<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822046]]></link><pubDate>2026-07-26T10:29:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5822046</guid><description>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ พายุไต้ฝุ่นโนอึลได้พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนแล้วในเช้าวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) นี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นโนอึลได้พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนแล้วในเช้าวันอาทิตย์ (26 ก.ค.) นี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งและฮ่องกงที่อยู่ติดกัน ส่งผลกระทบต่อการสัญจร รวมถึงที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงซึ่งได้ประกาศยกเลิกให้บริการเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ซึ่งเป็นชื่อภาษาเกาหลีหมายถึงแสงเรืองรองของพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 12 ของปีนี้และเป็นลูกที่ 3 ที่พัดถล่มจีนภายในเดือนนี้ โดยทางการจีนระบุเมื่อวันเสาร์ว่า พายุลูกนี้ทำให้ต้องอพยพประชาชนกว่า 340,000 คนในมณฑลกวางตุ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานีอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงรายงานในวันอาทิตย์ว่า ไต้ฝุ่นโนอึลได้อ่อนกำลังลงขณะเคลื่อนตัวลึกเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ แต่ลมกระโชกแรงยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงได้ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับสีเหลือง พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังเหตุน้ำท่วมฉับพลัน โดยระบุว่าจะมีประมาณน้ำฝนตกลงมามากกว่า 30 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงและคาดว่าจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการฮ่องกงประกาศยกระดับเตือนภัยพายุสู่ระดับการเตือนภัยไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ขณะพายุลูกนี้เคลื่อนตัวเข้ามาในระยะห่าง 80 กิโลเมตรจากฮ่องกง ก่อนจะลดระดับเตือนภัยสู่หมายเลข 8 เมื่อเวลา 07.10 น.ตามเวลาท้องถิ่น ที่ส่งผลให้ธุรกิจและระบบขนส่งส่วนใหญ่ต้องหยุดให้บริการซึ่งจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างน้อยจนถึงเที่ยงวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงประกาศว่าเที่ยวบินต่างๆ จะค่อยๆ กลับมาให้บริการอีกครั้งหลังจากเวลา 18.00 น.ของวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5822046?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นโนอึล ขึ้นฝั่งตอนใต้จีนแล้ว ก่อฝนถล่มหนัก-ลมกระโชกแรง ป่วนสัญจรทางอากาศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T04:20:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T04:20:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030511Z_1815929400_RC2ELMAS8OM8_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030514Z_538876914_RC2ELMAGS50D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-26T030514Z_538876914_RC2ELMAGS50D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-HONGKONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821928]]></link><pubDate>2026-07-26T08:52:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5821928</guid><description>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับสลด 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ คาดเป็นอิสลามิกสุดโต่ง เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเสาร์(25 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนขับรถพุ่งใส่ฝูงชนกลาง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับสลด 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ คาดเป็นอิสลามิกสุดโต่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเสาร์(25 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุคนขับรถพุ่งใส่ฝูงชนกลางงานเฉลิมฉลองเบอร์ลิน ไพรด์ ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศที่มีผู้คนพากันออกมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวนับหลายแสนคน เหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 17 ราย ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังไล่ล่าตัวคนขับรถสีขาวคันก่อเหตุอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า หลายชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตี รายละเอียดยังคงไม่ชัดเจน แต่ตำรวจระบุว่ารถคันดังกล่าวพุ่งเข้าชนผู้คนหลายรายหลังจากขับเข้าไปในสวนสาธารณะเทียร์การ์เทน ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับประตูบรันเดนบวร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกตำรวจแถลงในที่เกิดเหตุว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับ ยานพาหนะคันดังกล่าวขับเข้าไปในสวนเทียร์การ์เทนเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ก่อนรถได้หยุดนิ่งลงหลังจากพุ่งชนต้นไม้ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ภายในรถไม่มีคนอยู่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมขณะนี้เราจึงกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ&amp;#8221; โฆษกตำรวจกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกหน่วยดับเพลิงระบุว่า ในจำนวนผู้บาดเจ็บ 17 รายนั้น มี 8 รายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และในจำนวนนี้มี 3 รายที่มีอาการวิกฤตถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่ายานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุเป็นสีขาว ซึ่งคาดว่าเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถตู้ หรือรถมินิบัส&lt;br /&gt;
ด้านหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ Bild อ้างคำบอกเล่าของพยานระบุว่าเป็นรถตู้ และมีชายคนหนึ่งลงจากรถก่อนจะวิ่งหลบหนีไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเกิดเหตุมีประชาชนหลายแสนคนมารวมตัวกันอย่างสงบในกรุงเบอร์ลินเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลอง Christopher Street Day ประจำปี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานกิจกรรมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้งานต้องยุติลงอย่างกะทันหัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จูเลียน เมธิก ผู้เข้าร่วมงานกล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดสำหรับชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเป็นวันที่ตนหวังว่าจะไม่มีวันต้องเผชิญ ซึ่งตนรู้สึกตกใจมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน Christopher Street Day ดึงดูดผู้คนหลายแสนคนให้เดินทางมายังเมืองหลวงของเยอรมนีในแต่ละปี งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์จลาจลที่ Stonewall ในนิวยอร์กเมื่อปี ค.ศ. 1969 โดยผสมผสานขบวนพาเหรดเข้ากับการเรียกร้องทางการเมืองเพื่อความเท่าเทียม การยอมรับความแตกต่าง และการคุ้มครองจากการเลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เยอรมนีเผชิญกับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นการจงใจขับรถพุ่งเข้าใส่ฝูงชนจนมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นหลายครั้ง เมื่อเดือนพฤษภาคม ชายคนหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามีปัญหาทางจิตได้ขับรถพุ่งเข้าไปในย่านใจกลางเมืองสำหรับคนเดินเท้าในเมืองไลป์ซิก ทางตะวันออกของเยอรมนี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 2 รายในเมืองมันน์ไฮม์ ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อชายวัย 40 ปี ซึ่งมีอาการป่วยทางจิต ขับรถพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนเดินเท้า เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ชายชาวอัฟกานิสถานรายหนึ่งได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันระหว่างการชุมนุมของสหภาพแรงงานในเมืองมิวนิก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 40 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด โฆษกตำรวจเบอร์ลินเปิดเผยในวันอาทิตย์(26 ก.ค.)ว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุขับรถพุ่งชนฝูงชนในงานฉลองเบอร์ลินได้แล้ว โดยพบว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มแนวคิดอิสลามสุดโต่งในเมืองนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขณะนี้เราทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว และกำลังดำเนินการตามมาตรการต่างๆ กับบุคคลดังกล่าวซึ่งยังไม่ถูกจับกุม อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นบุคคลที่ตำรวจรู้จักดีในฐานะสมาชิกของกลุ่มแนวคิดอิสลามสุดโต่งในกรุงเบอร์ลิน&amp;#8221; โฆษกกล่าวกับผู้สื่อข่าวในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821928?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมันระทึก! ขับรถพุ่งใส่ฝูงชน ในงานเบอร์ลินไพรด์ ดับ 1 เจ็บ 17 เร่งล่ามือก่อเหตุ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-26T01:55:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-26T01:55:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-25T220921Z_2058861618_RC2ALMAMLZ13_RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-25T220921Z_2058861618_RC2ALMAMLZ13_RTRMADP_3_GERMANY-LGBT-PRIDE-ACCIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821080]]></link><pubDate>2026-07-25T09:44:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5821080</guid><description>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ รอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจอังกฤษ 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเรือของตำรวจนครบาลลอนดอน (Metropolitan Police) พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจอังกฤษ 5 นาย ได้รับบาดเจ็บ หลังจากเรือของตำรวจนครบาลลอนดอน (Metropolitan Police) พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ใจกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า เรือลำดังกล่าวซึ่งสังกัดหน่วยตำรวจทางน้ำของตำรวจนครบาลลอนดอน (MET) พุ่งชนสะพานเมื่อเวลา 14.40 น. นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งตกลงไปในน้ำ แต่ได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาแล้ว โดยมีกำลังตำรวจและหน่วยงานฉุกเฉินอื่นๆ เข้าไปสมทบเพื่อรับมือกับสถานการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ 5 นายได้รับบาดเจ็บและกำลังเข้ารับการรักษา&amp;#8221; แถลงการณ์ของตำรวจระบุ &amp;#8220;ขณะนี้เรากำลังรอข้อมูลอัพเดตเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของพวกเขา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ระบุว่า ไม่มีประชาชนทั่วไปมาเกี่ยวข้องหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ และกล่าวว่ามีการตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับอาคารรัฐสภา โดยมีประชาชนจำนวนมากยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่บนสะพาน ทั้งนี้ ทางการท่าเรือแห่งลอนดอน (Port of London Authority) ระบุว่ากำลังให้ความช่วยเหลือในการรับมือกับสถานการณ์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5821080?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ</dc:alternative><dc:abstract>ลอนดอนระทึก เรือตำรวจ พุ่งชนสะพานเวสต์มินสเตอร์ ตำรวจ 5 ราย กระเด็นตกน้ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-25T04:49:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-25T04:49:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T161555Z_1402063269_RC2GKMAYTJIR_RTRMADP_3_BRITAIN-THAMES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T161555Z_1402063269_RC2GKMAYTJIR_RTRMADP_3_BRITAIN-THAMES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/86503-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/52056.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/52056-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820331]]></link><pubDate>2026-07-24T16:28:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820331</guid><description>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน กระทรวงพาณิชย์ของจีน ประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง(dual-use items) ไปยัง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์ของจีน ประกาศเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ห้ามการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง(dual-use items) ไปยังอีก 14 บริษัทในกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) ซึ่งมีผลในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรายชื่อ 14 บริษัทของกลุ่มอียูที่ถูกขึ้นบัญชีเพิ่มเติมในการเผชิญมาตรการห้ามส่งออกดังกล่าว รวมถึง Rheinmetall AG บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และอาวุธรายใหญ่สัญชาติเยอรมัน และ Vigo Photonics บริษัทอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติโปแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหภาพยุโรปต่อรัสเซีย ซึ่งทำให้บริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงรวม 14 แห่งตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวของจีนระบุห้ามองค์กรและบุคคลต่างชาติโอนหรือจัดหาสินค้าที่มีการใช้งานได้สองทาง ซึ่งมีต้นทางจากจีนให้แก่หน่วยงานที่ถูกขึ้นบัญชีควบคุม ในขณะที่ผู้ส่งออกของจีนอาจยื่นขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สินค้าที่มีการใช้งานได้สองทาง หมายถึงสินค้า ซอฟต์แวร์ หรือเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและการทหาร ซึ่งรวมถึงแร่หายากบางชนิดที่มีความจำเป็นต่อการผลิตโดรนและชิป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัญชีควบคุมการส่งออกของจีนมักพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานของสหรัฐและญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนได้ขึ้นบัญชีหน่วยงานจากยุโรป 7 แห่ง จากกรณีการขายอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากที่ยุโรปจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากจีนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอียูออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี(23 ก.ค.)ระบุว่า ทางกลุ่มได้เพิ่มรายชื่อหน่วยงานใหม่อีก 51 แห่ง ซึ่งรวมถึงหน่วยงานที่ดำเนินงานในจีน เข้าไปในบัญชีผู้ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีที่มีการใช้งานได้สองทางอย่างเข้มงวดขึ้น เนื่องจากหน่วยงานเหล่านี้ให้การสนับสนุนภาคการทหารและอุตสาหกรรมของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820331?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน</dc:alternative><dc:abstract>หมายหัวเพิ่ม! จีนห้ามส่งออก สินค้าใช้สองทาง ไป 14 บริษัทในอียู โต้แซงก์ชั่นรัสเซีย กระทบบ.จีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T09:43:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T09:43:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-24T073229Z_527047070_RC2O7KATG0GY_RTRMADP_3_ECB-POLICY-INFLATION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐกล่าวหา &#8216;มูนช็อต เอไอ&#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &#8216;ไทย&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820297]]></link><pubDate>2026-07-24T16:09:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820297</guid><description>สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217; สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายไมเคิล คราทซิโอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายไมเคิล คราทซิโอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า บริษัท มูนช็อต เอไอ (Moonshot AI) สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) จากจีน ได้ขโมยข้อมูลแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนที่สุด ของ แอนโธรปิก (Anthropic) ที่ชื่อ &amp;#8220;เฟเบิล&amp;#8221; (Fable)ไปเพื่อใช้ในการช่วยสร้าง &amp;#8220;เค3&amp;#8221; (K3) รุ่นล่าสุด และยังได้ซื้อชิปเอไอขั้นสูงของเอ็นวิเดียอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคราทซิโอส ได้โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า &amp;#8220;เราได้ข้อมูลมาว่า มูนช็อต เอไอ ได้ใช้กระบวนการกรองความรู้ จากโมเดล &amp;#8220;เฟเบิล&amp;#8221; ของแอนโธรปิก ไปใช้เพื่อการพัฒนาโมเดล เค3 ของตนเอง&amp;#8221; &amp;#8220;การกลั่นกรองความรู้ทางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเป็นไปอย่างปกปิด มุ่งเป้าไปที่การขโมยเทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสหรัฐ และบ่อนทำลายการค้นคว้าของชาวอเมริกัน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คราทซิโอส ยังกล่าวว่า มูนช็อต เอไอ ได้ซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่มีชิป เอไอ ประสิทธิภาพสูงของเอ็นวิเดีย รุ่น จีบี300 (GB300) และนำไปใช้ใน &amp;#8220;ประเทศไทย&amp;#8221; ซึ่งอาจจะนำไปใช้เพื่อฝึกโมเดลเอไอของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุในอีกโพสต์บน X เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า เขากำลังพิจารณาที่จะเพิ่ม &amp;#8220;มูนช็อต เอไอ&amp;#8221; เข้าไปในบัญชีดำทางการค้า และกำหนดมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะเพิ่มความตึงเครียดเกี่ยวกับประเด็นเทคโนโลยีระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับวอชิงตัน เนื่องจากบริษัทจากทั้งสองประเทศกำลังนำเสนอแบบจำลองเอไอที่ทรงพลังมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง และมีศักยภาพในการใช้งานทางทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางมูนช็อตยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว มีเพียง หลิว ชาง โฆษกสถานทูตจีน ประจำกรุงวอชิงตันที่กล่าวว่า คำกล่าวของ คราทซิโอสนั้นไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง และว่า จีนเคารพต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา บุคคลที่เกี่ยวข้องในสหรัฐอเมริกา ควรเคารพข้อเท็จจริง ละทิ้งอคติ และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีและลดทอนความสำเร็จของจีน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า จีนคัดค้านการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจและประเด็นเรื่องการค้า ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและอาวุธมาโดยตลอด และว่า การกระทำดังกล่าวจะขัดขวางกระบวนการในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์โลก&lt;br /&gt;
ด้าน ซาราห์ เฮ็ค ผู้บริหารด้านนโยบายสาธารณะของ แอนโธรปิก ระบุบน X ว่า การที่จีนขโมยแบบจำลองของสหรัฐ สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติอย่างร้ายแรงสำหรับสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ ได้กล่าวว่า โมเดล เอไอ ล่าสุด ของดีพซีค สตาร์ทอัพเอไอของจีน ได้รับการฝึกฝนบนชิปเอไอที่ทันสมัยที่สุดของเอ็นวิเดีย ซึ่งอาจจะเป็นการละเมิดมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามเอกสารทางการทูตที่รอยเตอร์ ได้เห็น ระบุว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐ ได้มีการสั่งการทั่วโลก ให้เพิ่มความสนใจไปยังสิ่งที่ระบุว่า เป็นความพยายามของบริษัทจากจีน รวมถึง มูนช็อต เอไอ ในการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การกลั่นกรองความรู้ (Distillation) คือกระบวนการฝึกสอนโมเดลเอไอขนาดเล็ก โดยการใช้ผลลัพธ์จากโมเดลขนาดใหญ่ที่ต้นทุนสูงกว่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดต้นทุนการฝึกพัฒนาเครื่องมือไอเอใหม่ๆให้มีประสิทธิภาพสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนโธรปิก ระบุว่า บริษัทปัญญาประดิษฐของจีน 3 แห่ง คือ ดีพซีค , มูนช็อต และมินิแม็กซ์ ได้ใช้โมเดล Claude ของแอนโธรปิก เพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถในการปรับปรุงโมเดลของตนเองอย่างไม่เหมาะสม โดยทั้ง 3 บริษัท ได้สร้างปฏิสัมพันธ์กับ Claude มากกว่า 16 ล้านครั้ง โดยใช้บัญชีปลอมประมาณ 24,000 บัญชี ซึ่งเป็นการละเมิดข้อกำหนดในการให้บริการและข้อจำกัดการเข้าถึงในระดับภูมิภาคของแอนโธรปิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มูนช็อต ได้เปิดตัว Kimi K3 แบบจำลองที่มีพารามิเตอร์ 2.8 ล้านล้านตัว โดยระบุว่า เป็นระบบเอไอแบบเปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมอบประสิทธิภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกับเฟเบิล ซึ่งเป็นโมเดลระดับแนวหน้าของแอนโธรปิก ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดตัวดังกล่าว่เกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้เรียกคืนโมเล เฟเบิล และมายธอส ของแอนโธรปิกอย่างกะทันหัน เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำให้เห็นว่า ระบบนิเวศเอไอแบบเปิดของจีน กำลังลดช่องว่างกับระบบที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐได้อย่างรวดเร็วเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820297?