เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ว่า ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายที่อาจคุ้นเคยกันอยู่แล้ว กล่าวคือ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ จึงเริ่มกระบวนการซึ่งเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น สิ่งที่เบิกได้คือ ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน
“ตอน ตึกสตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) น้ำท่วมหรือไฟไหม้ พอมีความเสียหาย จะเบิกค่าความเสียหายได้ ตามสภาพจริง ถ้าเสียหายทั้งหลังเป็นอย่างไร เสียหายบางส่วนเป็นอย่างไรก็ว่าไป ค่าวัสดุประกอบอาชีพเสียหายไปด้วย คุณแสดงหลักฐานมา ก็สามารถเบิกได้ ถ้าไม่ไปอยู่ศูนย์พักพิงกทม. แต่ไปเช่าห้องอยู่ ก็จะมีค่าเช่าในระยะเวลาที่กําหนดให้ ถ้าบาดเจ็บ หรือไปรักษาที่สถานพยาบาลแล้วมีค่าใช้จ่าย มีใบเสร็จก็เบิกได้ ยอดเท่าไหร่ก็ว่าไป มีค่าปลอบขวัญ ค่าช่วยเหลือซึ่งเรียกว่าเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง และตามระเบียบของกรุงเทพมหานครที่สอดคล้องไปกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดา กล่าวต่อไปว่า ในอดีตเราเคยท่องกันว่า บ้านเสียหายทั้งหลัง 49,500 บาท แต่กทม.คุยกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกรมบัญชีกลางเรียบร้อยแล้ว ว่าหมวดไหนที่กรมบัญชีกลางเพิ่งประกาศระเบียบใหม่ ยอดเงินไหนสูงกว่า จะใช้ของกระทรวงการคลัง

“กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง ระเบียบเดิมของกรุงเทพมหานคร จ่ายได้ 49,500 เราแก้ระเบียบตามระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลังยังไม่ทัน ดังนั้น หมวดนี้ไม่ใช้ระเบียบกทม. แต่ใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งถ้าบ้านเสียหายทั้งหลัง จ่ายตามความเสียหายจริง แต่ไม่เกิน 88,600 บาท ส่วนค่าที่พักชั่วคราว หรือค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้าน สมมติว่าไม่ได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง ถ้ามีใบเสร็จมา กทม.จะจ่ายเนื่องจากหมวดนี้ของกทม.ดีกว่า คือจ่ายครอบครัวละไม่เกิน 3,000 บาท และจ่ายต่อเดือนไม่เกิน 2 เดือน ในขณะเดียวกัน อย่างเครื่องมือประกอบอาชีพ ระเบียบของกระทรวงการคลัง จ่ายได้สูงกว่า กทม. เพราะฉะนั้นเราจะไปอาศัยระเบียบกระทรวงการคลังจ่ายไม่เกิน 13,500 บาทต่อครอบครัว” นางสาวทวิดา กล่าว
ในส่วนค่าจัดการศพ นางสาวทวิดา กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยกยอดขึ้นให้เป็น 35,700 บาทซึ่งระเบียบเดิมอยู่ที่ 29,500 บาท ส่วนระเบียบกทม.ไม่ได้ต่างจากระเบียบเดิม
