท่องเที่ยวในระดับโลก การล่องเรือสำราญเป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาก ข้อมูลจากสมาคมการเดินเรือสำราญใหญ่ที่สุดของโลก ระบุว่า ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมามีจำนวน นักท่องเที่ยวที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 17.8 ล้านคนในปี 2552 เป็น 23 ล้านคนในปี 2558 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.4% และคาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจเรือสำราญจะขยายตัวจากการสร้างเรือใหม่ของสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 55 ลำ เกิดการจ้างงานกว่า 1 ล้านคน พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีเรือสำราญรวมกว่า 5,000 ลำ และแต่ละลำมีความต้องการเดินทางทางเรือเข้ามาในอาเซียน หากสามารถปรับแก้กฎหมายได้คาดว่าจะช่วยผลักดันให้ในอาเซียนมีเรือสำราญเดินทางมาไม่ต่ำกว่า 500 ลำ/ปี สร้างเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท “สำหรับกฎหมายเรือยอชต์ของประเทศไทย […]

9 วิธีป้องกันการนอกใจ

หากเป็นคนสมัยก่อน ได้ฟังแล้วคงตบอกด้วยความตกใจ ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า คนในสมัยนี้ นอกจากการหย่าร้างสูงขึ้นถึงร้อยละ 50 สังคมไทยยังมีการนอกใจ เกิดขึ้นถึงร้อยละ 57 สมัยก่อนการนอกใจส่วนใหญ่เป็นเพศชาย แต่ปัจจุบันพบว่าผู้หญิงมีการนอกใจพอๆ กับผู้ชาย ทั้งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากสังคมที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงมีการศึกษา ทำงานนอกบ้านมากขึ้น มีอิสระ มีความเชื่อมั่น มีโอกาสพบปะสังสรรค์กับผู้คน ติดต่อออนไลน์ทุกที่ ทุกเวลา ฯลฯ ดังมีจดหมายถามผู้เขียนมาทางเฟซนับร้อยฉบับ ถามว่าลูกในท้องของฉันเป็นลูกของชายใด ฟังข้อมูลแบบนี้ คนที่เห็นการนอกใจเป็นเรื่องผิดศีลธรรม คงอยากอกแตกตาย การนอกใจจึงแทบว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาของคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ พบได้บ่อย ตั้งแต่ผู้บริหารประเทศจนมาถึงประชาชนทุกลำดับชั้นทั่วโลก ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตั้งแต่ประธานาธิบดี นักการเมือง นักร้อง ดารานักแสดง ข้าราชการ พนักงาน คนงาน ชาวไร่ ชาวนา นิสิต นักศึกษา จนมาถึงกรรมกร การแต่งงานที่ใหญ่โต อยู่ด้วยกันหม้อข้าวไม่ทันดำก็เลิก มักจะให้เหตุผลสังคมว่า ทัศนคติไม่ตรงกัน ส่วนใหญ่เพราะมีบุคคลที่สาม ภาพยนตร์ที่โด่งดังระดับโลกเกี่ยวกับเรื่องนอกใจก็มีหลายเรื่อง เช่น The Bridges of Madison […]

หนุมาน: เทพแห่งสรรพวิทยา(73)

ได้เล่ามาในตอนต้นว่าเรื่องการจองถนน มีเรื่องกล่าวกันแปลกๆ เป็นเรื่องน่าสนใจ จะขอเล่าต่อไปอีกในหนังสือ “พระรามชาดก” เรียกการ “จองถนน” นี้ว่า “จองขัว” หมายถึงการทำสะพาน (ขัวแปลว่าสะพาน) เรื่องค่อนข้างยาวตามเรื่องว่า เมื่อพญาราพณาสวรพานางสีดาไปลงกาแล้ว ก็ไม่กล้าให้นางสีดาอยู่ในปราสาท เพราะกลัวว่าไฟจะไหม้ เพราะตอนที่ตนเข้าไปอุ้มนางสีดานั้น ก็ไม่อาจถูกต้องตัวนางสีดาได้ เนื่องจากไฟธาตุในตัวนางทำให้ตัวร้อน ต้องเนรมิตก้อนหินให้เป็นรูปคนเข้าไปอุ้มนาง แต่ก็อุ้มไม่ขึ้นด้วยนางธรณีดูดดึงไว้ ต่อมาพระรามพูดกับพระลักษณ์เป็นเชิงสบประมาทว่าไม่ไว้ใจนางธรณีที่มิใช่คนให้ดูแลนางสีดาจะช่วยเหลืออะไรได้ นางธรณีโกรธจึงทิ้งนางสีดาให้อยู่ตามลำพัง พญาราพณาสวรจึงให้รูปหินมาอุ้มพาไปได้ (เล่าย่อๆ พอให้ทราบต้นเรื่อง) กล่าวโดยสรุปพญารามราชได้ปรึกษากับ ม้ามณีกาบ ว่า จะต้องรีบยกกองทัพไปลงกาแต่จะทำอย่างไรจึงจะไม่ให้ไพร่พลล้มตายเพราะการเดินทาง ม้ามณีกาบก็แนะนำว่าควรจะหยั่งน้ำสำรวจดูว่า มีที่น้ำตื้นอยู่ตรงไหน และควรใช้ให้สองพี่น้องคือ ท้าวหุนละมาน กับ ท้าวขวัญเท่าฟ้า ไปสำรวจดู ทั้งสองก็สืบเสาะดู ถามใครต่อใครไปหลายแห่งหลายที่ในที่สุดไปพบฤษีตนหนึ่ง นั่งเข้าฌานอิงภูเขาอยู่นานจนหินงอกออกคลุมทั้งตัว ท้าวหุนละมานจึงต่อยหินออก แล้วถามถึงแหล่งน้ำตื้นที่จะข้ามไปเมืองลงกาได้สะดวกอยู่ตรงไหน ฤษีก็บอกว่า “อาตมาก็ไม่ทราบเหมือนกัน ไม่รู้ว่ามีอยู่ตรงไหน แต่รู้มาว่ามีคัมภีร์อยู่เล่มหนึ่งอยู่ในท้องปลาอานนท์ คัมภีร์นั้นบอกแผนที่ไว้ละเอียดถี่ถ้วน” ท้าวหุนละมานกับท้าวขวัญเท่าฟ้าช่วยกันเอาหินที่ต่อยออกจากร่างฤษีกลับเข้าที่เดิมแล้วพากันลงทะเล ตามหาปลาอานนท์จนพบ ปลาอานนท์ตัวใหญ่ยาวตั้งหมื่นโยชน์ เมื่อเข้าไปในปากได้แล้วก็มองไม่เห็นอะไร ต้องเอาหินเหล็กไฟจุดส่องหาก็พบคัมภีร์คว้าได้ก็รีบโดดออกจากปากปลา ขึ้นจากน้ำกลับไปเมืองอินทปัตถ์ มอบคัมภีร์นั้นแก่พญารามราช ในครั้งนั้นขุนชิวหาเรียนวิชากับพญาราพณาสวร แล้วต้องการทดลองวิชาจึงไปนั่งที่ฝั่งเกาะเมืองลงกา แล้วเสกให้ลิ้นใหญ่กว้างสามวา ยาวแต่เกาะลงกาโค้งเป็นสะพานทอดไปจนถึงฝั่งชมพูทวีปเมื่อพญารามราชเคลื่อนพลไปถึงสถานที่ซึ่งในคัมภีร์บอกว่าเป็นบริเวณน้ำตื้น ก็หยุดพักพลที่นั่น ท้าวสี่พี่น้องคือท้าวหุนละมานกับน้องต่างมารดา […]

