‘กรณ์ จาติกวณิช’ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากล่าวปราศรัย ภูเก็ต D.I.Y.-Do It Yourself
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า ได้ฟังประธานพรรค ปราศรัย ตน ท้า เลย ว่าไม่มี ผู้นำระดับประเทศทางการเมือง ที่มีความเข้าใจในประสบการณ์และที่สำคัญอินกับชาวภูเก็ตมากเท่ากับนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ฟังครั้งแรก แอบมั่นใจไม่ได้ว่า ถ้าพรรคเราได้โอกาส เราจะได้บุคลากรที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความรู้มาช่วย พัฒนาภูเก็ตอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาคนกรุงเทพมหานครมองตนเองว่ามาภูเก็ตบ่อยครั้งบางครั้งนานเป็นสัปดาห์ อยากบอกว่ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตในปี 2524 ตอน อายุ 17 ขวบ นั่งรถทัวร์ ข้ามคืน มา จากกรุงเทพฯพาเพื่อนจากต่างประเทศมาเที่ยวสมัยนั้นโรงแรมริมหาดแทบไม่มี หลงรักภูเก็ตทันที แอบเสียดายอยู่อย่างเดียวว่าตอนนั้นไม่มีเงินที่จะซื้อที่ดินบริเวณหาดเก็บไว้บ้าง แต่ความผูกพันที่ครอบครัวมีกับภูเก็ตคืออดีต ส.สหญิง คนแรกของภูเก็ต คุณหญิงแร่ม พรหมโมบล เป็นป้าของตนเอง พี่สาวของคุณแม่ ท่านเป็นสส. มีโอกาสรับใช้ชาวภูเก็ต เป็นแรงบันดาลใจให้กับตนเองเช่นเดียวกัน ที่จะมีโอกาสนี้ในอนาคต ตั้งแต่อายุ 17 มาภูเก็ตเรื่อยๆมาแข่งกีฬาเช่นไตรกีฬา แข่งเรือใบ
จนกระทั่ง ปลายปี 2551 มีโอกาสมารับใช้ ประเทศ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอนนั้นอยู่ในท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เรียกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ทันทีทันใดเรารู้โดยทันทีว่า จะฝ่าด่านอุปสรรคนี้ไปได้ อาจต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศ ทางเอเชียจะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน ในช่วงนั้นประเทศไทยเป็นประธานการประชุมอาเซียน จึงได้เร่งนัดประชุมพิเศษ ในกลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และยังเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของจีนเกาหลีและญี่ปุ่นมาร่วม ประชุม ด้วย และเลือกมาจัดประชุมที่ภูเก็ตนี่เอง ที่ลากูน่าภูเก็ต และตนเองเข้ามาสู่ตำแหน่งเกือบจะสิ้นปี2551แล้ว เราสามารถที่จะจัดทุกอย่างเรียบร้อย เป็นประสบการณ์ที่ดีและมีผลลัพธ์เป็นบวก ต่อบ้านเมืองภายใน 2 เดือนสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกมาประชุมที่ภูเก็ต เพราะ รู้ ว่าเป็นการนัดฉุกเฉิน จึงต้องสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มขึ้นอีกนิดนึง ให้กับผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาค พูดง่ายๆชวนใครมาภูเก็ตคนอยากจะมา ให้ตัดสินใจเดินทางมา
นายกรณ์ กล่าวว่านอกจากกรุงเทพฯแล้วการเดินทางไม่ว่าจะประเทศไหนในเอเชีย ที่สะดวกที่สุดคือการเดินทางมาสู่ภูเก็ต การประชุมในครั้งนั้นเป็นไปด้วยดีและเพิ่มแรงบันดาลใจให้ตนเองว่า จะกลับมาทำงานการเมืองเพื่อที่จะ ใช้ รับใช้พี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต ช่วยภูเก็ต ได้พัฒนาตามศักยภาพ ของภูเก็ตที่มี และเวลาผ่านไปเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสมาตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อพรรคกล้า และ ในวันนั้นมีหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในที่ประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรค ยกมือและบอกอาสาขอเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนี้ด้วย และขอเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.