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐกล่าวหา &amp;#8216;มูนช็อต เอไอ&amp;#8217; สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน &amp;#8216;ไทย&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐกล่าวหา ‘มูนช็อต เอไอ’ สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน ‘ไทย’</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐกล่าวหา ‘มูนช็อต เอไอ’ สตาร์ทอัพจีน ขโมยเทคโนโลยีบริษัทสหรัฐ เอามาทดสอบใน ‘ไทย’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T09:09:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T09:09:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/MOONSHOT-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820149]]></link><pubDate>2026-07-24T15:13:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5820149</guid><description>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน สภาคองเกรสลงมติสวนทางกันเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ในการโหวตลงมติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยขณะที่สภาผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สภาคองเกรสลงมติสวนทางกันเกี่ยวกับอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ในการโหวตลงมติเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยขณะที่สภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่เพียงเล็กน้อย ลงมติด้วยคะแนนเสียง 214 ต่อ 208 เสียง ตำหนิการทำสงครามอิหร่านของทรัมป์และสั่งให้เขายุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากสภา แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา วุฒิสภาที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากเล็กน้อยเช่นกัน ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 49 ต่อ 47 เสียง คัดค้านมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มติดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอโดยนางพรามิลา จายาปาล ส.ส.พรรคเดโมแครตจากรัฐวอชิงตัน ซึ่งสั่งให้ทรัมป์ยุติการใช้กองกำลังสหรัฐในการสู้รบกับอิหร่าน เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจจากสภาคองเกรสนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยมีส.ส.พรรครีพับลิกัน 4 คน ได้แก่ ทอม บาร์เร็ตต์ ส.ส.รัฐมิชิแกน ไบรอัน ฟิตซ์แพทริก ส.ส.รัฐเพนซิลวาเนีย วอร์เรน เดวิดสัน ส.ส.รัฐโอไฮโอ และ โธมัส แมสซีย์ ส.ส.รัฐเคนทักกี ลงมติเห็นชอบร่วมกับส.ส.พรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนการลงมติในวุฒิสภา มีซูซาน คอลลินส์ สว.รีพับลิกันจากรัฐเมน ที่โหวตเห็นชอบร่วมกับสว.พรรคเดโมแครต ซึ่งสนับสนุนมติจำกัดอำนาจสงครามดังกล่าว แต่จอห์น เฟตเตอร์แมน สว.เดโมแครตจากรัฐเพนซิลเวเนีย ลงมติร่วมกับพรรครีพับลิกัน คัดค้านมติดังกล่าว และมีสว.รีพับลิกัน 4 คนไม่ได้ลงคะแนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การลงมติครั้งนี้เป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น โดยสมาชิกสภาคองเกรสได้ผ่านมติในลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มทำสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ไม่ได้นำไปสู่การยุติสงครามแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการลงคะแนนยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักการเมือง รวมถึงพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตบางส่วนเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นความพยายามที่รวดเร็วและมุ่งเน้นที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่กลับกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการลงคะแนนนางจายาปาลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เธอยินดีกับผลการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร “นี่ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่จากทุกพรรคเชื่อว่านี่เป็นสงครามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายที่ต้องยุติลง” เธอกล่าว โดยอ้างถึงการเสียชีวิตของทหารและพลเรือน และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากสงครามอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐธรรมนูญสหรัฐให้อำนาจเฉพาะคองเกรสหรือรัฐสภาเท่านั้น ไม่ใช่ประธานาธิบดี ในการอนุมัติให้ใช้กำลังทหารและส่งกองกำลังเข้าไปยังพื้นที่ความขัดแย้งในต่างประเทศได้ แม้จะเคยมีกรณีตัวอย่างสำคัญที่ประธานาธิบดีสั่งปฏิบัติการระยะสั้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทันทีก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ ทรัมป์ได้ประกาศยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากมีทหารสหรัฐเสียชีวิตเพิ่มเติม โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารขั้นรุนแรงต่ออิหร่านและกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตร หลังจากฮูตีได้ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดง ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญอีกแห่งหนึ่งสำหรับการขนส่งทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5820149?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>คองเกรสเสียงแตก ลงมติจำกัดอำนาจทรัมป์ ทำสงครามอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T10:20:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T10:20:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-145648-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819874]]></link><pubDate>2026-07-24T13:41:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819874</guid><description>ลูกที่3! จีนเตือน พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝน-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนประกาศเตือนประชาชนเสี่ยงเผชิญฝนถล่มหนักและน้ำท่ว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ลูกที่3! จีนเตือน พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝน-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนประกาศเตือนประชาชนเสี่ยงเผชิญฝนถล่มหนักและน้ำท่วมรุนแรง เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซร้อนโนอึล ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 3 ของเดือนนี้ที่เคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีน โดยคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นและพัดขึ้นฝั่งจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงระบุว่า ในช่วงเช้าวันนี้พายุโนอึลเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางตะวันตกที่ความเร็วลมประมาณ 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุโซนร้อนลูกนี้จะเคลื่อนตัวอยู่บริเวณฮ่องกงในรัศมี 800 กิโลเมตรในเย็นวันเดียวกันนี้ และคาดว่าลมท้องถิ่นจะทวีกำลังขึ้นตามลำดับทั่วพื้นที่ชายฝั่งตอนใต้ พร้อมฝนตกโปรยปรายถึงวันเสาร์(25 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของจีนแผ่นดินใหญ่คาดการณ์ว่าพายุโนอึลจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนระหว่างเมืองจูไห่ ในมณฑลกวางตุ้ง และเมืองจางผู่ มณฑลฝูเจี้ยน ช่วงคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์นี้ ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินและอ่อนกำลังลงตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสะสมในหลายพื้นที่ทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งและมณฑลฝูเจี้ยนที่ราว 500-600 มิลลิเมตร ขณะที่โดยปกติแล้วในแต่ละปีทั้งสองมณฑลนี้จะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยราว 2,000 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพัดผ่านมาเยือนของพายุโนอึลเกิดขึ้นหลังจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนได้เผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันรุนแรงและเหตุดินถล่มเมื่อเร็วๆ โดยทีมกู้ภัยจีนยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายกว่า 50 คนหลังเกิดเหตุดินถล่มในเขตเทศบาลนครฉงชิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819874?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้</dc:alternative><dc:abstract>ลูกที่3! จีนเตือนภัย พายุโซนร้อนโนอึล จ่อแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมรุนแรง คาดขึ้นฝั่งสุดสัปดาห์นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T06:41:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T06:41:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-132810-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819563]]></link><pubDate>2026-07-24T11:36:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819563</guid><description>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง นครนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญกับความหวาดผวาอีกครั้งเมื่อพบเหยื่อสองราย เป็นชายชาวเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นครนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญกับความหวาดผวาอีกครั้งเมื่อพบเหยื่อสองราย เป็นชายชาวเอเชียและชาวยิวถูกคนร้ายใช้อาวุธแทงทำร้าย ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใกล้กับเซ็นทรัลพาร์ค บนถนนอัปเปอร์เวสต์ไซต์ เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี(23 ก.ค.)ที่ผ่านมา ก่อนตำรวจนิวยอร์กจะบุกเข้าจับกุมชายผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งไว้ได้และมุ่งการสอบสวนคดีในแนวทางอาชญากรรมแห่งความเกลียดชัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่าเหตุการณ์โจมตีครั้งแรกเกิดบนถนน เวสต์ 84 สตรีทตัดกับเซ็นทรัลพาร์คเวสต์ พบชายชาวเอเชียอายุ 57 ปีถูกแทงเข้าที่ลำตัวเมื่อเวลา 13.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนพบเหยื่อรายที่ 2 เป็นชายชาวยิวอายุ 50 ปี ถูกคนร้ายก่อเหตุแทงทำร้ายบริเวณถนนสาย 86 ตัดกับถนนอัมสเตอร์ดัมใกล้กับโบสถ์ยิว โดยเหยื่อทั้งสองรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมาท์-เซนต์ลุก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสซิกา ทิสช์ ผู้บัญชาารตำรวจนิวยอร์ก เปิดเผยว่า ในตอนแรกเหยื่อรายแรกมีอาการวิกฤต แต่ขณะนี้คาดว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองรายจะรอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่นานหลังจากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายราอูล โมราเลส อายุ 51 ปี ได้ที่อาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบนถนนอัมสเตอร์ดัมช่วงถนนสายที่ 88 และ 89 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุแทงเหยื่อรายที่ 2 ไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีการติดตามตัวบุคคลอื่นเพิ่มเติมในคดีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กแถลงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังเร่งหาสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ แต่จากคำให้การของผู้เสียหายและพยานพบว่านายโมราเลสตะโกนคำว่า “อัลเลาะห์ อักบาร์” ในระหว่างการก่อเหตุทั้งสองครั้งและทางหน่วยงานกำลังประเมินว่าเหตุการณ์นี้เข้าข่ายอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะไม่มีประวัติปัญหาทางสุขภาพจิตที่ทางกรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) รับทราบมาก่อน แต่การสืบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; ผู้บัญชาการตำรวจกล่าว และว่า ในขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ ระหว่างนายโมราเลสกับผู้เสียหายทั้งสองรายหรือระหว่างผู้เสียหายด้วยกันเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเชื่อว่านายโมราเลสใช้อาวุธมีคมและไขควงในการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย โดยขณะนี้เขายังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ตนได้รับรายงานสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ทั้งยืนยันข้อมูลตามที่ผู้บัญชาการตำรวจได้ให้ไว้ และกล่าวอีกว่า &amp;#8220;การโจมตีที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและน่ารังเกียจเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ในเมืองของเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819563?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง</dc:alternative><dc:abstract>นิวยอร์กผวา! เอเชีย-ยิว 2 รายถูกแทง ใกล้เซ็นทรัลปาร์ก รวบมือก่อเหตุทันควัน ตั้งสอบปมเกลียดชัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T04:36:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T04:36:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-24-112236-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819550]]></link><pubDate>2026-07-24T11:08:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819550</guid><description>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังเผชิญแรงคัดค้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังเผชิญแรงคัดค้านก่อนลงมติเพื่อต่อวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ จากการที่เขาออกมาแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาต่อการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน และปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เติร์ก เป็นนักกฎหมายที่ทำงานกับสหประชาชาติ (UN) มาเป็นเวลาหลายทศวรรษทั้งที่สำนักงานใหญ่สำคัญในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และในภาคสนามรวมถึงที่โคโซโว โดยวาระแรกในการดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมปีนี้ ขณะที่หากได้รับการต่ออายุ เติร์กก็จะดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปีหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ซึ่งเคยทำงานร่วมกับเติร์กอย่างใกล้ชิด และกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมนี้ ได้เสนอชื่อให้เติร์กดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งวาระจนถึงปี 2030&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้ยื่นข้อเสนอโต้แย้งให้ขยายวาระของเติร์กออกไปเพียง  2 เดือนกว่าๆ หรือจนถึงสิ้นปี 2026 ขณะที่นักการทูต 3 คนกล่าวว่า อิสราเอลก็คัดค้านการขยายอายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กออกไปอีก 4 ปี เช่นเดียวกับสหรัฐได้แสดงความกังขาเช่นกัน เพราะเติร์กเรียกร้องให้มีการสอบสวนการเสียชีวิตในศูนย์กักกันผู้อพยพของสหรัฐ และประณามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ที่เคยคาดว่า การต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กที่น่าจะได้รับการสนับสนุนด้วยฉันทามติ จะกลายเป็นการลงมติที่มีการแข่งขันและอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตเผยว่า กุแตร์เรซได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ มาหลายเดือนเกี่ยวกับข้อเสนอการต่อวาระของเติร์กมา ซึ่งเป็นกระบวนการที่มุ่งสร้างฉันทามติ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิดในช่วงสุดท้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เติร์กได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากประเทศในยุโรปและหลายประเทศในลาตินอเมริกา ขณะรอยเตอร์ได้เห็นที่บันทึกทางการทูตของสหภาพแอฟริกา (AU) ซึ่งระบุว่า ไม่มีข้อคัดค้านในการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กอีก 4 ปี และยังไม่มีผู้สมัครรายอื่นที่เป็นที่ทราบกันว่าได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวที่นครนิวยอร์กว่า เลขาธิการสหประชาชาติดำเนินการตามมติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ และเสริมว่า กุแตร์เรซชื่นชมผลงานที่เติร์กทำตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักการทูตบางรายยังตั้งข้อสังเกตเป็นการภายในว่า ไม่ควรต่อวาระเติร์กออกไปจนครบ 4 ปี แต่ควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ต่อไปที่จะพิจารณาแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819550?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน</dc:alternative><dc:abstract>โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T04:08:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T04:08:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11eeee.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11eeee-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/11-50-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819389]]></link><pubDate>2026-07-24T09:54:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819389</guid><description>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม หลังราคาน้ำมันกลับพุ่งสูงขึ้นมาเหนือระดับ 100 ดอล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาดในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม หลังราคาน้ำมันกลับพุ่งสูงขึ้นมาเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซียที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตร พร้อมกับปลุกความวิตกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อระลอกใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวอยู่ที่ 100.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นถึง 7% ในคืนก่อนหน้า จนแตะระดับสูงสุดในรอบสองเดือนที่ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงของกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งไม่ต่างจากการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง ในสภาวะที่อิหร่านแทบจะปิดการใช้งานช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สองสัปดาห์หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่มุ่งยุติสงครามล่มสลายลง  กองทัพสหรัฐยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านต่อเนื่องจนถึงเช้าวันศุกร์ ขณะที่เตหะรานยิงโจมตีประเทศอาหรับเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐเช่นกัน และเนื่องจากยังไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะคลี่คลาย ราคาน้ำมันเบรนท์จึงพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในเดือนกรกฎาคมเดือนเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไนเจล กรีน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษาการเงิน deVere Group กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางเดินเรือที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดของโลกถึง 2 แห่ง กำลังเผชิญภัยคุกคามภายในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว และตลาดการเงินเพิ่งเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรีนกล่าวว่า เมื่อข้อตกลงหยุดยิงล่มสลาย ราคาน้ำมันกลับขึ้นมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับลดลงของราคาน้ำมันก่อนหน้านี้ซึ่งเคยเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ผ่อนคลายนโยบายการเงินอาจกำลังพลิกกลับ และมันดูจะไม่ใช่เพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราวของราคาน้ำมัน แต่กลับมาเปิดประเด็นความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ข่าวที่รัฐบาลสหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าถึง 60 ประเทศ ยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมอ้างอิงของหลายประเทศในยุโรปก็ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่างๆ อาจต้องหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักประมาณ 1 ใน 3 ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยระหว่างการประชุมในเดือนกันยายนถูกคาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นราว 70% ด้านธนาคารกลางยุโรปมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ตลาดประเมินว่ามีโอกาสราว 70% ที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเอเชีย ดัชนี MSCI หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นลดลง 1% ขณะที่ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วง 2.9% และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลง 3.7%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Nasdaq ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% หลังบริษัทอินเทลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด แต่แรงหนุนดังกล่าวอยู่ได้เพียงชั่วคราว ท่ามกลางความกังวลที่กว้างขวางกว่าเกี่ยวกับราคาน้ำมันและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลัง Alphabet และ Tesla ซึ่งเป็นสองบริษัทแรกในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายงานผลประกอบการล่าสุดซึ่งทำให้นักลงทุนวิตก เนื่องจากทั้งสองบริษัทใช้เงินสดจำนวนมากในไตรมาสล่าสุดเพื่อทุ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโลหะมีค่าปรับตัวลดลง โดยราคาทองคำลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4,043 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงไป 2% ในคืนก่อนหน้า ส่วนราคาเงินทรงตัวที่ 57.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากลดลง 3.4% ในคืนก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819389?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง</dc:alternative><dc:abstract>หุ้นเอเชียร่วงหนัก เทขายพันธบัตร หลังน้ำมันพุ่ง 40% ในเดือนเดียว หวั่นเงินเฟ้อรุนแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T02:54:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T02:54:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819330]]></link><pubDate>2026-07-24T07:29:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819330</guid><description>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5% สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศ อ้างเหตุใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีใหม่ 60 ประเทศ อ้างเหตุใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ต่อประเทศคู่ค้า 60 แห่ง โดยอ้างเหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ขาดกลไกหรือมาตรการที่เข้มงวดเพียงพอในการห้ามและปราบปรามการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันที่เป็นธรรมของภาคการผลิตในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ เพื่อทดแทนการเก็บภาษีชั่วคราวเดิมตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐที่ให้อำนาจฉุกเฉินแก่ประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษีซึ่งกำลังจะหมดอายุลง &lt;strong&gt;โดย &lt;span style=&quot;color: #ff0000;&quot;&gt;อัตราภาษีตามมาตรา 122&lt;/span&gt; ดังกล่าวอยู่ที่ 10% ที่รัฐบาลทรัมป์นำมาใช้หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐมีมติสั่งยกเลิกการขึ้นภาษีเป็นวงกว้างของทรัมป์ที่ประกาศใช้กับคู่ค้าสหรัฐทั่วโลก หลังจากที่เขารับตำแหน่งได้ไม่นาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอัตราภาษีใหม่ที่ USTR เพิ่งประกาศนั้นประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีที่ 12.5% ซึ่งเป็นไปตามตามหลักการที่สหรัฐได้แบ่งคู่ค้าออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกที่มีมีการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% ซึ่งเป็นคู่ค้ามีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับหรือมีข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไทยอยู่ในกลุ่มที่ 2 ที่ต้องจ่ายภาษีในอัตรา 12.5% เนื่องจากยังไม่มีกรอบความร่วมมือหรือมาตรการทางกฎหมายที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหรัฐ โดยนอกเหนือจากไทยแล้วประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราดังกล่าวยังรวมถึงจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมดังกล่าว จะครอบคลุมสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ 99.4% แต่มีข้อยกเว้นการเรียกเก็บภาษีกับสินค้าหลายรายการ เช่น น้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย และอาหารบางประเภท และการเรียกเก็บภาษีใหม่ภายใต้มาตรา 301 ดังกล่าว จะทำให้รัฐบาลทรัมป์สามารถคงอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับสินค้านำเข้าของสหรัฐเกือบทั้งหมดได้ และยังมีโอกาสที่จะเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายน้อยกว่า เนื่องจากการใช้มาตรา 301 เคยผ่านการทดสอบในชั้นศาลมาแล้วหลายครั้งและยังคงมีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐมีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับมานานเกือบหนึ่งศตวรรษ และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องทำเช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่า มาตรการครั้งนี้จะเริ่มแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติทางการค้าที่บิดเบือนการแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เกรียร์เคยให้คำมั่นว่า สำหรับประเทศที่ได้ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐและมีการกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้แล้ว ภาษีใหม่ที่ถูกเรียกเก็บโดยอ้างอิงประเด็นแรงงานบังคับจะไม่ทำให้อัตราภาษีรวมสูงเกินเพดานที่ตกลงกันไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้การตัดสินใจขั้นสุดท้าย สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก อาร์เจนตินา บังกลาเทศ สหราชอาณาจักร กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา และตรินิแดดและโตเบโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนสหภาพยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะถูกกำหนดอัตราภาษีในลักษณะที่เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรเดิมตามหลักประเทศที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) แล้ว จะมีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 10% หรือ 12.5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอีก 38 ประเทศที่เหลือ จะถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% ซึ่งรวมถึงจีนด้วย โดยสหรัฐกล่าวหาว่าจีนควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ไว้ในค่ายแรงงาน ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งกับฝ่ายจีนว่า สหรัฐมีแผนจะปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในขณะที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 กลับไปอยู่ที่ 20% ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ในการสงบศึกทางการค้าระหว่างการหารือของทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน แต่จะไม่ปรับสูงเกินระดับดังกล่าว ก่อนหน้ามาตรการที่จะมีผลในวันศุกร์ อัตราภาษีของสินค้าจีนได้ลดลงเหลือ 10% โดยยังไม่รวมภาษี 25% ที่ทรัมป์กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยแรกกับสินค้าภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819330?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%</dc:alternative><dc:abstract>มะกันเรียกเก็บภาษี 60 คู่ค้า อ้างนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-24T03:44:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-24T03:44:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sieakkk2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819244]]></link><pubDate>2026-07-23T22:21:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5819244</guid><description>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีก และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการชะลอการหมุนเวียนของน้ำมันดิบทั่วโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 6.7 เปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 100.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันทะเลแดง ซึ่งเป็นการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอีกเส้นหนึ่งของตะวันออกกลาง นอกเหนือจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มฮุตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่การตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐ เริ่มเลือนลางลงไปทุกที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5819244?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์อีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T15:21:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T15:21:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil12-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/oil12-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5818053]]></link><pubDate>2026-07-23T12:32:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5818053</guid><description>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายนโยบายด้านกลาโหมฉบับใหญ่ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายนโยบายด้านกลาโหมฉบับใหญ่ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ สงครามกับอิหร่าน และบทบัญญัติที่เพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐกับอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายอนุมัติการใช้จ่ายด้านกลาโหมประจำปีงบประมาณ 2027 (NDAA) ซึ่งอนุมัติวงเงินใช้จ่ายด้านการทหารที่สูงเป็นประวัติการณ์ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 38.5 ล้านล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 216 ต่อ 212 เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของพรรค โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันเกือบทั้งหมดลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมดลงมติคัดค้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคเดโมแครตคัดค้านการจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้แก่กระทรวงกลาโหม ในขณะที่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันกำลังตัดลดงบประมาณในโครงการสวัสดิการและโครงการด้านสังคม ทั้ยังคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่และไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้ว 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรครีพับลิกันให้เหตุผลว่า การใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสนับสนุนกองทัพที่กำลังทำสงครามกับอิหร่าน ใช้ในการพัฒนาระบบป้องกันประเทศและจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ตลอดจนจัดสวัสดิการให้กำลังพล เช่น การขึ้นเงินเดือนสูงสุดถึง 7% รวมทั้งก่อสร้างอาคารที่พักทหารและที่พักสำหรับครอบครัวทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับสมาชิกพรรคเดโมแครต คือข้อกำหนดในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีแนวคิดเสรีนิยมจะเรียกร้องให้ลดการสนับสนุนอิสราเอล เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสียหายร้ายแรงต่อพลเรือนปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยปกติแล้ว ร่างกฎหมาย NDAA ถูกมองจากทั้งสองพรรคการเมืองว่าเป็น &amp;#8220;กฎหมายที่ต้องผ่าน&amp;#8221; เนื่องจากเป็นหนึ่งในร่างกฎหมายสำคัญไม่กี่ฉบับที่สภาคองเกรสโหวตรับรองมาโดยตลอด และได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อเนื่องมาแล้ว 65 ปีติดต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายในปีนี้กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากความเห็นต่างทางการเมืองภายในรัฐสภารุนแรงกว่าที่ผ่านมา ทั้งในประเด็นขนาดของงบประมาณกลาโหม สงครามกับอิหร่าน ความช่วยเหลือแก่อิสราเอลและยูเครน ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ &amp;#8220;สงครามทางวัฒนธรรม&amp;#8221; เช่น การปฏิบัติต่อกำลังพลข้ามเพศในกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชะตากรรมของร่าง NDAA ประจำปีงบประมาณ 2027 ยังมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อสมาชิกพรรครีพับลิกันลงมติผนวกร่างกฎหมายนี้เข้ากับ SAVE America Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ทรัมป์สนับสนุน และมีเป้าหมายเพิ่มความเข้มงวดต่อข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนส่งต่อไปยังวุฒิสภาอย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลต่อชะตากรรมของร่าง NDAA อย่างไร เพราะร่างกฎหมาย SAVE America Act ไม่ได้รับเสยงสนับสนุนในวุฒิสภาเพียงพอที่จะผ่านความเห็นชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5818053?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล</dc:alternative><dc:abstract>สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T05:32:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T05:32:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817995]]></link><pubDate>2026-07-23T12:16:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817995</guid><description>จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การซ้อมรบด้วยกระสุนจริงเป็นเวลา 2 วันของกองทัพจีน ได้เปิดฉากขึ้นแล้วในช่องแคบไต้หวันใกล้กับชายฝั่งมณฑลฝูเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การซ้อมรบด้วยกระสุนจริงเป็นเวลา 2 วันของกองทัพจีน ได้เปิดฉากขึ้นแล้วในช่องแคบไต้หวันใกล้กับชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนของจีนในวันพฤหัสบดี(23 ก.ค.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานทางทะเลของจีนประกาศว่าการซ้อมรบจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึง 18.00 น.ของทุกวันที่กำหนดในปฏิบัติการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงรอบเกาะตงซาน ซึ่งมีพรมแดนติดมณฑลกวางตุ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศการซ้อมรบดังกล่าวของทางการจีนเกิดขึ้นหลังจากนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ได้พบปะกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนของจีน เพียงหนึ่งวัน ซึ่งมีการพูดคุยหารือในหลายเรื่อง รวมถึงประเด็นไต้หวัน ที่จีนอ้างสิทธิอธิปไตยว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้กองทัพจีนได้ทำการซ้อมรบที่มุ่งปิดล้อมไต้หวันครั้งใหญ่เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐได้เปิดเผยแผนการขายอาวุธให้กับไต้หวัน ที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.75 แสนล้านบาท โดยในระหว่างการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงของกองทัพจีนในครั้งนั้นที่มีดำเนินไปราว 10 ชั่วโมง กองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพจีนได้ยิงจรวดหลายลูกลงสู่น่านน้ำทางตอนเหนือและตอนใต้ของไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817995?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน</dc:alternative><dc:abstract>จีน เปิดฉากซ้อมรบกระสุนจริง ในช่องแคบไต้หวัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T05:16:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T05:16:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T070844Z_354003146_RC262JAB0X83_RTRMADP_3_CHINA-RUSSIA-MILITARY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817871]]></link><pubDate>2026-07-23T11:40:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817871</guid><description>วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet Pubilc Health เมื่อเร็วๆ นี้ชี้ว่า อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet Pubilc Health เมื่อเร็วๆ นี้ชี้ว่า อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกปรับลดลงนับจากทศวรรษ 1990 ยกเว้นในประเทศยากจน ที่สถานการณ์ปัญหานี้ยังไม่ดีขึ้นนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยระบุว่า อัตราการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกลดลงมากกว่า 30% ในช่วงระหว่างปีค.ศ.1990-2023 ซึ่งเป็นผลจากการมีความคืบหน้าที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว ยอดผู้เสียชีวิตที่เป็นคนเดินถนนและผู้โดยสารในยานพาหนะเพิ่มสูงขึ้นใน 6 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่ายอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศสหรัฐนั้นลดลงในปี 2024 และ 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยข้อมูลของทางหน่วยงานตนเองเมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.)ระบุว่า อัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง 21% ในช่วงระหว่างปี 2011-2025 ทว่าอุบัติเหตุบนถนนนั้นยังคงคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 1.1 ล้านคนในปีที่ผ่านมาและยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 5-29 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเสียชีวิตจากจากอุบัติเหตุบนท้องถนนครอบคลุมถึงการบาดเจ็บรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตที่เกิดขึ้นกับคนเดินเท้า ผู้ขับขี่จักรยาน และผู้โดยสารในรถยนต์ รถบรรทุก รวมถึงยานพาหนะประเภทอื่นๆ เนื่องจากบางประเทศยังขาดข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ คณะผู้วิจัยซึ่งจัดทำรายงานฉบับใหม่นี้จึงใช้วิธีการประมาณการโดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคณะผู้วิจัยจากสถาบัน Institute for Health Metrics and Evaluation แห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่า การบาดเจ็บบนท้องถนนนั้นมีอัตราสูงในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง แต่มีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากถึง 90% ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งหลายประเทศที่มีรายได้ต่ำนั้น มาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนนยังตามไม่ทันการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองและการใช้ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เช่น ข้อกำหนดเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยในรถยนต์ เช่น ถุงลมนิรภัย ที่เป็นข้อบังคับทั่วไปในประเทศที่มีรายได้สูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผลลัพธ์ของการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวอุบัติเหตุอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปกป้องผู้คนเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น” ลีแอน ออง ผู้เขียนรายงานวิจัยฉบับนี้ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนระบุว่ามีแนวโน้มที่ขัดแย้งกันหลายประการในสหรัฐ เช่น การเพิ่มขึ้นของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและตัวรถสูงขึ้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐยังระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตหลายพันรายที่เกี่ยวข้องกับการขับรถโดยเสียสมาธิ ซึ่งรวมถึงการที่ผู้ขับขี่ละสายตาไปมองโทรศัพท์มือถือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า ในสหรัฐจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และแตะระดับสูงสุดที่กว่า 43,000 ราย ในปี 2021 ก่อนจะเริ่มลดลง โดยหน่วยงานดังกล่าวประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือประมาณ 36,000 รายในปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนให้เป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติมานานกว่าสองทศวรรษแล้ว โดยการเผยแพร่รายงานของวารสาร The Lancet ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเริ่มต้นการประชุมระดับสูงขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วันที่นครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817871?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง</dc:alternative><dc:abstract>วิจัยชี้ ทั่วโลก ตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลง เว้นปท.ยากจน เหตุระบบปลอดภัยไม่เข้มแข็ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T04:40:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T04:40:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-23-113024-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817785]]></link><pubDate>2026-07-23T10:26:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817785</guid><description>มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ กระทรวงพลังงานสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งเปิดทางให้ซาอุดีอาระเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพลังงานสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งเปิดทางให้ซาอุดีอาระเบียสามารถก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์โดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐ และยังสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบียเป็นเรื่องที่มีการเจรจากันมานานหลายปี ทั้งในสมัยรัฐบาลชุดแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีบรรลุข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคำเตือนจากกลุ่มรณรงค์ด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่ระบุว่า  ข้อตกลงดังกล่าวอาจเปิดช่องให้ซาอุดีอาระเบียพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อตกลงฉบับปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมพิธีสารเพิ่มเติม ซึ่งให้อำนาจแก่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ของสหประชาชาติในการเข้าตรวจสอบสถานที่นิวเคลียร์แบบฉับพลันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงฉบับนี้ยังอนุญาตให้ซาอุดีอาระเบียสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และแปรรูปกากกัมมันตรังสีหรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินการทั้งสองอย่างดังกล่าว เมื่อทำข้อตกลงลักษณะเดียวกันกับสหรัฐในปี 2009&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพลังงานสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า คริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ และเจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า ข้อตกลง 123 พร้อมกับข้อตกลงทวิภาคีด้านมาตรการคุ้มครองและตรวจสอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐระบุว่า ข้อตกลงนี้ยังสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายพลังงานปรมาณูของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานด้านการควบคุมการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่เข้มงวดที่สุดชุดหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียกล่าวมานานแล้วว่า หากไม่สามารถร่วมมือกับสหรัฐได้ ก็อาจหันไปจับมือกับจีนหรือรัสเซีย ซึ่งมีมาตรฐานด้านการควบคุมการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์แตกต่างออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงพลังงานสหรัฐระบุว่า ขณะนี้ข้อตกลงดังกล่าวจะถูกส่งให้รัฐสภาพิจารณา หากภายใน 90 วันของการประชุมสภา รัฐสภาไม่ลงมติคัดค้าน ข้อตกลงก็จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม หากประธานาธิบดีใช้สิทธิวีโต้มติคัดค้านของรัฐสภา รัฐสภาจะต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่าสองในสามของทั้งสองสภา จึงจะสามารถล้มล้างการใช้สิทธิยับยั้งของประธานาธิบดีได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี ครอบคลุมการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ AP1000 มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท Westinghouse ซึ่งมีผู้ถือหุ้นร่วมคือบริษัท Cameco ของแคนาดา และบริษัท Brookfield Asset Management&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมรายหนึ่งเปิดเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของสหรัฐมาใช้ในซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน จึงอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ตรัสหลายครั้งว่า พระองค์ไม่ต้องการให้ซาอุดีอาระเบียมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่หากอิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซาอุดีอาระเบียก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตหลายคนเตือนว่า ข้อตกลงนี้อาจจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธในตะวันออกกลาง ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านยังคงยืดเยื้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์บางส่วนเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาลงมติคว่ำข้อตกลงฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817785?