bg-single

ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย

10.07.2026

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

“นายกฯ ศ.” จุดชนวนสู่คำถามว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีแทนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเพิ่งจะเป็นนายกฯ ได้ไม่ถึงหนึ่งปี คำถามนี้แปลว่าอีกไม่นานคุณอนุทินจะหลุดจากนายกฯ และมีคนล็อกเก้าอี้นายกฯ คนถัดไปไว้ให้บุคคลชื่อ “ศ.” เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้คนทั้งประเทศจะไม่รู้ว่า “ศ.” คือใครเลยก็ตาม

ข่าวแบบนี้ดิสเครดิตคุณอนุทินชัดๆ เพราะทำให้ความเชื่อมั่นต่อคุณอนุทินที่น้อยอยู่แล้วยิ่งน้อยลงอีก

แต่คนที่ข่าวนี้ตบหน้ามากกว่าคือคนไทยที่อยู่ดีๆ จะมีใครไม่รู้เอานายกฯ ออก แล้วแต่งตั้งใครไม่รู้เป็นนายกฯ คนใหม่โดยคนไทยได้แต่มองตาปริบๆ มีสภาพเป็นแค่หัวหลักหัวตอ

“ศ.” ในข่าวนายกฯ ใหม่ไม่มีทางเป็น “ศิริกัญญา ตันสกุล” เพราะชนชั้นนำไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นนายกฯ จนกว่าชนะอันดับ 1 และรวมเสียง ส.ส.ได้เกินครึ่งสภา

รวมทั้งไม่มีทางเป็น “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ซึ่งจะถูกครหาว่าเป็น “นอมินี” อนุทิน

เช่นเดียวกับไม่ใช่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เพราะภูมิใจไทยไม่มีวันโหวตให้แน่นอน

รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดว่าแคนดิเดตนายกฯ ต้องเป็นคนที่พรรคยื่นชื่อไว้กับ กกต.

ศิริกัญญา, สีหศักดิ์ และยศชนันอยู่ในบัญชีพรรคจริง แต่คนปล่อยข่าวนายกฯ ใหม่ไม่ได้มุ่งเปลี่ยนนายกฯ เป็นรายชื่อนั้นแต่ปั่นข่าวว่านายกฯ “ศ.” หมายถึง “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ที่เพิ่งเกษียณจากผู้ว่าแบงก์ชาติมาเป็นองคมนตรี

“เศรษฐพุฒิ” จะเป็นนายฯ ได้ในเงื่อนไขเดียวคืออนุทินหลุดนายกฯ และรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่มีผลบังคับใช้

ทันทีที่มีคนเชื่อข่าวนี้จึงแสดงว่ามีคนเชื่อเรื่องอนุทินเป็นนายกฯ ย่ำแย่ เช่นเดียวกับเชื่อว่าอนุทินเป็นนายกฯ ต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะเพราะคุณสมบัติของคุณอนุทินเองหรือ “นิติสงคราม” คดีหนึ่งคดีใดก็ตาม

ถ้า “ศ.” จะเป็นนายกฯ ก็ต้องได้การสนับสนุนแบบแรงกล้าจาก “รัฐพันลึก” และกองทัพซึ่งเป็นองค์ประกอบใน “รัฐพันลึก” ทั้งในแง่เอานายกฯ เดิมออกและตั้งนายกฯ ใหม่

สองเรื่องนี้ยากกว่าไทยไปบอลโลกเยอะ สิ่งเดียวที่ข่าวนี้ทำได้จึงได้แก่ การตอกย้ำความไม่เชื่อมั่นว่าคุณอนุทินเป็นนายกฯ ได้ต่อไป

ความเชื่อมั่นของคนไทยต่อรัฐบาลเป็นอย่างไรดูได้จากผลสำรวจของ “นิด้าโพล” ที่คะแนนนิยมคุณอนุทินและพรรคภูมิใจไทยลดลงกว่าเดิม

และถึงแม้กองเชียร์รัฐบาลจะแย้งว่าคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และพรรคประชาชนก็คะแนนลดลงด้วย แต่ปัญหาคือคุณอนุทินและพรรคลดลงกว่าอีกฝ่ายเกือบหนึ่งเท่าตัว

รัฐบาลคะแนนนิยมตกต่ำเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้กัน แต่ที่แย่กว่าคือยิ่งนาน “กระแส” ความเบื่อรัฐบาลยิ่งเพิ่มขึ้น

คำพูดว่า “เป็นรัฐบาล 3 เดือนแต่เหมือนอยู่มา 3 ปี” สะท้อนความเบื่อรัฐบาลที่ตอนนี้คนเบื่อแรงกว่านั้นไปเยอะ เพราะคำถามใหม่ที่คนพูดมากขึ้นเรื่อยๆ คือรัฐบาลชุดนี้จะอยู่อีกกี่ปี?

ไม่รู้ว่าคนทั่วไปคุยเรื่องนี้แพร่หลายแค่ไหน แต่ผมไปออกทีวีช่องไหนก็มีคนตั้งคำถามนี้มากขึ้นจนเห็นได้ชัด ไม่รวมถึงการสนทนานอกรอบกับใครต่อใครที่ “กระแส” นี้ดังขึ้นเรื่อยๆ จนน่าหวาดเสียวแทนรัฐบาลและคุณอนุทินที่เอาเข้าจริงๆ เพิ่งเป็นนายกฯ ได้ไม่ถึงหนึ่งปี

อ.สุวิชา เป้าอารีย์ แห่งนิด้าโพล บอกผมว่าโพลนี้สำรวจความเห็นก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน แต่ประกาศช้าเพราะติดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั่นแปลว่าโพลนี้ทำก่อนข่าวโกงสอบจะถึงจุดที่พบว่ามีคนโกง 5,000 ราย

รัฐบาลคะแนนนิยมลดลงทั้งที่เพิ่งแจกเงินด้วย “ไทยช่วยไทยพลัส” ข่าวโกงสอบ, ซื้อขายตำแหน่งและตัดบัตรคนจนทำให้ประชาชนมองรัฐบาลติดลบจนการแจกเงินเอาไม่อยู่ “ไทยช่วยไทยพลัส” แพ้ “ไทยโกงไทยพลัส” เพราะประชาชนเห็นปัญหาที่ใหญ่กว่าการได้เงินเดือนละพันจากรัฐบาล

คุณอนุทินเข้าใจผิดเหมือนทุกรัฐบาลว่าคะแนนนิยมลดเพราะประชาสัมพันธ์ไม่ดี แต่ความจริงคือทุกรัฐบาลมีงบฯ ซื้อสื่อและจ้างไอโออวยตัวเองมากกว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายวิจารณ์รัฐบาล

สารตั้งต้นสู่หายนะของรัฐบาลจึงได้แก่ ความห่วยและความไม่มีผลงาน ไม่ใช่สื่อหรือการประชาสัมพันธ์ไม่ดี

ยกตัวอย่างเรื่องโกงสอบท้องถิ่นให้ดูก็ได้ว่าเรื่องนี้ทำให้คะแนนนิยมของรัฐบาลพังพินาศอย่างไร

ตัวเลขโกงสอบท้องถิ่นที่พบถึง 5,000 ชุดจากการตรวจ 15,000 รายทำให้คนไทยตาสว่างว่าวันนี้การโกงระบาดจนข้าราชโกงยึดประเทศระดับไม่มีหน่วยงานไหนไม่โกง อัตราโกง 1 ใน 3 จากที่ตรวจ 15,000 ราย แปลว่าอาจเจอคนโกงมากกว่า 5,000 ราย หากตรวจข้อสอบทั้งหมดกว่า 400,000 ชุดจริงๆ

ตัวเลขซื้อขายตำแหน่งขนาดนี้เป็นการโกงระดับที่ไม่เคยพบเคยเห็น คนทั้งประเทศรู้สึกว่า “ฉิบหายแล้ว” ทันที่รู้เรื่องซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ 3,000 ชุด แต่ตอนนี้ความรู้สึกคนไทยคือ “ฉิบหายพลัส” เมื่อรู้ว่ามีคนซื้อตำแหน่งราว 5,000 ราย จากการตรวจแค่ 15,000 ราย เพราะแปลว่าทุกพื้นที่รันโดยคนขี้โกง

ย้ำอีกครั้งว่าราคาซื้อขายตำแหน่งรอบนี้อยู่ที่ 300,000-700,000 บาท แปลว่าทุกคนที่ซื้อตำแหน่งต้องถอนทุนโดยการโกง, สวาปามเงินเดือนจากตำแหน่งโกง รวมทั้งกอบโกยสวัสดิการที่คนไทยต้องจ่ายให้พ่อแม่, คนพวกนี้และลูกถึง 3 ชั่วคน ทั้งที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไม่มีสวัสดิการแบบนี้เลย

ซื้อตำแหน่งข้าราชการกำไรเร็วกว่าซื้อทอง เพราะทองซื้อผิดจังหวะอาจติดดอย แต่ซื้อตำแหน่งกำไรทันที มี passive income ตลอดชีวิต เช่นเดียวกับมี aggressive income จากความด้านบนใบหน้าและความขี้โกงของแต่ละคน

ล่าสุด ป.ป.ช.ประกาศรับเรื่องโกงสอบเป็นคดีพิเศษ โดยมีผู้ถูกกล่าวหา 6,014 ราย เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งถูกไต่สวนมีทั้งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 คน, ผู้แทนปลัดมหาดไทย, ผู้แทนปลัดศึกษา ฯลฯ ซึ่งแปลว่าไม่มีนักการเมือง, ปลัด หรือคนที่ใหญ่กว่าอธิบดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเลย

คนสำคัญในทำเนียบรัฐบาลบอกผมว่าเรื่องนี้ขั้นต่ำต้องลงโทษอธิบดี แต่ปัญหาคือข้อมูลซื้อขายขั้น “เส้นเลือดฝอย” ตอนนี้ไปถึงคนสนิทรัฐมนตรี ให้เรื่องจบแค่อธิบดีคงยาก

คุณอนุทินจะถูกเรียกร้องความรับผิดชอบจนซวยไปด้วย ยกเว้นจะแสดงความเด็ดขาดโดยลากคอ “ลาสบอส” มาลงโทษจริงๆ

ทางเดียวที่จะทำให้การซื้อตำแหน่งจบแค่คนระดับ “เส้นเลือดฝอย” คือทำให้ไม่มีพยาน การหายตัวของนายกอ บต.ที่คนในสังกัดรัฐมนตรีคือ “เบาะแส” ว่ามีการกำจัดพยานแล้ว เช่นเดียวกับการหาย ตัวของ “ผอ.พิชิต ทั้งพรม” ทั้งที่ตำรวจและ ป.ป.ช.ควรประกบตัวตั้งแต่บุกจับแก๊งโกงข้อสอบนนทบุรี

ถ้าประชาชนเชื่อถือผลสอบสวนก็ดีไป แต่ถ้าประชาชนระแวงว่ามีการ “เป่าคดี” หรือ “ตัดตอนคดี” คนที่จะกลายเป็นจำเลยสังคมโดยปริยายก็คือคุณอนุทินทั้งในฐานะนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย

เพื่อไม่ให้การโกงจบแค่ปัญหาศีลธรรม ต้องย้ำอีกครั้งว่าข้าราชโกงทำความพินาศให้ประเทศขนาดไหน คนโกงถอนทุนโดยรีดไถประชาชนหรือกินหัวคิวจัดซื้อแน่ แต่ที่อันตรายกว่าคือการโกงโดยใช้อำนาจอนุมัติเรื่องที่สาธารณะเสียประโยชน์เพื่อนายทุนไม่กี่คน ตัวอย่างเช่น เสาไฟกินรีราชาเทวะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ พัทยาเคยเกิดเหตุตระกูลการเมืองดังซื้อที่ 99 ล้าน แต่ไปแจ้งจดทะเบียนที่ อ.บางละมุง 823 ล้าน กินส่วนต่างค่าเวนคืนที่ดินสร้างมอเตอร์เวย์ทันที 724 ล้านโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอนุมัติหมด ยกเว้นนายอำเภอคนเดียวที่ฟ้องร้องจนศาลฎีกาเพิ่งตัดสินจำคุกนักธุรกิจการเมืองคนนั้น 4 ปี