ให้กับภูเก็ต หนุ่มคนนั้นคือ เทมส์ ไกรทัศน์ วันนั้นทำให้ตัวเองมีโอกาสได้เดินทางมาจังหวัดภูเก็ตบ่อยครั้งขึ้น แต่ละครั้งที่มามีความเข้มข้นในการทำงานในการทำงานมากขึ้นมีโอกาสพบปะผู้คนที่หลากหลายทุกสาขาอาชีพได้เรียนรู้ประเด็นปัญหาวิกฤตและ หลังจากนั้นไม่นานเข้าสู่ปัญหาวิกฤตโควิด มีส่วนรับรู้ประเด็นปัญหาและอื่นๆ ของชาวภูเก็ตอยู่ไปสักพักจากคนที่มีโอกาสพบปะโชคดีได้รู้จักกับแปะกุ่ย จี้แต้ว คนภูเก็ตส่วนใหญ่น่าจะรู้จัก ประเด็นสำคัญคือได้เพื่อนใหม่ 2 คนและพบปะรู้จักกับ นายเฉลิมพล เกิดทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีสุนทรหรือนายกอั้ม สุดท้ายเรามีว่าที่ผู้สมัครคนที่ 2 คือนางสาวอรทัย หรืออ้อ เกิดทรัพย์ ยิ่งสนุกใหญ่ได้คนรุ่นใหม่ 2 คนที่มีแรงผลักแรงดัน มีความรู้ความสามารถ มีความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะมา รับใช้คน ภูเก็ต เราก็ลุยกันได้เต็มที่จาก 2 ปีที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด ตนเองมีข้อสังเกตรวม 4 ข้อ คือภูเก็ตเป็นเมืองน่าอยู่น่าเที่ยว จริงๆในช่วงโควิด มีความพิเศษ เราจะมีความเดือดร้อนอย่างไรก็แล้วแต่ทั้งที่ภูเก็ตหรือ แต่ประเด็นทางบวก เป็นช่วงที่ทำให้คนไทย ภาคส่วนอื่นๆโดยเฉพาะคนกรุงเทพมหานคร กลับมารื้อฟื้นความสัมพันธ์ กับภูเก็ตเปลี่ยนทัศนคติและหลงใหลและหลงรักภูเก็ต กับในอดีตที่เคยมีมา อันนี้คือเรื่องจริงและตนเองมีโอกาสมา กักตัวที่ภูเก็ตมีความสุขและสบายมาก และเสียใจอยู่นิดเดียวคือจากเดิม 2 สัปดาห์เหลือเพียง 1 สัปดาห์ เลยหมดข้ออ้างที่อยู่ที่ภูเก็ต 2 สัปดาห์เต็มๆ รวมทั้งลูกสาวมากักตัวที่ภูเก็ต หลังจากนั้นไม่ยอมกลับบ้าน อยู่ที่นี่เปิดบริษัท เกือบๆครึ่งปีก่อนที่จะยอมกลับกรุงเทพฯและภูเก็ตเป็นเมืองน่าอยู่น่าเที่ยว ที่ใครๆทั่วโลกก็รู้
ภูเก็ต คือ Authentic ของแท้ ของจริง สำคัญมากในเรื่องนี้และมีโอกาสได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่บริเวณหลาดใหญ่ย่านการค้าเมืองเก่าภูเก็ตได้เห็นการฟื้นฟูบูรณะ เมืองเก่าให้มาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมา เหมือนสวนสนุก Disney แต่นี่คือของจริงที่มีประวัติศาสตร์ประเพณีวัฒนธรรม ฟื้นฟูกลับขึ้นมาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่เดิมที่ตนเองเคยชื่นชอบGeorge Town เกาะปีนังประเทศมาเลเซีย สู้ภูเก็ตไม่ได้ เพราะเรามีอาหารอร่อยกว่าเยอะ นอกจากนี้มาร่วมงานถือศีลกินผัก 2 ปีต่อเนื่องได้สัมผัสถึงของแท้ในส่วนของวัฒนธรรมชาวจีนฮกเกี้ยน เทศกาลแบบนี้หาที่อื่นไม่ได้เมืองจีนก็ยังไม่มี แต่มีที่นี่เช่นเดียวกันและไม่ใช่เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมา แต่เป็นการ ฟื้นฟูบูรณะ สืบต่อช่วงอายุคนมาเรื่อยๆและเห็นว่าคนรุ่นใหม่ อินกับเทศกาลกินผัก และวัฒนธรรมกินเจไม่ได้น้อยกว่าคนรุ่นเก่าเลย เมื่อมองไปสู่อนาคตจะเห็นได้ว่ามีแต่จะแข็ง แกร่งมากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการรักษาวัฒนธรรมที่ดีเดิมๆของภูเก็ตไว้
