หน้าแรก เด่นวันนี้ สสส. จับมือ พ...

สสส. จับมือ พม. และภาคีเครือข่าย เสริมพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างความปลอดภัยทางถนน

5.11.24 | 15:39 น.

การดูแลเด็กและเยาวชนเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสนใจเนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ถนน ด้วยความที่พวกเขายังขาดประสบการณ์และการตระหนักรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและอนาคต การสร้างความเข้าใจและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมมือกัน


เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนจังหวัด แผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เสริมพลังเด็กและเยาวชนเพื่อความปลอดภัยทางถนนผ่านกลไกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย” เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ 

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส.เปิดเผยว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานความปลอดภัยทางถนนของเด็กและเยาวชน เราต่อสู้กับปัญหาอุบัติเหตุมาอย่างยาวนาน โดยพบว่ามีเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่กระบวนการทั้งหลายที่ดำเนินการยังไม่ประสบผลสำเร็จ จึงคาดหวังว่ากลไกของสภาเด็กและเยาวชนจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในเด็กได้สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายและสภาเด็กและเยาวชนใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม สระแก้ว ศรีสะเกษ หนองคาย น่าน ตาก และนครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนประเด็นความปลอดภัยทางถนน โดยเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ เพื่อสะท้อนข้อมูลปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของเด็กและเยาวชน ร่วมวางแผน สื่อสารความเสี่ยงแก้ไขสภาพแวดล้อมที่อันตราย และเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อลดความสูญเสียในเด็กและเยาวชน

Advertisement

 “สสส. มีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับ พม.โดยผ่านสภาเด็กและเยาวชน ที่จะทำทั้งในระดับประเทศไปถึงระดับจังหวัด โดยพื้นที่ต่างๆ มีความแตกต่างเรื่องอุบัติเหตุ เราคาดหวังว่าเด็กจะเข้าใจปัญหาในการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ สำคัญคือมีส่วนในการสร้างการรณรงค์ที่สื่อสารได้ตรงกับวัย ตรงกับรุ่นของเขาและทำให้ในจังหวัดวิเคราะห์ข้อมูลว่าปัญหาอยู่ที่พฤติกรรมนิสัย สภาพแวดล้อม หรืออื่นๆ โดยเด็กสามารถเป็นกระบอกเสียงว่าอยากให้ผู้ใหญ่ในจังหวัด อำเภอ หรือตำบลที่เขาอยู่ ดูแลความปลอดภัยทางถนนให้กับเขาอย่างไรเชื่อมั่นว่าสภาเด็กและเยาวชนจะเป็นกลไกสำคัญที่จะจัดการปัญหาความไม่ปลอดภัยทางถนน ซึ่งเรื้อรังยาวนานและทำให้คนไทยเสียชีวิตถึงปีละ 16,000 คน”นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) อธิบายว่า ภารกิจของกระทรวง พม. คือ การดูแลทุกกลุ่มอายุ โดยให้ความสนใจกับเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ ซึ่งประเด็นเรื่องความปลอดภัยทางถนนถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มนี้ ฉะนั้น การส่งเสริมและการป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติไปแล้วโดยมีหลักการสำคัญคือ ต้องสร้างสภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของเด็ก“เรามี สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยซึ่งมีสมาชิกจำนวนมาก โดยสภาเด็กและเยาวชนฯจะขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยทางถนนอย่างเต็มที่ให้เด็กและเยาวชนได้รับทราบถึงความปลอดภัยที่พวกเขาสามารถจัดการเองได้ และส่งเสริมกลไกไปสู่เครือข่ายระดับโลก เนื่องจากมีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนนของกลุ่มเยาวชนของโลกที่เป็นองค์กรกลางเราจะส่งเสริมการขับเคลื่อนนี้ในทุกทางเท่าที่จะทำได้”

 นายสุธี ชุดชา รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า สภาเด็กและเยาวชนจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา แก้ไขปัญหา ร่วมกำหนดนโยบายด้านเด็กและเยาวชน รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน ซึ่งประเด็นอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่พยายามให้น้องๆ ขับเคลื่อนและมีส่วนร่วมจากการสำรวจเครือข่ายสภาเด็กฯ ที่เข้าร่วมโครงการพบว่า 80% เคยเห็นอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง 85%มีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่เคยประสบอุบัติเหตุ และ 59%
เคยประสบอุบัติเหตุด้วยตัวเอง นอกจากนี้ กว่า 93% ต้องการมีส่วนร่วมในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง

 “ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่เด็กและเยาวชนต้องนึกถึง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ซึ่งอุบัติเหตุเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถบอกเวลาหรือความเสียหายได้การขับเคลื่อนเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน มองว่าหากเราทำงานตรงนี้คนเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องอาศัยภาคีเครือข่าย พลังน้องๆ เยาวชนที่ขับเคลื่อน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันพัฒนากลไกหรือส่งเสริม อาจจะเริ่มจากพลังของน้องๆว่ามีความต้องการอยากป้องกันอุบัติเหตุอย่างไรอยากขับเคลื่อนในประเด็นไหน และทางหน่วยงานให้การช่วยเหลือสนับสนุน เพื่อส่งเสริมให้มุมมองความคิดของน้องๆ เป็นจริง ภายใต้แนวคิด เด็กคิด เด็กทำเด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน” รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย