พยาบาลสาว ร้องผู้ว่าฯอุดร สอบ รพ.ดัง เบิกเงินโอที ไม่ชอบด้วยกม. ซ้ำถูกกดดันหนัก หวั่นไม่ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ศาลากลาง จ.อุดรธานี น.ส.รภัทร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี (วิสัญญีพยาบาล ห้องผ่าตัด) เข้าพบนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เพื่อร้องเรียนการเบิกจ่ายค่าตอบแทน การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ หรือ “โอที” ของกลุ่มงานการพยาบาลห้องผ่าตัด รพ. ไม่เป็นไปตามระเบียบ ผิดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข โดยเริ่มร้องเรียนมาตั้งแต่ ต.ค.2565 พร้อมหลักฐานครบถ้วน จนถึงปัจจุบันยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ร้องขอการคุ้มครองจาก ผวจ.อุดรธานี แล้ว ครั้งนี้ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี มารับเรื่องร้องเรียนและซักถามด้วยตนเอง
น.ส.รภัทร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ จะคิดคำนวณจากจำนวนผู้ป่วย การทำเบิกแต่ละครั้งมีขั้นตอน และผ่านการตรวจสอบจนมีคำสั่งอนุมัติ แต่ละครั้งใช้เวลานานเกือบปีจึงจะได้เงิน จนกระทั่งมีแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ตั้งข้อสงสัยการเบิกจ่าย โอที เมื่อตรวจดูพบว่าไม่เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข จึงทำบันทึกถึง รพ. เมื่อ 27 ต.ค.2565 แต่ก็ไม่ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวน กลับมาขอให้ตนเองถอนเรื่อง เมื่อไม่ถอนก็เกิดการเผชิญหน้า ตำหนิ ข่มขู่ ด้วยถ้อยคำทำร้ายจิตใจ บีบบังคับให้ถอนคำร้อง
“เมื่อ รพ.ไม่สอบสวน ก็มาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี และ สตง.อุดรธานี เรื่องก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร ก็ร้องเรียนไปในระดับที่สูงขึ้น อาทิ สตง.ภูมิภาคที่ 6 (อุดรธานี) , ปปช. และอีกหลายหน่วยงาน ที่เริ่มจะเข้ามาตรวจสอบ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร ส่งหนังสือไปติดตามความคืบหน้าก็ไม่ตอบ ไปติดตามทวงถามเองก็ มีแต่คำพูดให้ร้ายคนร้องเรียน จึงตัดสินใจร้องเรียนไปพึ่งบุคคลสูงที่สุด เมื่อ 22 เม.ย.2567 ต่อมาราว มิ.ย.67 มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ไม่รู้ว่าเป็นหน่วยงานไหน เดินทางมาตรวจสอบ 2 วัน น่าจะตรวจสอบไปเพียง 1 เดือน จากนั้นมีคำสั่งเรียกเงินคืน 348,763 บาทถ้วน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้คืนเงินไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ตรวจเอกสารอีกหลายปี”

น.ส.รภัทร กล่าวอีกว่า มาพบ ผู้ว่าฯเพื่อมอบหลักฐาน เอกสาร-อื่นๆ พร้อมให้ปากคำตอบข้อซักถาม ได้ขอให้ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี
1.เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการตรวจแนะนำเพียง 1 เดือน พบต้องคืนเงิน 348,763 บาท แล้วที่ทำมาตั้งแต่ปี 61-65 หรือกว่า 60 เดือน ก็น่าจะต้องเอามาคืนด้วย แต่กลับดองเรื่องไว้ไม่สอบสวนต่อ เอกสารถูกรวบีรวมไว้ที่ห้องนิติกรหลายเดือนแล้ว
2.ความผิดที่เกิดขึ้นจนต้องคืนเงิน หากมีความผิดทางวินัย หรืออาญา ก็น่าจะดำเนินการให้ครบถ้วน
3.ตลอด 3 ปี ที่ร้องเรียนกรณีนี้หน่วยงานที่ตรวจสอบ ทั้ง สตง.อุดรธานี , สตง.ภูมิภาคที่ 6 (อุดรธานี) ทำไมตรวจไม่พบความผิด จนมีหน่วยงานส่วนกลางมาตรวจจึงพบและเรียกเงินคืน
“ ตั้งแต่เห็นข้อผิดพลาด และร้องเรียนจากในองค์กร หน่วยงานในจังหวัด หน่วยงานระดับประเทศ เวลาต่อเนื่องมากกว่า 3 ปี เกิดการเผชิญหน้าทุกฝ่าย ถูกแรงกดดันจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และคนอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งท่าทางและถ้อยคำ รวมไปถึงการข่มขู่ จนถึงการถูกเดินกระแทกไหล่ คับแค้นใจจนร้องไห้หลายครั้ง เคยขอพ่อกับแม่จะลาออก ท่านขอไม่ให้ทำเพราะต้องดูแลครอบครัว มีลูกเป็นข้าราชการคนเดียว ก็ตั้งใจว่าจะทำงานต่อไป จนกว่าเรื่องนี้จะจบจึงจะตัดสินใจ วันเวลาที่เราออกมาสู้คนเดียว ไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนร่วมงาน ข้าวกลางวันต้องกลับไปกินที่บ้าน การร้องเรียนไม่ได้หวังเงินทอง เพราะไม่ได้เงินทองอยู่แล้ว ขอเพียงให้เงินงบประมาณใช้ให้ถูกต้อง และเอาคนผิด รวมทั้งคนปกป้องคนผิดมารับผิดชอบ ”

นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณผู้ร้อง ที่ต้องการรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว เป็นการร้องเรียนไปยัง สนง.ตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อมีการตรวจสอบพบก็สั่งให้แก้ไข ซึ่งหน่วยงานต้องพิจารณาแก้ไข ขณะผู้ร้องได้มาพบผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นว่าการตรวจสอบเป็นเพียงบางส่วน น่าจะต้องตรวจสอบเพิ่มขึ้น เมื่อร้องเรียนมายังจังหวัด ผู้ว่าฯได้-ไปพูดคุยสอบถามด้วยตนเอง ก็ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เข้าไปติดตามตรวจสอบในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้ประสานไปยังฝ่ายบริหาร รพ.ศูนย์อุดรธานี ขอเข้าพบนายแพทย์ทรงเกียรติ ผอ.รพ. เพื่อสอบถามในดังกล่าว ได้รับคำตอบว่า ผอ.รพ. เดินทางไปราชการที่กรุงเทพฯ





