bg-single

ศัลยา ประชาชาติ : “ชิมช้อปใช้” ทะลุเป้า คนแห่จองสิทธิ์-ใช้สิทธิ์ ค้าปลีกส้มหล่น คนต่อคิวจับจ่าย

06.10.2019

ถึงเวลานี้ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือการเร่งขับเคลื่อนแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินรวมกว่า 3 แสนล้านบาท โดยมีเป้าหมายผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.5%

และหนึ่งในมาตรการสำคัญคือมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” ซึ่งใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 19,093.5 ล้านบาท

วัตถุประสงค์คือการมุ่งเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพื่อกระตุ้นการบริโภค คาดหวังว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบได้ 3 รอบครึ่ง

วางกลุ่มเป้าหมาย เป็นคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 10 ล้านคน ซึ่งต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com เพื่อเข้าร่วมมาตรการ โดยต้องระบุจังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งต้องไม่ใช่จังหวัดที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชน และต้องลงทะเบียนก่อนเดินทางท่องเที่ยวอย่างน้อย 2 วัน

ผู้ลงทะเบียนผ่านจะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ส่วน คือ 1. “แจกเงินฟรี” 1,000 บาท และ 2. “เงินชดเชย” หรือ “แคชแบ็ก” อีก 15% ของยอดใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน หรือให้แคชแบ็กสูงสุดไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน เมื่อเติมเงินใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวจากบัญชี g-Wallet ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” เพื่อซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการที่รับชำระเงินด้วยแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน”

 

แคมเปญ “ชิมช้อปใช้” เปิดให้เริ่มลงทะเบียนวันแรกเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา โดยธนาคารกรุงไทยผู้จัดทำระบบ วางโควต้ารับลงทะเบียนไว้ไม่เกินวันละ 1 ล้านราย ปรากฏว่าการลงทะเบียนวันแรกเต็มโควต้าในเวลา 13.44 น.

ขณะที่การลงทะเบียนวันที่ 2 (24 กันยายน) ครบ 1 ล้านราย ตั้งแต่ 08.11 น. ต่อมาวันที่ 3 (25 กันยายน) ครบตั้งแต่ 06.18 น. วันที่ 4 (26 กันยายน) ครบตั้งแต่ 05.40 น. วันที่ 5 (27 กันยายน) ครบตั้งแต่ 02.56 น. วันที่ 6 (28 กันยายน) ครบ ตั้งแต่ 02.53 น. วันที่ 7 (29 กันยายน) ครบตั้งแต่ 02.54 น. วันที่ 8 (30 กันยายน) ครบตั้งแต่ 03.06 น. วันที่ 9 (1 ตุลาคม) ครบตั้งแต่ 03.14 น. วันที่ 10 (2 ตุลาคม) ครบ 1 ล้านคน เวลา 03.01 น. ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลาม

อย่างไรก็ดี “ลวรณ แสงสนิท” ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่าผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 23 กันยายน (วันแรก) หลังจากการตรวจสอบสิทธิ์จากฐานข้อมูลกระทรวงมหาดไทย และตรวจสอบจังหวัดที่แสดงความประสงค์ไปท่องเที่ยวไม่ซ้ำซ้อนกับจังหวัดในทะเบียนบ้านแล้ว พบว่าผ่านเกณฑ์ 807,321 ราย ส่วนการลงทะเบียนวันที่ 2 มีผู้ผ่านเกณฑ์ 775,232 ราย

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสรุปยอดผู้ที่ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 23-26 กันยายน ว่า มีผู้ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ 3,115,449 ราย และช่วง 3 วันแรกที่เปิดให้ใช้จ่ายเงินได้ ตั้งแต่วันที่ 27-29 กันยายน พบว่ามีผู้เริ่มไปใช้สิทธิ์แล้ว 370,523 ราย มียอดการใช้จ่ายประมาณ 294 ล้านบาท

“ลวรณ” กล่าวว่า การใช้จ่ายเงินตามสิทธิ์ดังกล่าว พบว่า กว่า 50% ของการใช้จ่าย หรือประมาณ 148 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป” ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ รองลงมาคือร้าน “ชิม” หรือร้านอาหารและเครื่องดื่ม มียอดใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับร้าน “ใช้” เช่น โรงแรม โฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่ายประมาณ 7 ล้านบาท

ส่วนร้านค้าทั่วไป ซึ่งส่วนนี้รวมถึงห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรดต่างๆ พบว่ามียอดใช้จ่ายประมาณ 79 ล้านบาท และการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่จะได้รับเงินคืน 15% มีการใช้จ่ายแล้ว 5 ล้านบาท

“โครงการนี้ไม่ได้เอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ เมื่อเริ่มใช้จ่ายจะเห็นว่าเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจริงในพื้นที่ เป็นร้านขนาดเล็ก ร้านค้าในชุมชนที่ได้อานิสงส์” นายลวรณกล่าว

