หน้าแรก เศรษฐกิจ โบรกประสานเสี...

โบรกประสานเสียงประชามติรธน.ไม่ส่งผลกระทบภาวะหุ้นไทย

3.08.16 | 16:51 น.

นายไพบูลย์ นลินทรางกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ได้ตั้งสมมติฐานเรื่องการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ประชาชนมีมติรับร่างรัฐธรรมนูญคาดว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นภายในเดือนตุลาคม 2560 แต่หากมีมติไม่รับ ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องเลือกรัฐธรรมนูญและบังคับใช้ภายในปลายปี 2559 เท่านั้น จึงจะได้เห็นการเลือกตั้งภายในปี 2560 ส่วนผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย หากมีมติรับร่างรัฐธรรมนูญในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นซื้อขายเหนือ 1,500 จุด แต่จะขึ้นได้อีกไม่มากนัก เพราะก่อนหน้านี้ดัชนีขึ้นมามากแล้ว กรณีที่มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญตลาดจะปรับฐานระยะสั้น เพราะมีปัจจัยลบเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ รวมทั้งความผิดหวังเรื่องธนาคารกลางประเทศต่างๆ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบน้อยกว่าคาดมากดดัน


“ไม่ว่าผลประชามติจะเป็นอย่างไร ในระยะยาวมองว่าตลาดหุ้นไทยยังไปได้ต่อ และจะปรับขึ้นแตะ 1,600 จุดได้ในปี 2560 เพราะสภาพคล่องยังล้นโลก อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ยังต่ำ ยอดถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศอยู่เพียง 29% ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยน่าจะดีขึ้น อีกทั้งก่อนหน้านี้ต่างชาติขายหุ้นไทยไปถึง 4 แสนล้านบาท ซึ่งปีนี้ซื้อคืนมาเพียง 8 หมื่นล้านบาท หรือ 20% จากที่ขายออกไป จึงมีโอกาสที่กระแสเงินทุนจากต่างชาติจะไหลเข้ามาหนุนดัชนี” นายไพบูลย์กล่าว

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคมนี้ ถือว่าเป็นการทำให้เกิดความชัดเจนอย่างหนึ่งในทางการเมือง ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนตัวมองว่าจะไม่ส่งผลให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลงอย่างมีนัย เพราะนักลงทุนยังประเมินตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนและราคาน้ำมันประกอบด้วย หากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไม่หนุนตลาด สัปดาห์หน้าดัชนีจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,480-1,550 จุด

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในการลงประชามติการรับร่างรัฐธรรมนูญ คาดว่าหุ้นไทยจะไม่ได้รับผลมากนัก เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องมีแนวทางรองรับเตรียมไว้แล้ว หากประชาชนรับร่างจะทำให้ประเทศเดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้ แต่หากไม่รับร่างก็จะมีแผนรองรับในการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ อีกทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจหลักก็ยังสามารถดำเนินการต่อได้ตามแผนทั้งหมด ซึ่งทาง ตลท.จะไม่มีมาตรการเพิ่มเพื่อรองรับตลาดหุ้นในช่วงการลงประชามติ

Advertisement