ข้าราชโกงเฉพาะกรณีนี้กรณีเดียวทำให้รัฐถูกโกงไป 724 ล้าน ส่วนกรณีอื่นจะโกงเท่าไรก็ไม่มีใครรู้ ความรู้สึกว่ารัฐบาลปราบโกงไม่ได้เป็นปัญหาใหม่ที่ซ้ำเติมให้ความรู้สึกว่าประเทศมีปัญหาเยอะไปหมด และทุกปัญหาล้วนไม่เห็นแสงสว่างว่าจะได้รับการปัดเป่าโดยรัฐบาล

รัฐบาลอนุทินเหมือนรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร และรัฐบาลอื่นๆ ที่ไม่มีปัญญาแก้ตั้งแต่ปัญหาง่ายๆ อย่างจับโกงซื้อขายตำแหน่งหรือปัญหายากอย่างฟื้นเศรษฐกิจไทย ใครเป็นรัฐบาลพักเดียวจึงเกิด “กระแส” เปลี่ยนรัฐบาลเหมือนกันหมดเพราะปัญหาประเทศหมักหมมจนประชาชนใกล้ถึงจุดที่ทนไม่ได้เลย

นายกฯ คนนอกเป็นแฟนตาซีทางการเมืองที่กล่อมประสาทคนว่าเปลี่ยนนายกฯ แล้วดี แต่ประเทศไทยวันนี้เปลี่ยนนายกฯ แค่ไหนก็ไม่ดีขึ้นเท่าที่ประชาชนหวัง

เพราะปัญหาพื้นฐานทุกอย่างของประเทศไม่มีการแก้ไข และทุกรัฐบาลก็ใส่ใจปัญหาประชาชนน้อยกว่าโอกาสเป็นรัฐบาลของตัวเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

น้อมวันทาบูชาครู สุนทรภู่จอมปราชญ์สยาม | กวีกระวาด : พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ
เสรีแห่งสายน้ำ (ในห้วงคำนึงของนิราศภูเขาทอง) | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
ปลายด้ายและรูเข็ม
ปรากฏการณ์ ‘จรวดและขนนก’ เมื่อน้ำมันหน้าปั๊ม ลดราคาลงช้าๆ
อินโดนีเซีย เมื่อนโยบาย สวนทางกับความเป็นจริง
ไทยช่วยไทย แพ้ไทยโกงไทย
สอบวัด KPI 3 เดือนรัฐบาล ‘หนู’ ไม่ ‘รั่ว’ แต่ ‘ร่วง’
ครบรอบ 2 ปี วุฒิสภา คดีฮั้ว ส.ว.ไร้ข้อสรุป สีส้ม จี้ ‘กกต.’ ส่งศาลชี้ขาด บิ๊กสภาสูงย้ำไม่ตะแบง
E-DUANG | ทำไม ข่าวยุบกอ.รมน. จึงดัง ทั้งที่ มิใช่ ข่าวใหม่ เรื่องใหม่
ป.ป.ช.ยกระดับ โกงสอบท้องถิ่น ‘คดีพิเศษ’ จ่อฟัน ‘อธิบดี-นายหน้า-ผู้เข้าสอบ’ วิกฤต-โอกาส ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
ด้วย ‘ปรารถนาดี’ ต่อรัฐบาล | ปราปต์ บุนปาน
E-DUANG | ภาพ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย คือ ปรากฏการณ์ ทางการเมือง