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ</dc:alternative><dc:abstract>มะกัน-ซาอุฯ บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์เพื่อสันติ แต่ปิดทาง IAEA ตรวจสอบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T03:26:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T03:26:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/st-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817725]]></link><pubDate>2026-07-23T09:24:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817725</guid><description>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม หลังจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐประกาศแผนลงทุนด้านรายจ่ายฝ่ายทุน (cap [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม หลังจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐประกาศแผนลงทุนด้านรายจ่ายฝ่ายทุน (capex) จำนวนมหาศาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 2% แตะ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับขึ้น 1.49% มาอยู่ที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยังทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสั้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 17 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยคาดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 5 เดือน ทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกลดลง และกระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า หากทั้งช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดงถูกปิด จะทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซมากกว่าหนึ่งในสี่ของโลกได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธียร์รี วิซแมน นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยระดับโลกของบริษัท Macquarie Group กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้จุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเขามองว่าความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นมีเหตุผลรองรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผลประกอบการของบริษัท Alphabet และ Tesla แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว โดย Alphabet ได้ปรับเพิ่มแผนรายจ่ายฝ่ายทุนในปีนี้ และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนระหว่าง 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การลงทุนจำนวนมากดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย ส่งผลให้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 3% โดยมีบริษัท SK Hynix และ Samsung Electronics เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้น ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนี MSCI Asia-Pacific หุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นประมาณ 1% ในช่วงเช้า และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราว 3% ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการยุติการปรับตัวลงติดต่อกันสองสัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แกรี ตัน ผู้จัดการกองทุนของ Allspring Global Investments กล่าวว่า ปัจจัยบวกสำคัญสำหรับผู้ผลิตชิปในเอเชียคือ การเติบโตที่แข็งแกร่งของบริการคลาวด์ได้ยืนยันว่า การเพิ่มรายจ่ายลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีเหตุผลรองรับ และสะท้อนว่าวัฏจักรการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ยังมีแรงส่งต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโฉมอุตสาหกรรม โดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่กำลังใช้ AI เพื่อท้าทายแพลตฟอร์มดั้งเดิม ทั้งในธุรกิจเสิร์ชเอ็นจินและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งยิ่งตอกย้ำกระแสการลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจาก AI&amp;#8221; ตันกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817725?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T03:47:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T03:47:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/op-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817690]]></link><pubDate>2026-07-23T08:45:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817690</guid><description>จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่า ได้ทำการโจมตีทางทหารต่อเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในวันพฤหัสบดี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่า ได้ทำการโจมตีทางทหารต่อเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด &amp;#8220;จุดคอขวด&amp;#8221; แห่งที่ 2 ของเส้นทางขนน้ำมันโลกในทะเลแดง ในการประสานกับความพยายามของอิหร่านที่จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มติดอาวุธฮูตี ซึ่งอยู่ในเยเมนและควบคุมพื้นที่ใกล้ช่องแคบบับเอล-มันเดบ ที่อยู่คนละด้านของคาบสมุทรอาหรับกับช่องแคบฮอร์มุซ ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า กำลังดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นี่เป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการเพิ่มอำนาจต่อรองในความพยายามเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรือบรรทุกน้ำมัน 5 ลำได้เปลี่ยนเส้นทางในทะเลแดงเมื่อวันพุธ เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบบับเอล-มันเดบ ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันอีก 3 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียมุ่งหน้าไปยังจีนและอินเดีย ได้กลับลำเมื่อวันอังคาร ต่อมาฮูตีระบุว่า กองกำลังของพวกเขาได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง โดยระบุว่าเป็นเรือเอนเซเลียและเรือไลลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลเผยว่า เรือเอาเซเลียได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ โดยแจ้งว่าถูกขีปนาวุธโจมตีใกล้ท่าเรือจิซานของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ขณะที่ Vanguard บริษัทบริหารความเสี่ยงทางทะเลของอังกฤษ ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันติดธงซาอุดีอาระเบียลำดังกล่าวถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนบริเวณกราบขวา ห่างจากเมืองอัลชูไกก์ของซาอุดีอาระเบียไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 70 ไมล์ทะเล ส่วนการโจมตีเรือไลลายังไม่ได้รับการยืนยัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา น้ำมันของซาอุดีอาระเบียหลายล้านบาร์เรลต่อวันถูกลำเลียงไปยังท่าเรือยันบูบนชายฝั่งทะเลแดง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ แต่หากเรือไม่สามารถผ่านช่องแคบทางตอนใต้ของทะเลแดงได้ ก็จะเหลือเพียงเส้นทางด้านเหนือผ่านคลองสุเอซ ซึ่งจะทำให้การขนส่งใช้เวลานานขึ้นหลายสัปดาห์ และมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งและอดีตเจ้าหน้าที่ระบุว่า การที่กลุ่มฮูตีขู่จะปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย อาจทำให้สงครามขยายวงกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มภาระให้กับกองทัพสหรัฐอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุปะทะในทะเลแดง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันพุธว่า ทุกครั้งที่อิหร่านยิงโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐจะทำลายสะพานหรือโรงไฟฟ้าของอิหร่านหนึ่งแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านตอบโต้ว่า หากทรัมป์ดำเนินการตามคำขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐาน อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และเศรษฐกิจในภูมิภาค พร้อมทั้งจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันไม่ให้เหลือ &amp;#8220;แม้แต่หยดเดียว&amp;#8221; ตามรายงานของสื่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดบนเส้นทางที่มีการวางทุ่นระเบิดไว้ทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมัน 1 ใน 3 ลำเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่อีก 2 ลำหันกลับ โดย IRGC ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านและปิดสนิท พร้อมเตือนว่าจะไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำใดได้รับอนุญาตให้เข้าหรือออกโดยปราศจากการประสานงานกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอด 12 วันของการโจมตีต่อเนื่อง นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนมิถุนายนล่มสลาย ปฏิบัติการของสหรัฐได้ขยายจากพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านไปยังพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลาง โดยกองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่าจะเดินหน้าบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านกล่าวว่า นับตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 53 ราย และบาดเจ็บ 592 คน ขณะที่นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และประชาชนอีกหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐยืนยันว่า ไม่เคยโจมตีพลเรือนโดยเจตนา ซึ่งอาจเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาปี 1949 ว่าด้วยหลักมนุษยธรรมในการทำสงคราม อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งสามารถตกเป็นเป้าหมายได้หากถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารด้วย ตราบใดที่ความเสียหายต่อพลเรือนไม่มากจนเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ ทรัมป์เข้าร่วมพิธีที่ฐานทัพอากาศโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์ เพื่อไว้อาลัยแก่ทหารสหรัฐ 4 นายที่เสียชีวิตจากการโจมตีฐานทัพของอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดย 3 นายเสียชีวิตในจอร์แดน และอีก 1 นายเสียชีวิตในอิรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวก่อนเดินทางไปร่วมพิธีว่า &amp;#8220;สำหรับผมแล้ว นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดที่ประธานาธิบดีต้องทำ แต่ก็จำเป็นต้องทำ&amp;#8221; ต่อมา ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐจอร์เจีย ทรัมป์กลับพูดในทำนองที่ต่างออกไป โดยกล่าวถึงสงครามครั้งนี้ว่า &amp;#8220;ผมเรียกมันว่าเป็นเพียงการปะทะกันเล็กๆ น้อยๆ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817690?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง</dc:alternative><dc:abstract>จับตาจุดคอขวดใหม่! ฮูตีอ้าง โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุฯ 2 ลำ ในทะเลแดง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-23T01:45:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-23T01:45:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817070]]></link><pubDate>2026-07-22T16:47:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5817070</guid><description>ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ อาคารหลังใหญ่แบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ในเมืองเบราเนาอัมอินน์ ใกล้ชายแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อาคารหลังใหญ่แบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ในเมืองเบราเนาอัมอินน์ ใกล้ชายแดนออสเตรียติดกับเยอรมนี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมันที่นำโลกเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการแปลงโฉมเป็นสถานีตำรวจของออสเตรียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธ(22 ก.ค.) ภายใต้ความมุ่งหวังของรัฐบาลออสเตรียว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่แสวงบุญของกลุ่มนีโอ-นาซี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากที่มีการถกเถียงมานานหลายปีเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวและเคยเป็นที่ตั้งองค์กรการกุศลสำหรับผู้พิการ ทางการออสเตรียได้ทำการเวนคืนที่ดินแห่งนี้ในปี 2017 และประกาศในปี 2019 ว่าจะทำการปรับปรุงใหม่ให้เป็นสถานีตำรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ก่อนที่จะมีการปรับปรุงใหม่ สัญลักษณ์เดียวที่แสดงถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ คือหินบนทางเท้าจากค่ายกักกันเมาท์เฮาเซน ที่มีการจารึกว่า &amp;#8220;ไม่ให้ลัทธิฟาสซิสต์เกิดขึ้นอีก&amp;#8221; ซึ่งไม่ได้การกล่าวถึงฮิตเลอร์แต่อย่างใด โดยหินก้อนนั้นยังคงอยู่ที่เดิมและป้ายเดียวที่มีเพิ่มเข้ามาติดอยู่บนผนังสีขาวเขียนว่า “ตำรวจ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน มิลซอค หัวหน้าแผนกประวัติศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทยออสเตรีย กล่าวขณะพาคณะผู้สื่อข่าวเยี่ยมชมอาคารดังกล่าวว่า เป้าหมายของการปรับปรุงอาคารหลังนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดความเชื่อมโยงใดๆ กับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เพื่อลบล้างความลึกลับนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มิลซอคกล่าวว่า ความลึกลับและภาพลักษณ์ดังกล่าวได้รับการส่งเสริมจากการสร้างลัทธิบูชาบุคคลของพรรคนาซีที่มีต่อ ฮิตเลอร์ ซึ่งในช่วงที่เขาปกครองเยอรมนี บ้านเกิดของฟือเรอร์ (Fuehrer birth house) ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ อย่างไรก็ตาม ฮิตเลอร์อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ในปี ค.ศ. 1889 ก่อนที่ครอบครัวของเขาจะย้ายออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาผู้คนที่สัญจรผ่านไปมามักหยุดถ่ายรูป แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าผู้คนที่ผ่านมาเยือนนั้นพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไรต่อฮิตเลอร์ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า ปัจจุบันมีเพียงผู้มาเยือนประปราย ซึ่งน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะไม่ได้ลงรายละเอียด แต่การทำท่าวันทยหัตถ์แบบนาซีและการใช้สัญลักษณ์อื่นๆ ของนาซีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศออสเตรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมีการถามถึงกระแสตอบรับของประชาชนต่อสถานีตำรวจแห่งใหม่นี้ นายโยฮันเนส ไวด์บาเคอร์ นายกเทศมนตรีเมืองเบราเนากล่าวว่า เขาคิดว่าโดยภาพรวมแล้ว ชาวเมืองเบราเนายอมรับเรื่องนี้ได้และสามารถอยู่ร่วมกับมันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มีเสียงคัดค้านเกิดขึ้น รวมถึงจากคณะกรรมการเมาท์เฮาเซน ซึ่งเป็นกลุ่มของผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในออสเตรีย ที่ออกมาโต้แย้งว่าการใช้อาคารหลังดังกล่าวเป็นสถานีตำรวจนั้นไม่เหมาะสม และเห็นว่าควรมีการดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงอาชญากรรมที่ฮิตเลอร์ได้ก่อขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5817070?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ</dc:alternative><dc:abstract>ชุบชีวิต บ้านเกิดฮิตเลอร์ อดีตผู้นำเผด็จการนาซีเยอรมัน เป็นสถานีตำรวจ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T09:47:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T09:47:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082437Z_950280779_RC22FMAYB7ZN_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T084755Z_1112022785_RC22FMA991XB_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T084755Z_1112022785_RC22FMA991XB_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1092</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1092</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082659Z_1403607493_RC21FMAT7MJ1_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082659Z_1403607493_RC21FMAT7MJ1_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082649Z_2125517501_RC21FMA5MB0T_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T082649Z_2125517501_RC21FMA5MB0T_RTRMADP_3_AUSTRIA-HITLER-BIRTHPLACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816680]]></link><pubDate>2026-07-22T14:10:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816680</guid><description>ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง ญี่ปุ่นกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยคาดว่าในวันพุธนี้(22 ก.ค.) อุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 40 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยคาดว่าในวันพุธนี้(22 ก.ค.) อุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในบางเมือง ที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดนิยามใหม่ว่าเป็น &amp;#8220;โคคุโชบิ&amp;#8221;(kokushobi) หรือ วันที่ร้อนจัดรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนภัยเรื่องโรคลมแดดในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดสภาวะโคคุโชบิ หรือวันอากาศร้อนจัดรุนแรงเป็นวันที่สอง ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสในเมืองคุมางายะ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว และเมืองนาโกยา ทางตอนกลางของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางการแจ้งให้ประชาชนใช้เครื่องปรับอากาศได้อย่างอิสระ ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ปีมานี้ญี่ปุ่นเผชิญกับฤดูร้อนที่รุนแรง และในปีที่แล้ว ประเทศญี่ปุ่นมีอุณหภูมิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 41.8 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของสำนักจัดการเพลิงและภัยพิบัติระบุว่า ก่อนเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดในสัปดาห์นี้ มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนระอุถึงขั้นต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลแล้ว 4,580 ราย ระหว่างวันที่ 6-12 กรกฎาคม และในจำนวนนี้มี 7 รายที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปีนี้หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้บัญญัติคำว่า โคคุโชบิ ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศเตือนภัยสำหรับวันที่อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าประเทศเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดเพิ่มมาก โดยในช่วงฤดูร้อนปี 2025 ที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 100,000 คน ที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลจากโรคลมแดด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816680?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น เจออากาศร้อนโหด อุณหภูมิพุ่ง 40 องศา เตือนปชช. ระวังโรคลมแดด เลี่ยงอยู่กลางแจ้ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T07:10:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T07:10:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-22T020847Z_1528130757_RC25EMA7E2YH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816558]]></link><pubDate>2026-07-22T13:15:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816558</guid><description>ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทได้แฮ็กระบบของบริษัท AI อีกแห่งเองโดย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT เผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัทได้แฮ็กระบบของบริษัท AI อีกแห่งเองโดยอัตโนมัติ ในสิ่งที่บริษัทเรียกว่า เป็นเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ระบุในแถลงการณ์ที่ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เราประสบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยครั้งสำคัญระหว่างการประเมินทดสอบโมเดล AI ของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อน Hugging Face บริษัทสตาร์ตอัป AI ระบุว่า บริษัทตรวจพบการบุกรุกระบบประมวลผลข้อมูลของตน ซึ่งสงสัยว่าเป็นฝีมือของระบบ AI อัตโนมัติที่ปฏิบัติการได้ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราสงสัยว่าการโจมตีทางไซเบอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจมาจากห้องปฏิบัติการพัฒนา AI ที่ล้ำสมัย เพราะระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานได้ด้วยตนเอง (AI Agent) ที่พบมีความซับซ้อนสูง&amp;#8221; เกลมองต์ เดอลองก์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hugging Face กล่าวในแถลงการณ์ และว่า &amp;#8220;ปรากฏว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ!&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับขีดความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อกำหนดกรอบการทำงานให้รัฐบาลกลางตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติของระบบ AI ที่ล้ำสมัยที่สุดในกรอบเวลา 1 เดือนก่อนเปิดตัวสู่สาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;AI กำลังเร่งการค้นพบและการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย บทเรียนสำคัญที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือ การรักษาความปลอดภัยของโมเดล AI จะต้องพัฒนาให้ทันกับขีดความสามารถของ AI ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว&amp;#8221; OpenAI ระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เดอลองก์กล่าวว่า เขาใช้เวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในการทำงานร่วมกับ OpenAI และเราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า OpenAI ไม่มีเจตนาร้ายใดๆ มันน่าทึ่งมากที่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการทำงานของ AI โดยอัตโนมัติ และมันอาจเป็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ครั้งแรกของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;OpenAI ระบุว่า การบุกรุกดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันของโมเดล AI หลายตัวของบริษัท รวมถึง GPT-5.6 Sol ซึ่งเพิ่งเปิดตัว และโมเดลอีกตัวหนึ่งที่มีความสามารถสูงกว่า ซึ่งยังอยู่ระหว่างการทดสอบภายใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทระบุว่า AI ของ OpenAI ใช้ข้อมูลประจำตัวที่ถูกขโมยมาในการเข้าสู่ระบบ และยังค้นพบช่องโหว่ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเพื่อใช้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของ Hugging Face&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;OpenAI ระบุว่า AI ของบริษัทพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทดสอบที่มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด และยังหาวิธีเข้าถึงข้อมูลลับ เพื่อนำมาใช้เพื่อให้ได้เปรียบในการประเมินผล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816558?