“ผู้มีบุญ” คือสามัญชนผู้สั่งสมบุญบารมีไว้มากตั้งแต่ชาติก่อน จึงส่งผลให้ชาตินี้มีความมั่งคั่งเหนือคนอื่นและมีอำนาจรวมศูนย์
สามัญชนคนที่จะสั่งสมบุญบารมีจนได้อำนาจจากการทำบุญทำทาน ย่อมต้องเป็น ผู้มีทรัพยากรพรั่งพร้อม ซึ่งมักเป็น “พ่อค้า” โดยมีหลักฐานสนับสนุนจากเรื่องเล่า “ท้าว อู่ทอง” เป็นพ่อค้ากว้างขวางได้ทำบุญสั่งสมบารมีไว้มาก จึงมีอำนาจและมีความมั่งคั่งเหนือคนอื่นจนได้เป็นชนชั้นนำของรัฐ และยังมี “สตอรี่” อื่นๆ อีกหลายเรื่องอยู่ในหนังสือพงศาวดารเหนือ (แต่งสมัยอยุธยา)
อุดมการณ์ “ผู้มีบุญ” มี 2 แนวทาง ดังนี้
(1.) “ผู้มีบุญ” ในชาตินี้ เพราะทำบุญสั่งสมมาแต่ชาติก่อน จึงรับผลความมั่งคั่งและมากอำนาจวาสนาบารมีจนมองไม่เห็นหัวฝ่ายตรงข้าม
(2.) ผู้ยากจนข้นแค้นในชาตินี้เพราะไม่ทำบุญในชาติก่อน ดังนั้นเมื่อปรารถนาเป็น “ผู้มีบุญ” ในชาติหน้าต้องเร่งทำบุญมากๆ ในชาตินี้
(3.) ความเชื่อที่ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาอย่างนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองการปกครองสงบราบคาบ เพราะผู้ด้อยโอกาสยอมรับบาปเคราะห์ว่าเกิดจากการกระทำของตนเอง โดยไม่เกี่ยวกับการบริหารทางเศรษฐกิจผิดพลาดของรัฐบาล
ฝ่ายตรงข้าม “ผู้มีบุญ” ราว 100 ปีที่แล้ว จะถูกด้อยค่าไม่เป็นคน แล้วถูกเรียกว่า “ผีบุญ” ต่อมาสมัยสงครามเย็นถูกเรียก “คอมมิวนิสต์” แต่หลังจากนั้นถูกเรียก “ฝ่ายซ้าย” หรือถูกด้อยค่าเป็นอย่างอื่นอีกมากตาม “อำเภอใจ” อำนาจรวมศูนย์ของ “ผู้มีบุญ”
ปัจจุบันฝ่ายตรงข้าม “ผู้มีบุญ” ถูกเรียกว่าประชาชน “ผู้ไม่รักชาติ” และไม่มีบุญ ซึ่งต้องทำบุญสั่งสมไปชาติหน้าถึงจะมีบุญ