นอกจากนี้นายกรณ์ ระบุด้วยว่า ข้อสังเกตที่ 3 มีความสำคัญมากนั่นคือคน ชาวภูเก็ตเองสิ่งหนึ่งที่สัมผัสตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นคนเก่ง โคตรเก่งมีความรู้มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลเพราะว่า อาจจะเป็นว่าหลายชั่วโคตร ค้าขายมากับโลก และช่วงนี้รับแขกจาก ประเทศ ต่างๆทั่วโลก มีมุมมอง ที่กว้างไกล ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก สำหรับข้อสังเกตข้อที่ 4 นั้น อาจจะมีมิติเชิงลบอยู่ด้วย ตัวเองมองว่าอะไรที่คนภูเก็ตทำเองและภาคเอกชนรับผิดชอบดีหมด World Class แต่อะไรที่เป็นความรับผิดชอบของภาครัฐ ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ขอ บอกว่ายังไม่ตอบโจทย์ของจังหวัดภูเก็ต ถ้าจะให้ตนเองพูดชัดและรุนแรงกว่านี้ คือรัฐFailedคนภูเก็ต
เมื่อมีข้อสังเกตทั้ง 4 ข้อแล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร จากนี้จะทำอะไร ส่วนหลักคิดนโยบายสำคัญของพรรคชาติพัฒนากล้า แล้วต่อไปจะมีคนถามว่าทำไมต้องเป็นพรรค มีอะไรที่แตกต่างจากพรรคอื่น ในแง่มุมของคนภูเก็ต อยากจะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคต่างๆมานั่งดีเบตกัน พรรคสามารถชนะด้วยความจริงใจที่มีต่อชาวภูเก็ตโดยประธานพรรค ตัวตนที่แท้จริงของพรรคคือเรื่องเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของการสร้างโอกาสการดูแลประเด็นปัญหาเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชน โดยธรรมชาติของพวกเราแต่ละคนเราอยู่เวทีไหนเราก็ เลือกพูดแต่เรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเพราะสนใจแต่เรื่องนี้แต่เป็นเพราะเข้าใจว่า ประเด็นปัญหาสังคมต่างๆ รวมไปถึงเรื่องประเด็นปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย มันจะได้รับการแก้ไขไปได้ ต้อง มีองค์กรและเศรษฐกิจที่ดี ก่อนนี่คือข้อเท็จจริง คือการแก้ไขปัญหาต้นตอหรือต้นน้ำคือปัญหาเศรษฐกิจ คือ DNA ของพรรคเราและมีอดีตรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ที่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต พรรคเรายึดหลักปฏิบัตินิยม เน้นเรื่องของการทำงาน ลงมือทำ ตรง จริตและความต้องการของชาวภูเก็ต
พรรคเลือกการทำงานและไม่ต้องการจะทะเลาะกับใคร เรามองว่าประเทศชาติทะเลาะกันมาเยอะเกินไปแล้ว ประเทศชาติและประชาชน ไม่ได้อะไร ดังนั้นจึงไม่อยากมาสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เพิ่มเติม ทางด้านการเมือง และอาจจะเป็นสาเหตุ ในวงการการเมืองและสื่อมวลชน เขาก็วิเคราะห์กัน ว่าพรรคที่มีแนวโน้มโอกาส ที่จะได้เป็นรัฐบาลมาก ที่สุด พรรคหนึ่ง คือพรรคชาติพัฒนากล้า คือ เราทำงานด้วยง่าย เน้นเรื่องการลงมือทำ สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ที่อยากจะนำเสนอเป็นเหตุผล ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ผู้สมัครของเรา 2 คน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เกิดที่นี่อยู่ที่นี่และโตที่นี่ แต่ได้ออกไปแสวงหา ประสบการณ์โลกภายนอก