 

แม้ภาครัฐก็ไม่ได้ปิดกั้นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ แต่จะจำกัดสิทธิโมเดิร์นเทรดให้เลือกเข้าร่วม (1 tax ID ต่อ 1 จังหวัด) โดยใน 1 จังหวัดดังกล่าวจะได้รับแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ที่เอาไว้รับชำระเงิน 20 จุด อาทิ เซ็นทรัลดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เข้าร่วม 6 สาขา โรบินสัน 16 สาขา บิ๊กซี 9 สาขา เทสโก้โลตัส 20 สาขา เซ็นทรัลพลาซา (เฉพาะศูนย์อาหาร) 17 สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต 14 สาขา เพาเวอร์บาย 17 สาขา อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 5 สาขา เป็นต้น

ช่วงที่ผ่านมามีกระแสความไม่คล่องตัวของการใช้สิทธิ์ ตั้งแต่ระดับบุคคลผู้ขอใช้สิทธิ์ ทั้งการลงทะเบียนที่ผ่านยาก การได้รับ SMS ช้า การยืนยันตัวตนไม่ผ่านต้องไปสาขาธนาคาร ฯลฯ

ไปจนถึงระดับร้านค้าที่มีปัญหาติดขัด โดยเฉพาะกรณีห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัสที่มีประชาชนแห่ไปใช้สิทธิ์จำนวนมาก

แต่เนื่องจากมีช่องให้จ่ายเงินเพียงช่องเดียว มีการแชร์ภาพในโซเชียลมีเดียว่าประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ ต้องทิ้งรถเข็นและสินค้าที่เตรียมจะซื้อเอาไว้จำนวนมาก หลังลูกค้าได้รับแจ้งว่าแอพพลิเคชั่นล่ม

“ลวรณ” อธิบายยืนยันว่า ที่ผ่านมาระบบของชิมช้อปใช้ยังไม่เคยล่ม แต่ปัญหาในกรณีเทสโก้โลตัสเกิดจากการที่ผู้ประกอบการใช้สิทธิ์เข้าร่วมทั้งสิ้น 20 สาขาในกรุงเทพฯ ซึ่งตามเงื่อนไขของมาตรการจะจำกัดสิทธิ์โมเดิร์นเทรดให้เลือกเข้าร่วมเพียง 1 จังหวัด (1 tax ID ต่อ 1 จังหวัด) โดยใน 1 จังหวัดดังกล่าวจะได้รับแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ที่เอาไว้รับชำระเงิน 20 จุดเท่านั้น ส่วนจะวาง “ถุงเงิน” ที่ใดบ้างขึ้นกับการบริหารจัดการของร้านค้าเอง

“สมมุติถ้าเข้าร่วม 5 สาขา ก็จะทำให้แต่ละสาขามี 4 จุดจ่ายเงิน แต่กรณีที่เกิดขึ้นเขาใช้ 20 สาขา ทำให้แต่ละสาขามีจุดรับชำระเงินแค่ 1 จุด ฉะนั้น คิวยาวมากแน่นอน ถ้าเป็นผมจะลดจำนวนสาขาที่เปิดรับถุงเงินให้เหลือ 10 สาขา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ เพราะสาเหตุที่ลูกค้าทิ้งรถเข็นไว้ เป็นเพราะว่าจำนวนคนมาใช้สิทธิ์เยอะ และช่องทางชำระเงินมีเพียงจุดเดียว จึงทำให้รอคิวนานจนเกิดปัญหาขึ้น”

นายลวรณกล่าว

 

ขณะที่นายธวัชชัย ชีวานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารจัดการทางการเงินเพื่อธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า กรณีห้างเทสโก้โลตัสที่ปรากฏเป็นข่าวว่าประชาชนไปใช้สิทธิ์จำนวนมากแต่จ่ายเงินไม่ได้นั้น เนื่องจากโครงการนี้ต้องการให้เม็ดเงินไปสู่ร้านค้าชุมชนเป็นหลัก จึงจำกัดสิทธิ์โมเดิร์นเทรดแค่ 20 จุดชำระเงิน ซึ่งห้างที่มีหลายสาขาจะต้องบริหารจัดการ กรณีเทสโก้โลตัสนั้นเข้าใจว่าขณะนี้กำลังปรับแผนบริหารคิว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า

แม้จะมีปัญหาจุกจิกระหว่างทาง แต่เสียงตอบรับที่ดีเกินคาด ทำให้รัฐบาลเตรียมลุย “ชิมช้อปใช้ เฟส 2” ต่อ

ล่าสุด รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งพิจารณาต่ออายุมาตรการดังกล่าว ให้ได้ข้อสรุปภายในเดือนตุลาคมนี้ นั่นแปลว่าใครยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือลงทะเบียนไม่ทัน อดใจรออีกไม่นาน ชิมช้อปใช้ เฟส 2 ยังมีลุ้นแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร