บทความพิเศษ
ปักธง เทียนวรรณ
เปิดโฉม บุรุษรัตน์ สามัญชน
จาก ‘ศรีบูรพา’
หากศึกษาผ่านหนังสือ “ความคิดการเมืองไพร่กระฎุมพีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ของ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ซึ่งตีพิมพ์อย่างสมบูรณ์ผ่านสำนักศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2549
ก็จะเห็นองค์ประกอบที่ ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ให้ความสำคัญโดยเริ่มจากกรอบมโนทัศน์ การสร้างวาทกรรม การปฏิบัติวาทกรรม
ในเบื้องต้นอาจเป็น “หมอบรัดเลย์กับ American Orientalism ในสยาม” ประสานเข้ากับ “พระเยซูเจ้า คือ-การค้าเสรี: ความคิดสมัยใหม่ของ เซอร์จอห์น เบาว์ริ่ง
เพื่อนำไปสู่บทสรุป “จากมนุษย์สู่การเป็นพลเมืองในวาทกรรมการเมืองไทย”
แต่ที่สำคัญอย่างมากย่อมเป็นในภาคการสร้างวาทกรรมซึ่ง ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ถือเป็นดั่ง “สุตมยปัญญา” และเขาเน้นให้เห็นถึงจุด “กำเนิดการเมืองและความยุติธรรมในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์”
แม้ในนั้นจะมี “แนวพระราชดำริเรื่องทาสและเสรีภาพของรัชกาลที่ 4” และ “เรื่องทุนกับแรงของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ” และสิ่งสำคัญที่ได้รับการเน้นอย่างหนักแน่น
ย่อมเป็น “พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ กับ “คำกราบบังคมทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงราชการแผ่นดิน ร.ศ. 103”
แล้วจึงเข้าสู่โหมดว่าด้วย “เทียนวรรณ” พร้อมกับข้อสรุปในเรื่องภูมิปัญญา
เปิดโฉมหน้า เทียนวรรณ
จาก ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
นับแต่เรารับความรู้ต่างๆ จากตะวันตกมาแล้ว สิ่งที่เกิดและพัฒนาต่อมาอย่างไม่ขาดสาย คือความขัดแย้งระหว่างภูมิปัญญาและวิธีคิดของปัญญาชนที่เป็นแบบ “ผู้ดี” กับที่เป็นแบบ “ไพร่” มาโดยตลอด
ในกรณีของเทียนวรรณนั้นผมเรียกว่า ปัญญาชนไพร่กระฎุมพี
ด้วยเหตุว่า ในทางความคิดและอาชีวปฏิบัติแล้วท่านรับแนวคิดและการปฏิบัติตนแบบของชนชั้นกระฎุมพีแห่งนาครสมัยใหม่ หรือที่ต่อมาเรียกง่ายๆ ว่าชนชั้นกลางหรือนายทุน
ซึ่งสมัยโน้นยังเป็นชนชั้นที่ก้าวหน้ามากที่สุด ไม่ว่าในยุโรปหรือสยามก็ตาม
เทียนวรรณจึงไม่อาจเป็นเพียง “ไพร่” ธรรมดาได้ หากกำลังปฏิวัติความคิดไปสู่การเป็นคนชั้นกลางในเมืองสมัยใหม่
แต่สยามสมัยนั้นยังไม่เป็นเมืองสมัยใหม่จริงๆ ได้ โดยเฉพาะระบอบปกครองที่เป็นของชนชั้นนายทุนที่เรียกว่าระบอบประชาธิปไตยเสรี ดังนั้น กระฎุมพีไทยจึงต้องเลือกว่าจะต้องอิงอยู่กับไพร่ หรืออิงกับศักดินา หรืออิงกับทั้งสองชนชั้น
จึงอยากเสนอประวัติและชีวิตโดยเฉพาะในทางความคิดของเทียนวรรณ
ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นต้นแบบหรือต้นผีของปัญญาชนไพร่ที่เป็นกระฎุมพีรุ่นต่อๆ มาอีกนาน
ผลสะเทือน ความต่อเนื่อง
ความคิด แบบ เทียนวรรณ
ในประวัติศาสตร์ของนักคิดและปัญญาชนไทย เทียนวรรณเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในแถวหน้า ไม่ว่าจะมองจากด้านความคิดความเห็น หรือมองจากการปฏิบัติต่อสู้ในแนวทางที่เขาเชื่อและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยสยามในยุคสมัยของเขา
แนวคิดหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์ความคิดหลักของเทียนวรรณ ได้แก่ การพิจารณาถึงความขัดแย้งทางความคิดซึ่งเริ่มก่อตัวและพัฒนาหลังจากที่สยามเปิดประเทศให้กับระบบทุนนิยมโลก
การก่อตัวและพัฒนาทางโลกทัศน์ของเทียนวรรณในบริบทของสังคมไทยสยามที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่กระแสคลื่นของระบบโลกทุนนิยม
แม้ความคิดและการต่อสู้เรียกร้องในการปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างเป็นขบวนการทางสังคมจะไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยของเทียนวรรณ แต่ความพยายามก่อกำเนิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนเบื้องล่าง
เริ่มตั้งแต่กรณียังเติร์ก ร.ศ. 130 กระทั่งมาสำเร็จใน พ.ศ. 2475 และการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างทางสังคมและการศึกษาเศรษฐกิจตามที่เทียนวรรณได้เสนอไว้จะเพิ่งมาเกิดในระยะหลังๆ นี้ก็ตาม
ทั้งหมดนี้ต้องมองว่าเป็นประวัติศาสตร์เรื่องเดียวกันที่มีความต่อเนื่องกันแล้ว
คือการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างและวิธีคิดของสังคมไทยที่ใช้เวลาและกระบวนการกับหนทางหลากหลายในการทำให้สิ่งใหม่ๆ เหล่านั้นปรากฏเป็นจริงขึ้นมาได้
เทียนวรรณ คนนอกคอก
ประวัติศาสตร์ สังคมไทย
น่าสังเกตว่า ประวัติและชื่อเสียงของเทียนวรรณจะถูกนำมาเอ่ยถึงและเผยแพร่อยู่แต่ในแวดวงของผู้สนใจการบ้านการเมืองจำนวนเล็กๆ เท่านั้น
โดยเฉพาะผู้ที่มีความคิดในเชิงก้าวหน้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไทย
นอกจากนี้แล้วในวงการวิชาการและการศึกษาไปถึงสื่อมวลชน ไม่ว่าจะในประวัติศาสตร์หรือรัฐศาสตร์ และวรรณคดีไทย หรือในสมาคมนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์
จะไม่ค่อยมีการพูดถึง หรือไม่เคยพูดถึงเลยเสียมากกว่า
เหตุผลก็เพราะเทียนวรรณและความคิดของเขาไม่อาจจัดเข้าอยู่ในประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์กระแสหลักของประเทศนี้ได้
เขาเป็น “คนนอกคอก” ของประวัติศาสตร์ชาติและสังคมไทย
เรื่องราวและประวัติตลอดจนความคิดอันประหลาดของเทียนวรรณเริ่มปรากฏออกมาในวงการปัญญาชนและนักเขียนไทยในราวปี พ.ศ. 2480
สมัยนั้นเป็นยุคของการ “สร้างชาติ” ภายใต้การนำของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยมีหลวงวิจิตรวาทการเป็นมันสมองในการสร้างวัฒนธรรมของชาติ วงการประพันธ์และนักเขียนคึกคักและมีการสร้างสรรค์วรรณกรรมสมัยใหม่ออกมามาก
ในบรรยากาศของความตื่นตัวและการเคลื่อนไหวทางวรรณกรรมควบคู่ไปกับการเติบโตทางการเมืองของสังคมไทย การพูดถึงเทียนวรรณจึงเป็นสิ่งที่ต้องเกิด
หากนักคิดนักเขียนไทยต้องการจะรู้จักตนเองและอนาคตที่เราจะก้าวเดินไป
กุหลาบ สายประดิษฐ์ ปักธง
เทียนวรรณ บุรุษรัตน์ สามัญ
นักเขียนกลุ่มแรกๆ ที่ศึกษาและนำเสนอประวัติของเทียนวรรณได้แก่ แสน ธรรมยศ (ส.ธรรมยศ) ซึ่งเขียนประวัติเทียนวรรณ 3-4 ครั้ง เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ในหนังสือ “สยามนิกร”
เปลื้อง ณ นคร (นายตำรา ณ เมืองใต้) ก็เขียนเรื่องเทียนวรรณ
โดยเสนอว่าเทียนวรรณเป็นคนแรกที่ใช้ปากกาแสดงทัศนะในเรื่องการปกครองและวิจารณ์ความเป็นไปของสังคม กล่าวคือ เทียนวรรณเป็นคอลัมนิสต์หรือนักเขียนวิจารณ์การเมืองและรัฐบาลในหน้าหนังสือพิมพ์เป็นคนแรก
ทั้งๆ ที่สมัยนั้นยังอยู่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
แต่คนที่สร้างฐานะในประวัติศาสตร์ให้กับเทียนวรรณเป็นครั้งแรก ได้แก่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือ “ศรีบูรพา”
เขาเป็นผู้ตั้งสมญานามให้แก่เทียนวรรณอันจับใจคนรุ่นหลังต่อมาว่า “บุรุษรัตน์ ของสามัญชน” เนื่องจากความคิดและการปฏิบัติของเทียนวรรณนั้นมีจุดยืนอันแน่วแน่ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับของชนชั้นไพร่สามัญ
“ศรีบูรพา” มองเทียนวรรณว่าเป็นตัวแทนของปัญญาชนปฏิวัติที่ยืนหยัดเปิดโปงโฉมหน้าของระบอบการเมืองและวัฒนธรรมศักดินา
เรียกร้องการปกครองระบบรัฐสภา (ปาร์เลียเมนต์)