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน</dc:alternative><dc:abstract>ล้ำเกิน! OpenAI เผยเอง ระบบแฮ็กข้อมูลบริษัทอื่นอัตโนมัติ ชี้ไม่เคยเกิดมาก่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T06:15:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T06:15:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/saai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816382]]></link><pubDate>2026-07-22T11:56:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816382</guid><description>อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่า เมื่อเวลา 11.18 น. วันที่  22 กรกฎาคม  69 มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวบนบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งว่า เมื่อเวลา 11.18 น. วันที่  22 กรกฎาคม  69 มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 แมกนิจูด ความลึก 10 กม. บริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมืองฯ จ.สตูล ประมาณ 381 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5816396 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035.jpg&quot; alt=&quot;แผ่นดินไหว&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;666&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816382?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย</dc:alternative><dc:abstract>อินโดฯแผ่นดินไหวบนบก ขนาด 5.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา ไม่กระทบประเทศไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T04:56:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T04:56:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/871035-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>666</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>666</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/indo-quake3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816363]]></link><pubDate>2026-07-22T11:48:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816363</guid><description>ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสทั้งสองสภาลงมติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เห็นชอบกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากควา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สมาชิกรัฐสภาฝรั่งเศสทั้งสองสภาลงมติเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เห็นชอบกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝรั่งเศสกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ดำเนินรอยตามออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่บังคับใช้กฎหมายห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Snapchat, TikTok และ YouTube โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอนน์ เลอ เอนองฟ์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของฝรั่งเศส กล่าวกับวุฒิสภาว่า ฝรั่งเศสกำลังเป็นผู้บุกเบิกด้วยการเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ประกาศใช้กฎหมายที่กำหนดเกณฑ์บรรลุนิติภาวะทางดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าว เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีจะไม่ได้รับอนุญาตให้บัญชีในสื่อสังคมออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป ส่วนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะมีเวลาอีก 4 เดือนในการปิดบัญชีของผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ซึ่งเปิดใช้งานอยู่แล้ว นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังจะต้องใช้ระบบตรวจสอบยืนยันอายุที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ก็กำลังจัดทำกฎระเบียบของอียูเพื่อควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียทั่วยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องเยาวชน และยังจะพิจารณาด้วยว่ากฎหมายของฝรั่งเศสสอดคล้องกับกฎหมายที่มีอยู่ของอียูหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า เขาต้องการให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันก่อนเปิดภาคการศึกษาใหม่ หลังจากที่เขาได้เรียกร้องให้เยาวชนวางโทรศัพท์มือถือและหันมาอ่านหนังสือ เพื่อจะได้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป บริษัทแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมักคัดค้านการออกมาตรการห้ามแบบครอบคลุมในลักษณะเช่นนี้ และยืนยันว่าพวกเขามีมาตรการปกป้องผู้ใช้อายุน้อยอยู่แล้ว รวมถึงการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้งาน แต่ก็ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตาม หากรัฐบาลของแต่ละประเทศออกกฎหมายบังคับใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816363?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย</dc:alternative><dc:abstract>ชาติแรกยุโรป! รัฐสภาฝรั่งเศสไฟเขียว ห้ามเด็กต่ำ 15 ใช้โซเชียลมีเดีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T07:15:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T07:15:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816342]]></link><pubDate>2026-07-22T11:46:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816342</guid><description>ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้สั่งปลดพลเอกอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพยูเครน วัย 60 ปี พ้นจากตำแห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้สั่งปลดพลเอกอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพยูเครน วัย 60 ปี พ้นจากตำแหน่ง พร้อมประกาศแต่งตั้ง พลตรีมิไคโล ดราปาตี นายพลหนุ่มวัยเพียง 43 ปี ขึ้นเป็นผบ.สส.คนใหม่ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นับเป็นการปรับตำแหน่งระดับสูงในกองทัพครั้งใหญ่ หลังจากเซเลนสกีเผชิญกระแสกดดันจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ลงถนนคัดค้านการสั่งปลดนายมิไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวยูเครนออกจากตำแหน่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าการถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมของเฟโดรอฟ มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างเขากับพลเอกซีร์สกี ซึ่งคำสั่งปลดดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวยูเครนเป็นอย่างมากจนพากันออกมาชุมนุมประท้วง เนื่องจากเฟโดรอฟในวัย 35 ปี ซึ่งเพิ่งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้สร้างความตื่นตัวให้กระทรวงกลาโหม มุ่งมั่นปฏิรูปกองทัพและปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้ามหลายคนมองว่าซีร์สกีเป็นผู้บัญชาการที่ยึดติดกับแนวทางแบบโซเวียตและไม่เต็มใจที่จะนำการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่มาใช้ในกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การแต่งตั้ง ดราปาตี ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเซเลนสกีถูกมองว่าดูเหมือนเป็นการยอมจำนนต่อแรงกดดันของสังคม โดยดราปาตีถูกมองว่าเป็นคนหนุ่มและมีแนวคิดสร้างสรรค์กว่า อีกทั้งยังเชื่อกันว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของเฟโดรอฟด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังได้รับการแต่งตั้ง ดราปาตี นายพลที่ได้รับความนิยมและผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า เขาจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ทุ่มเทอย่างเต็มที่และเคารพต่อผู้ที่กำลังปกป้องประเทศอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้เขายังขอบคุณซีร์สกีสำหรับความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นประธานาธิบดีเซเลนสกี ได้โพสต์คลิปวิดีโอลงโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงดึกของวันอังคาร โดยกล่าวขอบคุณซีร์สกีสำหรับปฏิบัติการทางทหารต่างๆ รวมถึงบทบาทสำคัญในการปกป้องกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศได้สำเร็จในช่วงแรกๆ ที่รัสเซียเปิดฉากสงครามรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2022&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีเปิดเผยด้วยว่าก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันเขาได้พบกับเฟโดรอฟและเสนอตำแหน่งที่มีอำนาจที่เหมาะสมให้กับเขา แต่ไม่ได้บอกว่าข้อเสนอนั้นได้รับการตอบรับหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เฟโดรอฟ ถูกเซเลนสกีสั่งปลดพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมและได้แต่งตั้งนายเยฟเกนี คมารา อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติยูเครน(SBU) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ส่งผลให้ชาวยูเครนที่ไม่พอใจพากันลงถนนประท้วงต่อเนื่องหลายวัน โดยผู้ประท้วงยังคงต้องการเห็นเฟโดรอฟกลับมาดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจอย่างแท้จริง เพื่อที่เขาจะได้ผลักดันการปรับปรุงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับกองทัพยูเครนในการสู้รบกับรัสเซียต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816342?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน</dc:alternative><dc:abstract>ต้านไม่ไหว! เซเลนสกี สั่งปลดฟ้าผ่า ผบ.สส. หลังเจอม็อบลงถนนกดดัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T04:49:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T04:49:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202740405932-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816186]]></link><pubDate>2026-07-22T10:10:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816186</guid><description>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชีย ต้องเลี้ยวกลับในทะเลแดงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เนื่องจากถูกกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านข่มขู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.0% ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นราคาปิดที่สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.0% ปิดที่ 84.91 ดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐกลับขึ้นไปสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียทั้ง 2 ลำดังกล่าวซึ่งออกจากท่าเรือยันบูของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงมุ่งหน้าไปยังจีนและอินเดีย ได้เปลี่ยนเส้นทางกลับในทะเลแดงเมื่อวันอังคาร โดยมุ่งหน้าไปยังคลองสุเอซ แทนที่จะแล่นผ่านช่องแคบบับอัลมันเดบออกสู่มหาสมุทรอินเดีย หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนขู่จะโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น และส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุด 2 จุดของโลก คือช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม กลุ่มฮูตี ซึ่งควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกของเยเมน รวมถึงชายฝั่งบริเวณปากทางเข้าสู่ทะเลแดง ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่อาจขยายพื้นที่สงคราม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไปแล้วหลายพันคน นับตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจดหมายถึงผู้ประกอบการเดินเรือ กลุ่มฮูตีขู่ว่าจะโจมตีเรือทุกลำที่บรรทุกหรือขนถ่ายน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ กลุ่มฮูตียังไม่ได้ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ หรือประตูแห่งน้ำตา ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ทะเลแดง พร้อมขู่ว่าจะดำเนินการตอบโต้หากฮูตีปิดช่องแคบดังกล่าว โดยทรัมป์ย้ำว่า &amp;#8220;จนถึงตอนนี้มันยังไม่เกิดขึ้น แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เราจะจัดการเอง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากสงครามทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถูกปิดใช้งาน ทะเลแดงจึงกลายเป็นเส้นทางหลักสำหรับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียวันละหลายล้านบาร์เรล โดยซาอุดีอาระเบียลำเลียงน้ำมันผ่านท่อส่งมายังท่าเรือยันบู ก่อนส่งออกทางทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์ปฏิบัติการการค้าและการเดินเรือแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซรายงานว่าถูกโจมตีด้วยวัตถุ ทำให้ลูกเรือต้องสละเรือและขึ้นเรือชูชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดไฟไหม้หลังจากเกิดระเบิดขณะพยายามแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพสหรัฐเปิดเผยในช่วงดึกของวันอังคารว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน ขณะที่ชาวกรุงเตหะรานรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้ามืดวันพุธ หลังอิหร่านเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศเหนือกรุงเตหะราน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกิดเหตุระเบิดในเมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เมืองชาบาฮาร์และโคนารัก รวมทั้งเกิดเสียงระเบิด 2 ครั้งในเมืองบูเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางออกของอ่าวเปอร์เซีย โดยอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทแอมะซอนในบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาคของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ แต่แอมะซอนไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อรายงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร อิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง หลังจากที่การโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้หลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งพึ่งพาโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเกือบทั้งหมดในการผลิตน้ำดื่ม เริ่มกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คูเวตระบุว่า กำลังตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธเมื่อวันอังคาร หลังจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีรายงานว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้าซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าและการผลิตน้ำจืด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองกำลังอิหร่านยังได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดนอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816186?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T05:49:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T05:49:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816141]]></link><pubDate>2026-07-22T09:24:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5816141</guid><description>มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง บีบีซีรายงานว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เผยว่า นับจนถึงขณะนี้ สงครามกับอิหร่านทำให้สหรัฐต้องใช้งบประมาณไปแล้วประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เผยว่า นับจนถึงขณะนี้ สงครามกับอิหร่านทำให้สหรัฐต้องใช้งบประมาณไปแล้วประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.21 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประเมินครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมเกือบ 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.58 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการปรากฏตัวครั้งแรกต่อคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภานับตั้งแต่การสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง เฮกเซธกล่าวว่า กองทัพจำเป็นต้องลดการฝึกกำลังพล หากสมาชิกสภาคองเกรสไม่อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเป็นการเร่งด่วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮกเซธระบุว่า ร้องขอให้สภาคองเกรสจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแก่กระทรวงกลาโหมรวม 87,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.81 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้ 67,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.16 ล้านล้านบาท จะถูกนำไปใช้กับปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮกเซธเริ่มต้นการให้การต่อคณะกรรมาธิการโดยกล่าวว่า &amp;#8220;เราอยู่ในโลกที่อันตราย&amp;#8221; และสถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่เด็ดขาดและรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพิจารณาของคณะกรรมาธิการถูกขัดจังหวะหลายครั้งจากผู้ประท้วงต่อต้านสงคราม ซึ่งบางคนตะโกนว่า &amp;#8220;หยุดทิ้งระเบิดลูกหลานของเราในอิหร่านและปาเลสไตน์&amp;#8221; หลังจากถูกผู้ประท้วงขัดจังหวะ เฮกเซธกล่าวว่า การของบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน และยังจำเป็นต้องลงทุนที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูแซงหน้าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;หากเราไม่ได้รับงบประมาณก้อนนี้ เราจะเผชิญกับการขาดแคลนอย่างรุนแรง ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถของเราแม้แต่ในการจ่ายเงินเดือนให้กำลังพล เติมอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนอย่างรวดเร็ว รวมถึงรักษาปฏิบัติการที่สำคัญให้ดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด&amp;#8221; เฮกเซธกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐยังเสริมว่า เงินทุกดอลลาร์ที่ได้รับจัดสรรจะถูกนำไปใช้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการรบของกองทัพสหรัฐ และธำรงไว้ซึ่งสันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซูซาน คอลลินส์ ประธานคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของวุฒิสภา จากพรรครีพับลิกัน ตั้งคำถามถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามที่ร้องขอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮกเซธตอบว่า หากไม่ได้รับงบ กองทัพจำเป็นต้องตัดลดการฝึกกำลังพลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต พร้อมกล่าวโทษรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ปล่อยให้กองทัพได้รับงบประมาณไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพตตี เมอร์เรย์ สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับอาวุโสที่สุดในคณะกรรมาธิการ คัดค้านคำของบประมาณดังกล่าว โดยระบุว่า มันไม่สมเหตุสมผล และกล่าวหารัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า พยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการจัดสรรงบประมาณตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวุฒิสมาชิกดิก เดอร์บิน จากพรรคเดโมแครต ถามเฮกเซธว่า เขามีตัวเลขประมาณการค่าใช้จ่ายของสงครามในอิหร่านจนถึงขณะนี้ว่าทำให้สหรัฐสูญเสียงบประมาณไปแล้วเท่าใด เฮกเซธจึงเปิดเผยตัวเลข 37,500 ล้านดอลลาร์ออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮกเซธแย้งว่า หากคองเกรสอนุมัติงบประมาณดังกล่าวจะถือเป็น &amp;#8220;การลงทุนเพื่อคนรุ่นต่อไป&amp;#8221; ที่จะทำให้สหรัฐไม่ต้องตามหลังประเทศอื่น และช่วยให้กองทัพสหรัฐยังคงรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขประมาณการค่าใช้จ่ายในการทำสงครามอิหร่านจากรัฐบาลสหรัฐอย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมเคยระบุตัวเลขไว้ที่ 29,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐเคยแจ้งต่อรัฐสภาว่า ได้ใช้เงินไปราว 11,300 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคิร์สเตน กิลลิแบรนด์ วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวยอร์ก กล่าวหารัฐบาลทรัมป์ว่า กำลังขอเงินจำนวนมหาศาลจากคองเกรสเพื่อซื้อระเบิด ทั้งที่ประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่มีเงินเพียงพอ แม้แต่จะเลี้ยงดูครอบครัวของตนเอง และทำไมเฮกเซธจึงขอเงินอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์สำหรับสงครามที่ทรัมป์ประกาศว่าชัยแล้ว ด้านเฮกเซธตอบว่า &amp;#8220;ผมกำลังขอระเบิดที่เหมาะสม ในเวลาที่เหมาะสม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการของเฮกเซธ ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่ทำเนียบขาว ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social เปรียบเทียบสงครามกับอิหร่านกับสงครามที่ยาวนานและนองเลือดกว่าของสหรัฐ พร้อมระบุทั้งระยะเวลาของสงครามและจำนวนผู้เสียชีวิต และนับตั้งแต่สงครามสหรัฐกับอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีชาวอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 18 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่คัดค้านคำของบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้ ขณะที่มีเสียงไม่เห็นด้วยภายในพรรครีพับลิกันเช่นกัน โดยสมาชิกสายเหยี่ยวด้านการเงินการคลังบางคนในพรรครีพับลิกัน ต้องการให้มีการตัดลดค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น เพื่อชดเชยงบประมาณที่มีขอเพิ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎรจะปิดสมัยประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคมนี้ และทั้งสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาจะไม่กลับมาประชุมพร้อมกันอีกจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน ดังนั้น แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ ก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่กระทรวงกลาโหมจะได้รับงบประมาณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5816141?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง</dc:alternative><dc:abstract>มะกันผลาญงบสงครามอิหร่านแล้ว 1.21 ล้านล้าน ขอเพิ่มอีก 2.16 ล้านล้านใช้ใน ตอ.