คอลัมน์ เดินไปในเงาฝัน: เศษข่าว-เศษเทปมีชีวิต

บางทีสิ่งที่เก็บไว้นานๆ เราไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งจะมีประโยชน์ ยิ่งเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยแล้ว ทุกคนจะรู้ว่าในกองบรรณาธิการมีหนังสือพิมพ์ให้อ่านอย่างหลากหลาย ทั้งยังมีนิตยสาร วารสารวิชาการอีกจำนวนมาก เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านั้น บางครั้งมีบทสัมภาษณ์ดีๆ บางครั้งมีสกู๊ปน่าสนใจหลายเรื่อง ยิ่งเมื่อก่อนด้วยแล้ว จะมีมากกว่าสมัยนี้เสียอีก ถึงสิ้นปีนักข่าวตามโต๊ะต่างๆ จะนำสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้มัดเชือกฟาง แล้วให้ทางแม่บ้านนำไปให้ฝ่ายจัดซื้อขายชั่งกิโลเป็นหนังสือเก่าไป ผมเองในฐานะที่ชอบอ่านบทสัมภาษณ์ดีๆ และชอบอ่านมุมความคิดในการทำธุรกิจของผู้นำธุรกิจต่างๆ จึงเก็บหนังสือที่พิมพ์เรื่องราวเหล่านี้ไว้เยอะมาก เริ่มแรกเก็บเป็นเล่ม โดยเฉพาะนิตยสารการเงินการธนาคาร, ผู้จัดการรายเดือน, สารคดี, แพรว, ดิฉัน, ลิปส์ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ตอนหลังหนังสือเริ่มเยอะขึ้น จึงจับมาแยกเก็บเป็นชิ้นๆ และไม่เฉพาะแต่นักธุรกิจเท่านั้น หากมีบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับภาพยนตร์ไทย-เทศ, นักเขียน, นักแปล หรือจิตรกรชั้นครู ผมมักจะเก็บบทสัมภาษณ์เหล่านั้นเสมอ เก็บโดยไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือเปล่า ผมเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเศษข่าว เพราะเป็นข่าวที่หลายคนไม่เอาแล้ว เป็นข่าวที่หลายคนอ่านแล้วทิ้ง หลายคนอ่านแล้วเก็บใส่กลับไม้แขวนหนังสือพิมพ์ แต่ผมเก็บกลับบ้าน เช่นเดียวกับเศษเทปที่ผมติดสอยห้อยตามพี่ๆ นักข่าวไปสัมภาษณ์เจ้าสัวในวงการธุรกิจต่างๆ สมัยเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ตอนนั้นเราเป็นเด็ก จึงนั่งอยู่ไกลจากผู้ถูกสัมภาษณ์ ไม่มีความกดดัน เพราะพี่นักข่าวเป็นผู้ถาม เราจึงทำหน้าที่เป็นคนอัดเทป จด และฟังอย่างตั้งใจ จนรู้ว่ากุญแจความสำเร็จของเจ้าสัวเหล่านั้น ไม่ได้อยู่ที่การบริหารจัดการ การวางกลยุทธ์ การใช้คนให้ถูกที่ถูกทางแต่เพียงอย่างเดียว หากยังมีเรื่องต่างๆ […]

คอลัมน์ เริงโลกด้วยจิตรื่น: อะไร “เกิดขึ้นแล้ว”

เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปในความสะอาด สว่าง สงบสะอาดจากภาวะอารมณ์ที่ทำให้จิตใจร้อนรน หรือเศร้าหมองทั้งปวง สว่างจากการรู้ การเห็น ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ สงบจากความเข้าใจว่าผลของการประกอบกันของสิ่งต่างๆ นั้น “มันเป็นเช่นนั้นเอง” ไม่ควรไปชื่นชมยินดี หรือหงุดหงิดรำคาญใจกับผลที่เป็นไปเองเช่นนั้น เรื่องราวที่บอกเล่ากันอยู่มักจะเป็นการแนะนำให้สละความอยากได้ใคร่มี เพื่อสะกัดไม่ให้เกิดความโลภ ความโกรธ และความหลง ให้ชีวิตดำเนินไปถึงจิตบริสุทธ์และสถิตอยู่ในภาวะนั้น เพราะเป้าหมายล้วนมุ่งไปที่ขจัดโลภ โกรธ หลงให้หมดสิ้นไปจากจิต จึงเป็นเรื่องยากมากที่คนทั่วไปจะเข้าถึงแก่นแกนพุทธศาสนา เรียกขานนิยามว่า “จิตเดิมแท้” เนื่องด้วยความเป็นจริงของปุถุชน ล้วนเติบโตมาด้วยการหล่อหลอมให้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเอง เกือบทั้งหมด “พัฒนาตัวเอง” เริ่มต้นที่การสร้างตัวตนขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นต่อยอดตัวตนด้วยการสร้างความสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ เริ่มจากเอาตัวรอด จนถึงโดดเด่นเหนือกว่าชีวิตอื่น ยิ่งขยายให้ตัวตนได้รับการยอมรับว่าเป็น “คนสำคัญ” ของสังคม ในวิถีของปุถุชนยิ่งนับเป็นความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ การขยายตัวตนจึงเป็นภารกิจที่ฝึกฝน เรียนรู้ หล่อหลอมให้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ผู้คนจำนวนมากเกิดมาและดับสูญไปในภารกิจนี้ ส่วนผู้ที่ยังมีลมหายใจ ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ในภารกิจนี้สำเร็จมากบ้างน้อยบ้าง ล้มเหลวหนักหนาสาหัสบ้าง ไม่คืบหน้าหยุดอยู่กับที่บ้าง แต่ปัจจัยที่มาประกอบให้เกิดขึ้นในแต่ละชีวิต มีบ้างที่เห็นว่าหนทางแห่งการขยายตัวตนนี้ไม่ใช่ภารกิจที่แท้ของการมีชีวิต โน้มเอียงไปในทางสละตัวตนให้พ้นจาก “วิถีสร้างความสำคัญให้ตัวเอง” เดินเข้าสู่หนทางแห่งการตื่นรู้ ซึ่งก็เช่นเดียวกันคือ สำเร็จมากบ้างน้อยบ้าง ล้มเหลวบ้าง หลงทางไปคิดว่าสำเร็จแต่ผิดเรื่องผิดราวก็มีไม่น้อย นี่คือความแตกต่างของคนเรา ซึ่งเป็นธรรมดา […]

คอลัมน์ ฟิสิกส์ธรรมดาสาระมันส์: ดาราศาสตร์ท้องฟ้าเบื้องต้น

ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่แจ่มใสนั้นเต็มไปด้วยดวงดาว นับตั้งแต่หลายพันปีก่อนจนถึงวันนี้ รูปแบบของดวงดาวบนท้องฟ้าแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย กล่าวได้ว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อเรากับบรรพบุรุษของเราโดยตรง และเชื่อมต่อเรากับลูกหลานของเราในอนาคตเพราะพ่อค้าที่ต้องล่องเรือไปตามชายฝั่งของเปอร์เซียจนถึงระบบนำร่องของเครื่องบินสมัยใหม่ ล้วนต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับท้องฟ้าและดวงดาว การศึกษาท้องฟ้าตอนกลางคืนจึงบอกให้เรารู้ถึงความคิดอ่านของคนสมัยก่อน รวมทั้งทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเราอีกหลายเรื่อง (ภาพ 1) ทุกคนบนโลกสังเกตเห็นท้องฟ้าปรากฏเป็นครึ่งทรงกลม อีกครึ่งถูกแผ่นดินของโลกบังไว้ แต่ถ้าเรานั่งยานอวกาศออกจากโลกไปไกลมากๆ เราจะเห็นทรงกลมของดวงดาวรอบด้านทุกทิศทาง อย่างไรก็ตาม ดาวฤกษ์แต่ละดวงอยู่ห่างจากโลกของเราไม่เท่ากันอย่างที่ปรากฏบนท้องฟ้า ดาวฤกษ์ที่ใกล้เราที่สุดห่างจากโลกเรา 4.25 ปีแสง แต่ดวงอื่นๆ อาจอยู่ห่างกว่านั้นนับร้อยนับพันเท่า แต่สายตาของเราไม่สามารถแยกแยะระยะห่างได้เพราะดาวฤกษ์ทุกดวงล้วนห่างจากโลกมากจนปรากฏเล็กเป็นจุด นอกจากนี้เรายังไม่มีวัตถุไว้เทียบระยะห่างเหมือนบนโลกด้วย คนโบราณสังเกตเห็นดาวฤกษ์บนท้องฟ้าเรียงเป็นรูปร่างต่างๆ กัน บางกลุ่มก็แตกต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรม ปัจจุบัน สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU-International Astronomical Union) แบ่งพื้นที่บนท้องฟ้าออกเป็น 88 กลุ่มดาว ชื่อของกลุ่มดาวส่วนมากมีที่มาจากยุคกรีกและโรมัน รวมทั้งวัฒนธรรมโลกอิสลามในตะวันออกกลาง (ภาพ 2)  หากเรามองไปยังท้องฟ้าตอนกลางคืน ผ่านไปแค่ 15 นาทีก็สามารถสังเกตเห็นกลุ่มดาวเหล่านี้มีการเคลื่อนที่แล้ว แต่กลุ่มดาวเหล่านี้จะรักษารูปแบบของมันไว้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย กล่าวคือเราจะสังเกตเห็นว่าในหนึ่งคืนกลุ่มดาวนายพรานจะเปลี่ยนตำแหน่งบนท้องฟ้าไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน มันก็ยังมีรูปแบบเป็นกลุ่มดาวนายพรานอยู่ แต่วัตถุในระบบสุริยะ ได้แก่ ดาวเคราะห์,ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ จะเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปตามกลุ่มดาวเหล่านี้อีกที แต่เราต้องรอให้เวลาผ่านไปหลายๆ วันจึงจะสังเกตเห็นชัดเจน นักดาราศาสตร์จึง มองว่าดาวฤกษ์ทุกดวง,ดาวเคราะห์,ดวงอาทิตย์,ดวงจันทร์ รวมทั้งวัตถุท้องฟ้าอื่นๆ […]