“เพียงแต่เมื่อมีประกาศเปลี่ยน เราก็ต้องมาทำกระบวนการในการยก เราจะไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ หมวดไหนของกระทรวงการคลังเยอะกว่า จะใช้ของกระทรวงการคลัง ส่วนของ กทม. บางหมวด กระทรวงการคลังไม่ได้จ่าย แต่ กทม.จ่ายให้ เช่น ค่าปลอบขวัญ ค่ารักษาพยาบาล ค่าดำรงชีพเบื้องต้น เพราะฉะนั้นต้องทำหลักๆฐานและขอมา อันนี้เป็นการจ่ายโดยระเบียบปกติที่มีอยู่เดิม” นางสาวทวิดา กล่าว
สำหรับสาเหตุที่เดิมต้องมีกระบวนการลงบันทึกประจำวัน เพื่อรับเงินเยียวยา นางสาวทวิดา อธิบายว่า บางครั้งมีเรื่องของหาย บางครั้งมีคนเสียชีวิต และบางครั้งในหลายกรณีการเสียชีวิตไม่ได้มาจากสาธารณภัย ตำรวจจึงต้องมีบันทึกประจำวัน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ

“บางครั้งเจ้าของอาจเสียชีวิตไป แต่มีผู้ไปแสดงตนว่าเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจตํารวจที่ต้องมีกระบวนการนี้ กรุงเทพมหานครจึงมีระเบียบนี้ว่าต้องชี้แจง แต่ในครั้งนี้ทางกรุงเทพมหานครประสานกับทางตำรวจ และกรมบัญชีกลาง ว่าเราจะยกเว้นเรื่องการลงบันทึกประจำวัน แต่ขอเวลาตรวจสอบให้ไม่ผิดกฎหมายหรือระเบียบข้อใด เผื่อมีระเบียบหลายข้อ จะยุ่ง เดี๋ยวจะเป็นโมฆะ
เรื่องบันทึกประจำวันได้ตัดสินร่วมกันแล้วว่าจะยืดหยุ่นยกเลิก แต่ถ้าในการแจ้งขอความช่วยเหลือ หรือบางกรณี เกิดมีข้อมูลว่าตรงนั้นมีผู้เสียชีวิตหรือไม่ เสียหายหรือไม่ ทำไมหลักฐานที่ส่งมาว่าคุณเป็นเจ้าของ อุปกรณ์ หรือบ้านทำไมไม่ใช่ อันนี้อาจจะต้องขอให้เข้ามาตรวจข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นคนที่ควรจะได้จริง ๆ จะไม่ได้
เพราะฉะนั้นเรากำลังจะยกเลิกการไปลงบันทึกประจำวัน แต่จะอำนวยความสะดวกในกรณีที่ต้องเรียกมาเพื่อให้ข้อเท็จจริงบางส่วน บางกรณีเท่านั้น โดยจะจัดให้มีการเข้ามาแบบออนไลน์ พอคุณออนไลน์คุณก็จะอยู่ในห้องที่มีตำรวจและเรา ซึ่งจะขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เน้นว่า เฉพาะบางรายเท่านั้นที่มีความซับซ้อนของเหตุการณ์ นอกนั้นไม่มีปัญหาขณะนี้กรุงเทพมหานครกำลังจัดทำแบบฟอร์มโดยสำนักดิจิทัลฯ โดยใช้บทเรียนจากตอนตึก สตง. ถล่มที่มีความผิดพลาดสูงมาก เช่น สะกดผิด ตัวเลขไม่ใช่ จึงขออนุญาตกับกรมการปกครอง ว่า อะไรที่สามารถเชื่อมข้อมูลได้ เช่น เราคีย์เลข 13 หลักเข้าไป เวลาเราเปิดฟอร์ม อะไรที่ระบบเติมข้อมูลให้ได้ ให้เติมเลย” นางสาวทวิดา กล่าว

นางสาวทวิดา กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ยังต้องทำอยู่คือการถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ขอความกรุณาให้ยังทำอยู่ ทั้งรูปของระดับน้ำ ไม่ว่าจะปัจจุบัน เริ่มลดลงหรือเริ่มแห้ง ก็ถ่ายรอยน้ำไว้ วัสดุอุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์อะไรที่เสียหายให้ถ่ายไว้
“ถ้าพอจำได้ปี 2554 กับปี 2565 ที่มีการขอช่วยเหลือเยอะ ๆ จะมีกระบวนการคล้าย ๆ กันคือถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ และจะมีแบบฟอร์มให้กรอกยืนยันตัวตน อีกหนึ่งกระบวนการคือเรื่องในระเบียบเดิมบอกว่าในอุทกภัย มีการจ่ายเป็นเงินสดขณะนี้คุยกับกรมบัญชีกลาง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าจะทำให้สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ แต่วันที่คุณส่งเอกสาร ก็ต้องยืนยัน และคงต้องมีระบบว่าจะยืนยันตัวตนอย่างไร เช่น พร้อมเพย์ แบงค์ออนไลน์ เพื่อให้เราสามารถส่งเงินให้คุณทางออนไลน์ได้” นางสาวทวิดา กล่าว
นางสาวทวิดา กล่าวต่อไปว่า กระบวนการทั้งหมดเบ็ดเสร็จนี้ อยู่ในฝั่งที่เป็นเงินตามระเบียบกระทรวงการคลัง ระเบียบกทม. และกรมป้องกันสาธารณถ้าหลักฐานชัดเจน หากไม่ได้เป็นกรณีที่ซับซ้อน จะสามารถทำออนไลน์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างไรก็ตาม ใครที่คุ้นชินกับการมาสำนักงานเขตก็สามารถมาส่งเอกสารได้ แต่ขณะนี้กำลังให้สำนักงานเขตสำรวจพื้นที่เพราะแต่ละเขตมีประชากรจำนวนมาก ถ้ารับเขตที่เดียวคาดว่าจะไม่ไหว อยู่ระหว่างกำลังถามเขตบัดดี้ (สำนักงานเขตที่ไม่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย) ให้เข้ามาช่วย โดยอาจแยกเป็น 2 จุด คล้ายศูนย์ราชการเบ็ดเสร็จเร่งด่วน ให้ประชาชนได้แยกส่วนกันได้ เพราะเมื่อระบบหลักให้ออนไลน์ได้ นั่นหมายความว่า การปรากฏตัวก็ผ่านแล้ว

“ถ้าออนไลน์ได้ เจ้าหน้าที่เขตไหนก็ต้องรับเรื่องได้ เรียกว่าแยกหน่วยรับทางกายภาพ อยากให้ประชาชนสะดวกที่สุด และเราจะพยายามลดเอกสารที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด ให้เหลือเฉพาะแค่รูปหลักฐาน ควรเก็บหลักฐานไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่เก็บได้ ถ่ายรูปเก็บไว้ กทม.จะพยายามทำทุกอย่างให้เป็นแบบออนไลน์อิเล็กทรอนิกส์ จะให้เป็นภาระน้อยที่สุด” นางสาวทวิดากล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า กรณีของแฟลตคลองจั่น หากห้องด้านล่างน้ำท่วม แต่ห้องข้างบนน้ำไม่ท่วม ผู้อยู่อาศัยห้องข้างบนถือเป็นผู้ประสบภัยหรือไม่
นางสาว ทวิดา ตอบว่า กทม. ถือว่ากรณีเช่นนี้เป็นผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม สำหรับ เงินเยียวยา ผู้อยู่อาศัยด้านล่าง ย่อมมีหลักฐานมากกว่า ขณะที่คนด้านบน สะดุดในเรื่องการดำรงชีพ
”เข้าใจว่านี่คือเหตุผลที่เป็นมติพิเศษออกมา เพราะว่าเห็นบางคนออกมาไม่ได้ หรือต่อให้ออกมาได้ก็อาจยากลำบากกว่าเดิม ต้องจ้างรถมารับ หรือเดินลุยน้ำ ก็ต้องดูกันอีกทีว่า จะมีการกำหนดเกณฑ์อย่างไร รายละเอียดนี้ก็ต้องออกมาได้ภายในสัปดาห์นี้ คล้ายๆตอน ตึกสตง.ที่มีเกณฑ์ความเสียหาย เทียบกับของกรมบัญชีกลาง ว่ารอยแบบไหนต้องจ่ายเท่าไหร่ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน” นางสาว ทวิดา กล่าว