กลาง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-22T05:24:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-22T05:24:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/phs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815664]]></link><pubDate>2026-07-21T16:41:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5815664</guid><description>กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สื่ออินเดียรายงานว่า มีคนงานเสียชีวิตแล้ว 10 ราย และอีกอย่างน้อย 15 ราย คาดว่ายังติดอยู่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สื่ออินเดียรายงานว่า มีคนงานเสียชีวิตแล้ว 10 ราย และอีกอย่างน้อย 15 ราย คาดว่ายังติดอยู่ในอุโมงค์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ในรัฐสิกขิม ประเทศอินเดีย ซึ่งถล่มลงมาหลังเกิดเหตุก๊าซมีเทนระเบิดขึ้นในอุโมงค์ดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ ซึ่งแรงระเบิดส่งผลให้เกิดดินถล่มปิดทางเข้าอุโมงค์ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ในอุโมงค์ดังกล่าวทั้งสิ้น 25 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของบริษัทการไฟฟ้าพลังน้ำแห่งชาติ (NHPC) ของภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานโครงการดังกล่าวที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำทีสตา ในรัฐสิกขิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีคนงานเสียชีวิตแล้ว 10 รายที่กู้ร่างออกมาจากอุโมงค์ได้แล้ว ขณะที่การกู้ภัยยังดำเนินต่อไปในการช่วยเหลือคนงานอีก 15 คนที่ติดอยู่ในอุโมงค์ดังกล่าวออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายราจีฟ โรกา เจ้าหน้าที่ด้านการจัดการภัยพิบัติของรัฐสิกขิมกล่าวว่า โอกาสรอดชีวิตของคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์มีน้อยมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญกับกลุ่มควันซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้ภารกิจกู้ภัยนั้นยากมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815664?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10</dc:alternative><dc:abstract>กู้ภัยอินเดีย เร่งช่วยคนงาน 15 ชีวิต ติดอยู่ในอุโมงค์ถล่ม หลังแก๊สระเบิด ดับคนงานแล้ว 10</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T10:02:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T10:02:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-163700-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815602]]></link><pubDate>2026-07-21T16:08:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5815602</guid><description>รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนซึ่งกำลังหารือกันที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนซึ่งกำลังหารือกันที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์ ถึงสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง มีใจความสำคัญ 8 ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการกลับมาปะทะกันอีกครั้งที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อาเซียนมีความกังวลอย่างยิ่งว่าพัฒนาการดังกล่าวได้บั่นทอนความพยายามอย่างต่อเนื่องของผู้ไกล่เกลี่ยหลัก และลดโอกาสในการบรรลุข้อยุติอย่างสันติผ่านการเจรจาและการทูต&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;2&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด และหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น อาเซียนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค การยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ และการส่งเสริมการเจรจาและการทูตอย่างจริงใจในการแก้ไขความขัดแย้งและความตึงเครียด รวมถึงความจำเป็นในการยุติการสู้รบในทุกพื้นที่ของตะวันออกกลางโดยสมบูรณ์และในทันที&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;3&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนขอยืนยันอีกครั้งถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล ตลอดจนการคงไว้ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านช่องแคบที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS 1982) อาเซียนแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการใด ๆ ที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติหรือฝ่ายเดียว ซึ่งอาจขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อเรือที่ผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบอื่นที่ใช้เพื่อการเดินเรือระหว่างประเทศ อันไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ใน UNCLOS 1982 และเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการเดินเรือและการบินผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และปราศจากอุปสรรค ตาม UNCLOS 1982 รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายรับประกันความปลอดภัยของลูกเรือและเรือเดินทะเลตาม อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล (SOLAS) อาเซียนยังรับทราบถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ในการคุ้มครองและส่งเสริมความปลอดภัยและสวัสดิภาพของลูกเรือในภูมิภาค&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;4&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนตระหนักถึงผลกระทบทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาวของวิกฤตในตะวันออกกลางที่มีต่อความเป็นอยู่ของประชาชนของอาเซียน และอาเซียนรับทราบถึงความริเริ่มต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากปัจจัยภายนอก รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและบริการพื้นฐานสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง ผ่านมาตรการที่เหมาะสม ทันท่วงที และตรงเป้าหมาย&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;5&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนยังรับทราบถึงผลกระทบเพิ่มเติมจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางต่อการค้า ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค รวมถึงตลาดพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน การผลิตทางการเกษตร และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ย เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างการประสานงานระหว่างเสาหลักและระหว่างสาขาภายในอาเซียน เพื่อรับมือกับผลกระทบในวงกว้างจากพัฒนาการของสถานการณ์โลก ซึ่งจะช่วยธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพ ความยั่งยืน ความสามารถในการรับมือ และการเติบโตอย่างทั่วถึงของอาเซียน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่มีความไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;6&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนขอยืนยันอีกครั้งถึงพันธกรณีของทุกประเทศในการแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ คุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธ และรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพและบุคลากรด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;7&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ตาม ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยแนวปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลโดยคณะผู้แทนของประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และ แนวปฏิบัติในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยคณะผู้แทนอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนในสถานการณ์วิกฤต&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;ol start=&quot;8&quot;&gt;
&lt;li&gt;อาเซียนรำลึกถึงแถลงการณ์ผู้นำอาเซียนว่าด้วยการตอบสนองต่อวิกฤตในตะวันออกกลาง และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างการประสานงานด้านการตอบสนองและจุดยืนของอาเซียน เพื่อลดและบรรเทาผลกระทบของสถานการณ์ที่มีต่อภูมิภาคของเรา รวมถึงการใช้กลไกที่อาเซียนเป็นแกนกลางและเวทีความร่วมมือกับภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ASEAN Plus One, ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–คู่เจรจา (ASEAN Plus One FTAs), อาเซียนบวกสาม (APT), การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และ การประชุมอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงระดับภูมิภาค (ARF) เพื่อส่งเสริมการเจรจา การประสานงาน และความร่วมมือในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการรับมือของภูมิภาค&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815602?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>รมว.กต.อาเซียน กังวลเหตุ ตอ.กลาง วอนเลี่ยงรุนแรง ใช้การทูตแก้ปัญหา ฟื้นฟูเดินเรือฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T09:08:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T09:08:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/444.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/444-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dddd-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/dddd-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/444.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/444-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815398]]></link><pubDate>2026-07-21T15:09:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5815398</guid><description>กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อชายผู้ก่อเหตุรายหนึ่งใช้อาวุธมีดไล่แทงนักท่องเที่ยว 2 ราย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อชายผู้ก่อเหตุรายหนึ่งใช้อาวุธมีดไล่แทงนักท่องเที่ยว 2 ราย ใกล้กับ อะโครโพลิส ป้อมปราการ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เหตุเกิดในเช้าวันอังคาร (21 ก.ค.) นี้ เป็นผลให้นักท่องเที่ยวทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุลงมือทำร้ายนักท่องเที่ยวทั้งสองคนดังกล่าว ซึ่งเป็นชายและหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก ใกล้กับทางเข้าพิพิธภัณฑ์อะโครโพลิส บนเนินเขาอะโครโพลิส โดยผู้หญิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ขา แต่ผู้ชายได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณแขน โดยผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้แล้ว ส่วนเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสองถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลส่งไปรักษายังโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของผู้ก่อเหตุในทันที แต่ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุอาจมีปัญหาทางสุขภาพจิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่าเหตุการณ์โจมตีรุนแรงบนท้องถนนในประเทศกรีซไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชายอายุ 89 ปีรายหนึ่ง หลังถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในสำนักงานประกันสังคมและที่ทำการศาลในกรุงเอเธนส์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815398?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต</dc:alternative><dc:abstract>กรีซผวา! มือมีด ไล่แทงนทท. เจ็บ 2 ใกล้แหล่งท่องเที่ยวดัง กลางกรุงเอเธนส์ ชี้อาจมีปัญหาทางจิต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T08:20:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T08:20:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26202232068737-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815188]]></link><pubDate>2026-07-21T13:57:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5815188</guid><description>ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการระบุว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ผู้เป็นพันธ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการระบุว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ผู้เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของเขา จะไม่ถูกจับกุม หากเดินทางมายังสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นท่าทีที่เกิดขึ้นหลังจากนายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ฝ่ายกฎหมายของนิวยอร์กกำลังพิจารณาช่องทางทางกฎหมายในการจับกุมนายเนทันยาฮูตามหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC)ได้หรือไม่ เมื่อนายเนทันยาฮูเดินทางมายังนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เบนจามิน เนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุมไม่ว่าจะในรูปแบบใดขณะอยู่ในสหรัฐอเมริกา” ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.) โดยไม่ได้มีการอ้างถึงความเห็นของนายมัมดานีก่อนหน้านี้ แต่ทรัมป์ยังได้ให้เครดิตกับเนทันยาฮูว่าช่วยเหลือสหรัฐในการทำสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากนายมัมดานีให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ &amp;#8220;The Interview.&amp;#8221; ของนิวยอร์กไทมส์ เมื่อวันเสาร์(18 ก.ค.)ว่าฝ่ายกฎหมายของนครนิวยอร์กกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่กฎหมายจะเปิดช่องให้ดำเนินการจับกุมนายเนทันยาฮู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูควรจะอยู่ในกรุงเฮก เขาเป็นอาชญากรสงครามที่ถูกดำเนินคดีโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ” นายมัมดานีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว นายเนทันยาฮู ซึ่งถูก ICC ออกหมายจับในปี 2024 ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในระหว่างทำสงครามกาซา จะเดินทางไปนครนิวยอร์กในเดือนกันยายนของทุกปี เพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของผู้นำโลกในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิสราเอลได้ออกมาตอบโต้ท่าทีของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยโพสต์บน X ว่า ICC เป็นศาลจิงโจ้หรือศาลเถื่อน และหมายจับนายเนทันยาฮูก็เป็นของปลอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ดูเหมือนมัมดานีจะจงใจเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากความผิดพลาดของตนเอง แล้วหันมาโจมตีผู้นำของรัฐยิวซึ่งเป็นระบอบประชาธิปไตยเพียงแห่งเดียวในตะวันออกกลาง” อิสราเอลโพสต์โต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้อิสราเอลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะที่ทั้งอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่างปฏิเสธรับขอบเขตอำนาจของ ICC ซึ่งเป็นศาลอาญาระหว่างประเทศที่ตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อพิจารณาคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้าที่นายมัมดานีจะชนะเลือกตั้งและขึ้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กในเดือนมกราคม เขาได้กล่าวในการรณรงค์หาเสียงว่าเขาจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายเนทันยาฮูหากมาเหยียบนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5815188?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์งัด นายกฯนิวยอร์ก ลั่นเนทันยาฮู จะไม่ถูกจับกุม เมื่อเหยียบแดนมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T07:00:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T07:00:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T091420Z_516337771_RC2XNCAHOZDD_RTRMADP_3_USA-ISRAEL-VANCE-IRAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814989]]></link><pubDate>2026-07-21T11:54:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814989</guid><description>กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม เมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.)ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยจีนได้ใช้ระเบิดทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ที่กีดขวางทางเพื่อเร่งเข้าถึงผู้ประสบภัย 34 รายที่ส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.)ที่ผ่านมา ทีมกู้ภัยจีนได้ใช้ระเบิดทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ที่กีดขวางทางเพื่อเร่งเข้าถึงผู้ประสบภัย 34 รายที่สูญหายมาเป็นเวลา 3 วัน หลังจากเกิดเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ท่ามกลางฝนตกหนักในเขตเผิงสุ่ย ห่างจากเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ไปราว 270 กม. เมื่อวันศุกร์(17 ก.ค.) ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนได้เผยภาพแสดงให้เห็นก้อนหินขนาดมหึมาแตกกระจายหลังถูกระเบิด ซึ่งระบุด้วยว่าภารกิจดังกล่าวได้เข้าสู่ระยะการกู้ภัยในระดับลึกแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามดังกล่าวมีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งการให้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเพื่อช่วยเหลือผู้สูญหายโดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปกับการเร่งสอบสวนหาสาเหตุของเหตุดินถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้อพยพประชาชนกว่า 1,100 คน หลังจากเกิดเหตุดินถล่มในเขตเผิงสุ่ย พื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 500,000 คน ซึ่งชุมชนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ตามไหล่เขาอันลาดชันที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำอูเจียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีคลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่หลังเหตุดินถล่มแสดงให้เห็นเศษซากบางส่วนของไหล่เขาที่พังถล่มลงสู่แม่น้ำ ส่งผลให้ถนนสายหลักของเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาถูกตัดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า ทางการได้ส่งทีมงานลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอันตรายทางธรณีวิทยาที่อาจแฝงอยู่และเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติซ้ำซ้อน เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงวันจันทร์ในหลายพื้นที่ ทางการจึงได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งมีความเปราะบางจากปริมาณน้ำใต้ดินที่สูงและการก่อสร้างที่หนาแน่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวียังรายงานในวันจันทร์ว่าปริมาณในแม่น้ำขนาดเล็กและขนาดกลางรวม 8 สายในมณฑลยูนาน กวางซี กวางตุ้ง อานฮุย และในเซี่ยงไฮ้ ขณะนี้มีระดับน้ำสูงเกินกว่าระดับเตือนภัยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;https://youtu.be/GczyiqvVG3k?si=WrXpVgCbPpb0jffV&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814989?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>กู้ภัยจีน ระเบิดหินยักษ์ เปิดทางช่วยเหยื่อ 34 ชีวิต สูญหายในเหตุดินถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T04:54:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T04:54:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T135216Z_695478774_RC2JFMAF1BQ3_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814918]]></link><pubDate>2026-07-21T11:31:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814918</guid><description>UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่า แก๊งอาชญากรได้ฉ้อโกงปร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ว่า แก๊งอาชญากรได้ฉ้อโกงประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจนสูญเงินอย่างน้อย 88,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 ขณะที่กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติยังคงพัฒนาวิธีการในการหลอกลวงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ก้าวล้ำหน้าการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UNODC ระบุในรายงานฉบับใหม่ว่า กลุ่มอาชญากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการฉ้อโกงทางไซเบอร์โดยเครือข่ายอาชญากรรมที่ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดจากจีน กำลังรับมือกับมาตรการปราบปรามของทางการได้ดีกว่าเดิม ด้วยการกระจายแหล่งรายได้ แสวงหาประโยชน์จากการทุจริตคอร์รัปชัน และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการก่ออาชญากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานประเมินว่า ความเสียหายจากการหลอกลวงในปี 2568 ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีมูลค่าระหว่าง 88,300 ล้านดอลลาร์ถึง 114,100 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2.9 ล้านล้านบาทถึง 3.7 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของหลายประเทศในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดลฟีน ชานซ์ ผู้แทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกของ UNODC กล่าวว่า เครือข่ายอาชญากรรมที่เคยดำเนินงานอยู่เฉพาะในพื้นที่หรือในธุรกิจผิดกฎหมายบางประเภท กำลังขยายตัวเข้าไปในตลาดผิดกฎหมายหลายด้านมากขึ้น พร้อมทั้งใช้บริการและโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชานซ์กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินงานของพวกเขาคล้ายกับระบบแฟรนไชส์ของบริษัทธุรกิจ ลองนึกภาพว่ามีแผนกเฉพาะด้านสำหรับการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การลักลอบขนย้ายผู้อพยพ และการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทั้งหมดเชื่อมต่อกันอยู่ในเครือข่ายที่ให้บริการแก่กันและกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดำเนินโครงการฉ้อโกงออนไลน์ผิดกฎหมายที่หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี สถานที่หลายแห่งใช้แรงงานชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกควบคุมให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่กดขี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UNODC ระบุว่า มีผู้คนจากอย่างน้อย 80 ประเทศและดินแดนอยู่ในศูนย์หลอกลวงทั่วภูมิภาค โดยเครือข่ายจัดหาคนเข้าทำงานใช้ศูนย์กลางการเดินทางในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เป็นเส้นทางในการล่อลวงและเคลื่อนย้ายผู้คน ขณะเดียวกันผู้ดำเนินการศูนย์หลอกลวงกำลังมองหาคนร่วมงานจากนอกทวีปเอเชียมากขึ้น ขณะที่กำลังขยายไปยังตลาดใหม่ ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า โฆษณารับสมัครงานที่เชื่อมโยงกับช่องทางสื่อสารของอุตสาหกรรมหลอกลวงดังกล่าว มุ่งเป้าไปยังผู้ที่มีทักษะด้านภาษาเยอรมัน โปแลนด์ ดัตช์ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส สวีเดน นอร์เวย์ และอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UNODC ยังบอกด้วยว่า แม้มาตรการปราบปรามของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในภูมิภาคช่วงที่ผ่านมาได้สร้างแรงกดดันต่อเครือข่ายเหล่านี้ แต่ก็เป็นเพียงย้ายฐานปฏิบัติการ ไม่ใช่การทำลายเครือข่ายครั้งหมด โดยแก๊งอาชญากรรมได้ย้ายออกจากประเทศอย่างเมียนมาและลาว ไปยังติมอร์-เลสเต ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และบางพื้นที่ในทวีปแอฟริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า &amp;#8220;jurisdiction shopping&amp;#8221; หรือการเลือกย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่การบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ มีช่องโหว่ทางกฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต เพื่อหลีกเลี่ยงการปราบปราม พร้อมระบุว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัจจัยหลัก ที่เอื้อให้เครือข่ายอาชญากรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในภูมิภาคเติบโตได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานยังระบุอีกว่า นอกเหนือจากการใช้ Generative AI เพื่อสร้างข้อความ ภาพ เสียง หรือเนื้อหาปลอมแล้ว กลุ่มอาชญากรรมมีแนวโน้มจะนำ Agentic AI ซึ่งเป็นระบบ AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินการได้ด้วยตนเองในระดับสูง มาใช้เพื่อค้นหาเหยื่อโดยอัตโนมัติ การหลอกลวงหรือชักจูงเหยื่อด้วยการใช้จิตวิทยา เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลสำคัญ โอนเงิน หรือดำเนินการบางอย่างตามที่คนร้ายต้องการ (social engineering) และอำนวยความสะดวกในการขโมยรวมถึงฟอกเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UNODC ชี้ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจหลอกลวงดังกล่าว ยังส่งผลให้เกิดระบบนิเวศของอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน ระบบธนาคารใต้ดิน และการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินชิก ซิม นักวิเคราะห์ชั้นนำของ UNODC กล่าวว่า ขนาดและความซับซ้อนของเศรษฐกิจจากอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งซึ่งกำลังขยายตัวนี้ กำลังเติบโตเร็วแซงหน้าศักยภาพของมาตรการรับมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814918?