และมีเจตนาจะนำมาช่วยบ้านเกิดเมืองนอนช่วยเหลือประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งคู่นอกจากเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแล้วสำคัญที่สุด ที่เป็นคุณสมบัติของการเป็นนักการเมือง ที่ต้องมี คือมีจิตสาธารณะการลงไปช่วยอาสาในช่วงโควิดที่ผ่านมา คิดว่าชาวภูเก็ตได้สัมผัสมาแล้วและรู้ดีเพราะฉะนั้นการที่มีผู้สมัคร ที่ตรงต่อ DNA ของพรรค ที่มีทัศนคติและมีจิตสาธารณะ เช่นที่มีอยู่ในผู้สมัคร ยิ่งทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคมีความมั่นใจว่าถึงเวลาและโอกาสของพรรคที่จะมาทำงานให้กับชาวภูเก็ตตาม ความตั้งใจของพรรค
นายกรณ์กล่าวว่า ที่มาของงานนี้ก็คือภูเก็ต D.I.Y.-Do It Yourself คุณทำเองและในช่วงของการแพร่ระบาดตอนต้นของโควิดได้เห็นคลิปสัมภาษณ์ของนายภูมิกิตต์ รักแต่งงาม เป็น บทสัมภาษณ์ที่กินใจตนเองมาก คือพูดจากใจถึงประเด็นปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวภูเก็ตพี่น้องผู้ใช้แรงงานไปจนถึงคหบดีประเด็นปัญหาของผู้ประกอบการที่เดือดร้อน จากการที่นักท่องเที่ยวลดลง จาก12 ล้านคน กลายเป็น 0 ข้ามคืนแต่ไม่มีมาตรการใดๆของรัฐที่เขามีความรู้สึกว่าเข้าถึงได้ ทันทีทันใดตนเองต้องโทรศัพท์ถึง ท่านผู้ นี้ เพราะอยากฟังข้อเสนอแนะ อยากฟัง ความคิดเห็น เพิ่มเติม
ทั้งนี้พอได้คุยกันในครั้งนั้นและหลายๆครั้งต่อมา พวกตนเองถึงได้ตกผลึกหลายเรื่องที่ต้องทำเรื่องที่สำคัญเบื้องต้นคือภูเก็ตต้องมีโอกาสในการดูแล ตนเองการดูแลตนเองD.I.Y. หมายถึงการรักษาโครงสร้าง การปกครองระดับท้องถิ่น แต่จะต้องมีการปรับโครงสร้างการบริหารระดับจังหวัด พูดง่ายๆผู้ว่าต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งงบประมาณและการกำหนดว่างบประมาณควรจะใช้ทำอะไร คนภูเก็ตต้องมีสิทธิ์ในการเป็นผู้กำหนดเอง ถ้าภูเก็ตบริหารตนเองได้ตนเองเป็นนักการเงินท่านสุวัฒน์เป็นวิศวกร สิ่งที่ชาวภูเก็ตทำได้ในอนาคต ออกพันธบัตรภูเก็ตได้หรือPhuket Bond แก้ปัญหาได้มาก สามารถที่จะขับเคลื่อน นโยบายและแผนงานต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ตโดยไม่ต้องนั่งรอรัฐบาล ว่ารัฐบาลส่วนกลางเมื่อไหร่จะเซ็นอนุมัติสักที เช่นอุโมงค์ระยะทาง 4 กิโลเมตรไปสู่ป่าตอง อยู่ในแผนงานมากี่สิบปีแล้ว ตั้งงบไว้ตั้งแต่ประมาณหลัก1,000-2,000ล้านบาท ตอน นี้เท่าไหร่หมื่นกว่าล้านบาทก็ยังไม่ได้ทำสักที เพราะฉะนั้นถ้าภูเก็ตตัดสินใจว่าอะไรสำคัญสำหรับภูเก็ต สามารถที่จะระดมทุนจัดสรรงบประมาณเองได้ คิดว่าภูเก็ตจะพัฒนาได้ทันท่วงที ที่จะรองรับนักท่องเที่ยว 20 ล้านคนใน 5-6 ปีข้างหน้า เป็นสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นไปได้อย่างยิ่งตามที่ท่านสุวัฒน์กล่าวไว้ ถ้าวันนี้มา 20 ล้านคนตายแน่เพราะระบบสาธารณูปโภคมันไม่พร้อม เพราะฉะนั้นนี่คือภารกิจของพวกเราที่ต้องทำด้วยกันและพรรคมีความภาคภูมิใจ ในผู้สมัครทั้ง 2 คนทีมงาน ที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่าสามารถเราสามารถที่จะทำงานร่วมกัน กับชาวภูเก็ตเพื่อทำให้ภูเก็ตมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนได้ อยากจะบอกว่าถ้า ชาติ จะพัฒนา หรือภูเก็ตจะพัฒนา ต้องเติมอย่างเดียวต้องเติมความกล้ากล้าที่จะเปลี่ยนแปลงกล้าที่จะเลือก และกล้าที่จะสนับสนุนพวกเรา