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก</dc:alternative><dc:abstract>UN เผยปี’68 แก๊งสแกมทำคนเอเชีย-แปซิฟิก สูญกว่า 3.77 ล้านล้าน ย้ายฐานไปติมอร์-เกาะแปซิฟิก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T04:31:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T04:31:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-21-112322-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814804]]></link><pubDate>2026-07-21T10:51:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814804</guid><description>ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 50% กับสินค้านำเข้าจากแคนาดาหลายรายการเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้สิ่งที [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 50% กับสินค้านำเข้าจากแคนาดาหลายรายการเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อรถยนต์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์นมที่ผลิตในสหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเปิดแนวรบใหม่ในสงครามการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าแคนาดาตั้งแต่ไวน์ ซีเมนต์ ไปจนถึงอุปกรณ์ฮอกกี้น้ำแข็ง ทรัมป์ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปี 1930 ซึ่งให้อนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีตอบโต้ได้สูงสุดถึง 50% ต่อประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติต่อสินค้าของสหรัฐ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำกฎหมายมาตราดังกล่าวมาใช้ในรอบเกือบ 100 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในอีก 30 วันข้างหน้า จะครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์นม สระว่ายน้ำ เฟอร์นิเจอร์ เบ็ดตกปลา เมล็ดพันธุ์ เสื้อผ้า และวิกผม รวมถึงสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระบุในแถลงการณ์ว่า ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐพยายามรักษาข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรมและต่างตอบแทนกับคู่ค้าของเรา แต่แคนาดาซึ่งแตกต่างจากประเทศคู่ค้าและพันธมิตรอื่นๆ ยังคงตอบโต้สหรัฐจากความพยายามของเราในการปรับสมดุลทางการค้า และปกป้องอุตสาหกรรมของสหรัฐ ในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกรียร์ยังจงใจไม่รวมแคนาดาไว้ในการเจรจากับเม็กซิโกเกี่ยวกับการแก้ไข ความตกลงการค้าสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ตามที่สหรัฐต้องการ โดยในสัปดาห์นี้เขามีกำหนดหารือทวิภาคีกับเม็กซิโกที่กรุงเม็กซิโกซิตี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลของเขาได้ยื่นข้อเสนอที่ครอบคลุมเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐ พร้อมยืนยันว่ามาตรการภาษีที่ทรัมป์เคยกำหนดก่อนหน้านี้ละเมิดข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ข้อพิพาททางการค้านี้ทำให้ค่าครองชีพของครอบครัวประชาชนสูงขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ&amp;#8221; คาร์นีย์กล่าวว่า พร้อมย้ำว่า แคนาดาพร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังค้างคากับสหรัฐ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีชุดใหม่ของทรัมป์จะมีผลในวันที่ 19 สิงหาคม และจะบังคับใช้ไม่ว่าสินค้านั้นจะมีสิทธิได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้ USMCA หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ยกเว้นสินค้าสำคัญบางประเภท ได้แก่ พลังงาน โพแทช ปลา แร่ธาตุสำคัญ และสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีตามมาตรา 232 อยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำเนียบขาวระบุว่า เหตุผลส่วนหนึ่งของการขึ้นภาษีครั้งนี้คือ ระบบบริหารจัดการอุปทานผลิตภัณฑ์นมของแคนาดาที่มีลักษณะกีดกันทางการค้า รวมถึงการเก็บภาษีและกำหนดโควตากับรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐ แต่กลับไม่ใช้มาตรการเดียวกันกับรถยนต์จากประเทศอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์ยืนยันว่า แคนาดาเพียงใช้สิทธิของตนในการตอบโต้ด้วยมาตรการที่เท่าเทียมกันต่อภาษีในภาคยานยนต์ที่สหรัฐกำหนดขึ้น ซึ่งละเมิดข้อตกลง USMCA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่า แคนาดาและจีนได้ใช้มาตรการตอบโต้ หลังจากทรัมป์พยายามกำหนดมาตรการภาษีศุลกากรจำนวนมากนับตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างที่ทรัมป์และคาร์นีย์พบกันในศึกฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศที่รัฐนิวเจอร์ซีย์เมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์เรียกร้องให้คาร์นีย์ดำเนินการควบคุมไฟป่าที่ทำให้ควันไฟปกคลุมพื้นที่กว้างของสหรัฐ อีกทั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเพิ่ม &amp;#8220;ต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้&amp;#8221; ในการจัดการกับมลพิษรวมเป็นเหตุผลในการเพิ่มภาษีกับสินค้าจากแคนาดาที่มีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายภาษีศุลกากรปี 1930 และมาตรา 338 เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดจากการที่สหรัฐขึ้นภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้จากประเทศต่างๆ โดยนักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจจำนวนมากมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930 ยิ่งเลวร้ายลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์น เวโรโน ผู้เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การค้าสหรัฐในรัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และเป็นผู้ศึกษากฎหมายฉบับนี้อย่างละเอียด กล่าวว่า มาตรา 338 ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อให้ประเทศต่างๆ ใช้อัตราภาษีศุลกากรอย่างเท่าเทียม และไม่ให้อัตราพิเศษแก่บางประเทศจนส่งผลเสียต่อการส่งออกของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวโรโนกล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีหลายคน รวมถึงแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ เคยพิจารณาใช้มาตรา 338 เพื่อกำหนดภาษี แต่ไม่พบหลักฐานว่ามีประธานาธิบดีคนใดเคยใช้มาตราดังกล่าวจริง จนกระทั่งทรัมป์ออกประกาศเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับนี้เพื่อขึ้นภาษีตอบโต้ภาษีที่ประเทศอื่นกำหนดขึ้นเพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐเอง&amp;#8221; เวโรโนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวโรโนซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักงานกฎหมาย Covington &amp;amp; Burling กล่าวต่อว่า แม้มาตรการภาษีเหล่านี้อาจชอบด้วยกฎหมายภายใต้มาตรา 338 แต่ก็ขัดกับเจตนารมณ์ของมาตราดังกล่าวอย่างน้อยที่สุด เพราะมาตราดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบที่ทุกประเทศใช้อัตราภาษีเดียวกันกับสินค้าประเภทเดียวกันต่อทุกประเทศ แต่ทรัมป์ได้เบี่ยงเบนหลักการดังกล่าวไปอย่างสุดโต่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814804?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค.</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์สั่งเพิ่ม ภาษีนำเข้าสินค้าแคนาดาบางรายการ 50% มีผล 19 ส.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T03:51:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T03:51:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t-12-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814723]]></link><pubDate>2026-07-21T09:49:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814723</guid><description>น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ขณะที่ตลาดพิจารณารายงานเกี่ยวกับความพยายามไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กับการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ขณะที่ตลาดพิจารณารายงานเกี่ยวกับความพยายามไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กับการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ และคำขู่ของกลุ่มฮูตีในเยเมนที่จะปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ณ เวลา 00.52 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือ 07.52 น.ของวันนี้ ตามเวลาไทย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบใกล้เดือน ลดลง 35 เซนต์ หรือ 0.4% มาอยู่ที่ 88.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ สำหรับส่งมอบเดือนกันยายน ทรงตัวอยู่ที่ 82.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาของทั้งสองสัญญายังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ทำไว้ในการซื้อขายวันก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์ว่า เตหะรานได้รับข้อเสนอจากผู้ไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับการหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อพยายามกอบกู้ข้อตกลงชั่วคราวที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปูทางไปสู่ข้อตกลงถาวรที่จะยุติสงคราม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามทางการทูตดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีเมืองต่างๆ ของอิหร่านอีกระลอก ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ก็โจมตีทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคเช่นกัน และยังคงโจมตีอิหร่านระลอกใหม่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดของ IG ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากแล้ว และยังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้อีก อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น การพูดคุยเกี่ยวกับการลดความตึงเครียดและการเจรจาสันติภาพเมื่อคืนที่ผ่านมา ดูเหมือนจะจำกัดการปรับตัวขึ้นในขณะนี้ ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าการเจรจาสันติภาพเหล่านั้นจะนำไปสู่ผลลัพธ์อะไรต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่าจะใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจเปิดแนวรบใหม่ต่อสหรัฐในสงครามกับอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานและการค้าของโลกให้ขยายวงกว้างออกไปนอกภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิม วอเทอเรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า คำขู่ของกลุ่มฮูตีที่จะปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบียถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะทำให้ความเสี่ยงที่การส่งออกน้ำมันของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อีกหลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจเบื้องต้นของรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์คาดว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐคาดว่าอาจจะลดลงในสัปดาห์นี้ เช่นเดียวกับสต๊อกน้ำมันเบนซิน ขณะที่สต๊อกน้ำมันกลั่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814723?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันปรับลง เหตุไกล่เกลี่ยช่วยลดแรงกังวล ฮูตีขู่ปิดล้อมซาอุดีฯ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-21T04:29:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-21T04:29:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แอนดี เบอร์แนม นั่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี ให้คำมั่นช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814511]]></link><pubDate>2026-07-20T19:43:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814511</guid><description>แอนดี เบอร์แนม รับตำแหน่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ ให้คำมั่นเร่งคลอดมาตรการ ช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายแอนดี เบอร์แนม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;แอนดี เบอร์แนม รับตำแหน่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ ให้คำมั่นเร่งคลอดมาตรการ ช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า &lt;strong&gt;นายแอนดี เบอร์แนม&lt;/strong&gt; อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ วัย 56 ปี ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของสหราชอาณาจักรในรอบ 10 ปี อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยในวันจันทร์(20 ก.ค.) โดยให้คำมั่นว่าจะประกาศมาตรการใหม่เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพภายในสัปดาห์นี้ ก่อนจะเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปีสำหรับประเทศในช่วงปลายปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบอร์แนม&lt;/strong&gt; เปิดการแถลงข่าวที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ในกรุงลอนดอน อันเป็นทำเนียบนายกรัฐมนตรี ว่า อังกฤษจำเป็นต้องแสดงให้โลกเห็นว่าเราสามารถกอบกู้เสถียรภาพกลับคืนมาได้อีกครั้ง ที่ผ่านมาเรายังทำได้ไม่ดีพอ และเราจำเป็นต้องทำให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาให้สัญญาว่าจะมอบช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายให้แก่ประชาชนชาวอังกฤษ โดยระบุว่ารัฐบาลจะกำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและจะชี้แจงว่าจะมีแนวทางการจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าวอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังกล่าวถึงแผนงานในระยะยาวว่า เราจะช่วยให้คนหนุ่มสาวเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มากขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาและมอบการสนับสนุนที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตและจะเดินหน้าสร้างที่อยู่อาศัยของรัฐให้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นั่นคือแนวทางที่ยุติธรรมและยั่งยืนในการลดภาระงบประมาณด้านสวัสดิการสังคม เพื่อให้เป็นไปตามกรอบวินัยทางการคลัง และเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาด้านการป้องกันประเทศที่มีต่อพันธมิตรระหว่างประเทศของเรา&amp;#8221; นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรคนใหม่กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมีขึ้นหลังจากเขาได้เข้าเฝ้าฯและได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อจากนายเคียร์ สตาร์เมอร์ ที่ได้เข้าเฝ้าฯพระองค์ เพื่อกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสตาร์เมอร์ ได้กล่าวอำลาในฐานะนายกรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย หน้าบ้านเลขที่ 10 ว่า ภารกิจของตนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว หลังจากนำพรรคแรงงานพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์ไปสู่ชัยชนะอย่างถล่มทลายในปี 2024 และว่า ขณะนี้อังกฤษเป็นประเทศที่เข้มแข็งและมีความเป็นธรรมมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังกล่าวอวยพรให้ผู้ที่มารับตำแหน่งต่อจากเขาประสบความสำเร็จ โดยระบุว่า แอนดี เบอร์แนม จะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ทันทีที่เบอร์แนมเปิดเผยรายชื่อคณะรัฐมนตรี เขาจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่มีอยู่มากมาย ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเชื่องช้า วิกฤตค่าครองชีพ และบริษัทสาธารณูปโภคที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เบอร์แนมกล่าวถึงการได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานว่า&lt;strong&gt; “เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในการเมืองของเราในรอบ 40 ปี”&lt;/strong&gt; เขาให้สัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองเพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพอย่างรวดเร็ว และช่วยให้ประเทศที่กระหายความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นประเทศที่ค่าครองชีพถูกลงและผู้คนและสถานที่ต่างๆ ได้รับการยกระดับจากจุดที่เป็นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความท้าทายแรกของเบอร์แนมคือการแต่งตั้งทีมคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งความขัดแย้งในความร่วมมือที่สำคัญนี้ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรัฐบาล ได้นำไปสู่ความล้มเหลวของรัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา ก่อนหน้านี้นายเอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งเคยเป็นตัวเต็งในช่วงแรกนั้น ถูกโจมตีด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นมิตร และขณะนี้ ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูเหมือนจะเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814511?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แอนดี เบอร์แนม นั่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี ให้คำมั่นช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แอนดี เบอร์แนม นั่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี ให้คำมั่นช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ</dc:alternative><dc:abstract>แอนดี เบอร์แนม นั่งนายกฯผู้ดี เป็นทางการ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี ให้คำมั่นช่วยปชช.สู้วิกฤตค่าครองชีพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T12:43:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T12:43:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/415474.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/415474-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/415474.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/415474-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/450241.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/450241-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814200]]></link><pubDate>2026-07-20T16:57:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5814200</guid><description>เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่ง ชื่อ Kavomal [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่ง ชื่อ Kavomaleas ชักธงมอลตา ดำเนินงานโดยบริษัทเดินเรือ Dynacom ของกรีซ ได้เกิดไฟลุกไหม้หลังจากถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีใกล้กับประเทศโอมาน ในระหว่างพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการโจมตีเกิดขึ้นห่างจากเมืองคุมซาร์ ของโอมาน ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 8 ไมล์ทะเล ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้ห้องเครื่องยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ Vanguard กลุ่มบริหารจัดดการด้านความเสี่ยงภัยทางทะเลของอังกฤษ ระบุว่า ทางบริษัทได้รับทราบเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกน้ำมัน Kavomaleas ซึ่งชักธงมอลตา ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเวลาประมาณ 19.24 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (UTC) และว่า ยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้และยังไม่มีการยืนยันสถานะของลูกเรือ โดยขณะนี้หน่วยงานด้านการเดินเรือในภูมิภาคกำลังดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของแหล่งข่าวในวงการค้าระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาด Panamax ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Dynacom Tankers Management มีกำหนดจะเข้ารับการบรรทุกสินค้าประเภทน้ำมันในอ่าวอาหรับภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า ลูกเรือได้สละเรืออย่างปลอดภัยหลังจากมีรายงานเหตุเพลิงไหม้ โดยขณะนี้เรือลำดังกล่าวลอยลำอยู่และได้รับการกู้โดยเรือลากจูงแล้ว UKMTO ระบุด้วยว่า แม้จะยังไม่สามารถดับเพลิงได้ แต่ก็ไม่มีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม(IRGC) อ้างว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำได้เกิดระเบิดขึ้นและไม่สามารถแล่นต่อไปได้ หลังจากพยายามใช้เส้นทางทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่ง IRGC ระบุว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ IRGC ยังระบุถึงเรืออีก 2 ลำที่ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่เดียวกันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุที่เกิดขึ้นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดของการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านยกระดับการโจมตีตอบโต้กันทั่วตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อแย่งชิงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5814200?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย</dc:alternative><dc:abstract>เรือน้ำมันกรีซไฟลุก หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตี ใกล้โอมาน UKMTO ชี้ลูกเรือสละเรือได้ปลอดภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T09:57:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T09:57:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-16T063055Z_845135880_RC2REMA7T02V_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813763]]></link><pubDate>2026-07-20T14:30:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5813763</guid><description>ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม กลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta Party หรือ CJP) ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม กลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta Party หรือ CJP) ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Z ในอินเดีย ได้เกิดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ไม้กระบองไล่ฟาดขณะที่พวกเขาพยายามเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังอาคารรัฐสภาในกรุงนิวเดลี เพื่อประท้วงเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาลาออกปมข้อสอบรั่วและให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษา แม้ทางการจะไม่อนุญาตให้จัดชุมนุมประท้วงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การชุมนุมประท้วงในวันนี้ขยายวงมากขึ้นหลังจากเกิดกรณีที่ตำรวจอินเดียได้ใช้กำลังนำตัวนายโซนัม วังชุก นักเคลื่อนไหวที่กำลังอดอาหารประท้วงเพื่อกดดันให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษา ส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมหลังจากเขามีอาการทรุดลง ส่งผลผู้สนับสนุนพรรค CJP จำนวนมากพากันออกรวมตัวกันที่จันตาร์ มันตาร์ ในกรุงนิวเดลี ตลอดทั้งคืน เพื่อเตรียมเดินขบวนเพื่อแสดงพลังประท้วงในวันเปิดสมัยประชุมของรัฐสภา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาชิน ชาร์มา รองผู้บัญชาการตำรวจเดลี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้หารือกับสมาชิกพรรค CJP แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ยอมรับร่วมกันได้ และว่า การชุมนุมประท้วงได้เต็มพื้นที่แล้ว โดยมีผู้ประท้วงรวมตัวกันในเช้าวันนี้ราว 10,000 คน ซึ่งสถานการณ์อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ โดยทางการได้ระดมกำลังตำรวจและกองกำลังฝ่ายความมั่นคงจำนวนมากรักษาการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าใกล้กับอาคารรัฐสภา หากการเดินขบวนประท้วงยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากสถานีโทรทัศน์เผยให้เห็นเหตุการณ์ที่ตำรวจใช้ไม้ตีผู้ประท้วงบางส่วนในพื้นที่ที่มีการวางสิ่งกีดขวางไว้อย่างแน่นหนา แต่ตำรวจปฏิเสธว่าไม่มีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และว่า การจัดการกับการประท้วงเป็นไปตามหลักวิชาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกลุ่มผู้ประท้วงพากันตะโกนร้องให้นายธาร์เมนดรา ปราธาน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษา และนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ซึ่งตกเป็นเป้าหมายหลักของการประท้วงให้ลาออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวประท้วงของกลุ่ม CJP เริ่มต้นขึ้นหลังจากเกิดเหตุข้อสอบเข้าศึกษาต่อในคณะแพทย์ศาสตร์ทั่วประเทศของอินเดียรั่วไหลออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักเรียนกว่า 2 ล้านคน ที่ทำให้พวกเขาต้องเข้าสอบใหม่อีกครั้ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจขึ้นทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวที่ดำเนินมาหลายเดือนและการชุมนุมประท้วงล่าสุด ถือเป็นความท้าทายจากภาคประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดต่อนายโมดีที่นำการบริหารประเทศมาเป็นสมัยที่ 3 แล้วในฐานะนายกรัฐมนตรี ขณะที่กลุ่มการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างพรรค CJP ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น หลังจากระยะแรก CJP ได้รับการสนับสนุนเป็นหลักผ่านโลกออนไลน์ โดยมียอดผู้ติดตามบน Instagram สูงถึง 22 ล้านคนภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ต่อมาเริ่มได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านบางพรรคด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ระบุว่า การเติบโตของกลุ่ม CJP สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของคนหนุ่มสาวอินเดียที่มีต่อปัญหาต่างๆ ในประเทศ เช่น อัตราการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับสูง และเหตุการณ์ข้อสอบรั่วไหลที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยข้อมูลจากภาครัฐระบุว่า อัตราการว่างงานในอินเดียปี 2025 ในกลุ่มประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 3.1% แต่ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงถึง 9.9% ในกลุ่มคนอายุ 15–29 ปี โดยแบ่งเป็นในเขตเมือง 13.6% และ 8.3% ในเขตชนบท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813763?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา</dc:alternative><dc:abstract>ตร.อินเดีย เข้าสกัด ม็อบแมลงสาบนับหมื่น ฮือบุกรัฐสภา จี้รบ.ปฏิรูปการศึกษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T07:33:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T07:33:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-20T013130Z_1340249707_RC2CHMAOKDE4_RTRMADP_3_INDIA-GEN-Z-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืนอาการสาหัส]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813437]]></link><pubDate>2026-07-20T11:57:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5813437</guid><description>มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืน อาการสาหัส เกิดเหตุกราดยิงขึ้นในย่านธุรกิจใกล้ใจกลางเมืองทูซอน ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์(19 ก.ค.) ตามเวลาท้องถ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืน อาการสาหัส&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุกราดยิงขึ้นในย่านธุรกิจใกล้ใจกลางเมืองทูซอน ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์(19 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงผู้ต้องสงสัยเป็นมือก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟรงค์ มากอส โฆษกกรมตำรวจเมืองทูซอน แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้สื่อข่าวบริเวณจุดเกิดเหตุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่ตามปกติได้รีบรุดไปยังจุดที่ได้ยินเสียงปืนเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และได้เผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งซ้ำๆ ก่อนจะตัดสินใจยิงผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุรายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกตำรวจกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกยิงได้รับบาดจ็บสาหัสถึงขั้นเสี่ยงต่อชีวิต ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 9 ราย ซึ่งคาดว่าถูกยิงก่อนที่ตำรวจจะมาถึงที่เกิดเหตุ โดยทั้งหมดเป็นผู้ใหญ่ ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการวิกฤต และหลายรายมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณแขนหรือขา แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น KGUN-TV รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวงการตำรวจกล่าวว่า เหตุการณ์ยิงกันดังกล่าวมีชนวนเหตุมาจากการเผชิญหน้ากันระหว่างคนสองกลุ่มที่รู้จักกันมาก่อน โดยมีผู้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงถูกลูกหลงจากกระสุนปืนไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มือปืนเริ่มกราดยิงอย่างบ้าคลั่งในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ทำให้มีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ 9 ราย ก่อนจะถูกตำรวจทูซอนเข้าระงับเหตุไว้ได้&amp;#8221; เรจินา โรเมโร นายกเทศมนตรีเมืองทูซอน กล่าว และว่า ขณะนี้อาการของผู้บาดเจ็บทุกคนพ้นขีดอันตรายและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเราหวังว่าทุกคนจะหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Gun Violence Archive ซึ่งเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ยิงกันจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สื่อมวลชน และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ระบุว่า เหตุความรุนแรงเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่เกิดขึ้นในเมืองทูซอนเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของรัฐแอริโซนานั้น ได้ส่งผลให้ยอดรวมของเหตุการณ์กราดยิงในประเทศสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 257 ครั้งในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ฐานข้อมูลของหน่วยงานดังกล่าวได้นิยามคำว่า &amp;#8220;เหตุกราดยิง&amp;#8221; (mass shooting) ว่าเป็นเหตุความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตรวมกันตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813437?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืนอาการสาหัส&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืนอาการสาหัส</dc:alternative><dc:abstract>มะกันระทึกอีก กราดยิงใจกลางเมืองใหญ่ในแอริโซนา เจ็บ 10 รวมมือปืนอาการสาหัส</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T05:04:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T05:04:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-20-115356-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813308]]></link><pubDate>2026-07-20T10:51:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5813308</guid><description>ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน ราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายในตลาดโลกในวันจันทร์ (20 ก.ค.) นี้ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผลจากสถานการณ์สู้รบในอ่าวเป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบที่ซื้อขายในตลาดโลกในวันจันทร์ (20 ก.ค.) นี้ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผลจากสถานการณ์สู้รบในอ่าวเปอร์เซียระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ยังคงรุนแรงดุเดือด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นยืนเหนือระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน โดยปรับเพิ่มขึ้น 2.6% อยู่ที่ 90.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเทอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 2.3% ที่ 84.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทะยานขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพสหรัฐยังคงโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันนับจากเปิดฉากสู้รบกันรอบใหม่ ซึ่งอิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายต่างๆ ทั่วภูมิภาค ท่ามกลางรายงานว่ามีเรือเพียงไม่กี่ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) และมีรายงานว่าเรือลำหนึ่งเกิดไฟไหม้ขึ้น แต่ยังไม่รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เชน โอลิเวอร์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านการลงทุนของบริษัทจัดการกองทุน AMP กล่าวให้ความเห็นถึงสถานการณ์ด้านพลังงานว่า ยิ่งช่องแคบฮอร์มุซปิดนานเท่าไรและสงครามทวีความรุนแรงขึ้นมากเพียงไร ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งทะยานขึ้นไปถึงประมาณ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อจะลดอุปสงค์ให้สอดคล้องกับอุปทานก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนี่ไม่ใช่สถานการณ์พื้นฐานของเรา แต่เป็นความเสี่ยงสูงอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813308?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน</dc:alternative><dc:abstract>ฮอร์มุซระอุ! ดันราคาน้ำมันดีดต่อ 2.6% ทะลุ 90 ดอลล์ต่อบาร์เรล ครั้งแรกรอบกว่า 1 เดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T07:03:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T07:03:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T122104Z_707866735_RC2C6MAH9MEA_RTRMADP_3_INDIA-FUEL-ETHANOL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813130]]></link><pubDate>2026-07-20T07:42:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5813130</guid><description>ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน สหรัฐได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 8 ติดต่อกัน หลังประกาศว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 2 นายในประเทศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 8 ติดต่อกัน หลังประกาศว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 2 นายในประเทศจอร์แดน และยังมีทหารอีก 1 นายที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลางรายงานวาถูกอิหร่านโจมตีเพิ่มเติมในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐยังยืนยันการเสียชีวิตของทหารรายที่ 3 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าทหารรายนี้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ในภาคเหนือของอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐระหว่างปฏิบัติการจุดชนวนทำลายวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานจากโดรนโจมตีของอิหร่านที่ถูกยิงตก ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดบนโดรนโจมตีของอิหร่านที่ถูกยิงตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุว่า ทหารอเมริกัน 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีในประเทศจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ และยังมีทหารอีก 1 นายที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต่อมาในวันอาทิตย์ CENTCOM ออกแถลงการณ์ว่า พบชิ้นส่วนร่างมนุษย์ที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ในพื้นที่เกิดเหตุโจมตีดังกล่าว และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อรวมกับทหารที่เสียชีวิตในอิรักเมื่อวันเสาร์ ทำให้จำนวนทหารสหรัฐที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเพิ่มเป็น 17 นาย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 420 นาย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพีต เฮกเซธ&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า &amp;#8220;การเสียสละของพวกเขายิ่งทำให้ความมุ่งมั่นของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;CENTCOM&lt;/strong&gt; ระบุว่า การโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุด ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐของวันที่ 18 กรกฎาคมตามเวลาในไทย หรือเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย มีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ และลงโทษกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อย่างรวดเร็ว หลังเปิดฉากโจมตีทหารอเมริกันในจอร์แดน และเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีได้แก่ ระบบตรวจการณ์ชายฝั่งทางทหารของอิหร่าน และฐานป้องกันภัยทางอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐและอิหร่านต่างยกระดับการโจมตีกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อนพังทลายลง และการต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงที่สงครามจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบเพิ่มสูงขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า อิสราเอลกำลังเตรียมรับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศของสหรัฐเพิ่มเติม หลังสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดทวีความรุนแรง และเพื่อเตรียมพร้อมหากการขยายปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอาจเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า แม้กระทั่งก่อนที่อิหร่านจะเปิดฉากโจมตีในวันเสาร์ สหรัฐก็ได้เริ่มเคลื่อนย้ายกำลังและยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลางแล้ว รวมถึงเครื่องบินรบหลายประเภท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สื่อของอิหร่าน&lt;/strong&gt;รายงานว่า สหรัฐได้โจมตีพื้นที่ใกล้เมืองซีริก ทางตอนใต้ของประเทศ และบริเวณใกล้เมืองชาเดกัน ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนอิรัก หลังจากนั้นมีรายงานเกิดเหตุระเบิดในเมืองอาบาดาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า องค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐที่พุ่งเป้าไปยังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งกำลังก่อสร้างในเมืองดาร์โควิน ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่ากำลังตรวจสอบรายงานดังกล่าว โยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้างเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อตอบโต้การโจมตีล่าสุด อิหร่านได้ส่งโดรนเข้าโจมตีทรัพย์สินและยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐที่ค่ายอัลอาดิรี และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ในประเทศคูเวต โดยอิหร่านได้โจมตีฐานทัพทั้งสองแห่งมาแล้วหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลคูเวต&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งถูกโจมตีเป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนที่มีความสำคัญ ขณะที่กองทัพคูเวตแถลงก่อนหน้านี้ว่า สามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้อีกครั้ง หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบาห์เรนรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดการโจมตีของอิหร่านได้เช่นกัน ส่วนในจอร์แดนมีการเปิดไซเรนเตือนภัยทั่วหลายพื้นที่ โดยกองทัพจอร์แดนระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูก ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าไปยังเมืองอากาบาของจอร์แดน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนอิสราเอล ต่อมาจอร์แดนได้เรียกอุปทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังมุ่งโจมตีการเดินเรือในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านกล่าวว่า ตนกำลังโจมตีเรือที่ฝ่าฝืนกฎการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;IRGC&lt;/strong&gt; แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีเรือ 4 ลำพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เส้นทางที่ไม่ปลอดภัย ภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐ หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนของ IRGC โดยระบุว่า เรือ 2 ลำได้ยุติความพยายามดังกล่าว ส่วนอีก 2 ลำประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ตลอดระยะเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิต 50 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน จากการโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันอาทิตย์&lt;strong&gt; นายมาร์โค รูบิโอ&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าต่างประเทศสหรัฐได้พบหารือกับประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน เกี่ยวกับกรอบข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งมีการลงนามเมื่อเดือนมิถุนายน โดยประธานาธิบดีอูนมีกำหนดจะพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม เพื่อนำเสนอแผนปลดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ และแผนผลักดันให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813130?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน</dc:alternative><dc:abstract>ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T00:53:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T00:53:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T135847Z_1220760552_RC2DGMA0ZV19_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KUWAIT-OIL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T135847Z_1220760552_RC2DGMA0ZV19_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KUWAIT-OIL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1433</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1433</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/talommm2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813115]]></link><pubDate>2026-07-20T07:14:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5813115</guid><description>แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21 หัวหน้าหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเปรูเผยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 21 คน หลั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หัวหน้าหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเปรูเผยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 21 คน หลังเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งในพื้นที่ภูเขาของประเทศเปรู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในคืนวันเสาร์ที่จังหวัดชูปากา ในแคว้นฮูนิน ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาที่อยู่ห่างจากกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ไปทางตะวันออกราว 300 กิโลเมตร ศูนย์แผ่นดินไหวแห่งชาติของเปรูเผยแพร่ข้อมูลผ่าน X ว่าแรงสั่นสะเทือนครั้งแรกมีขนาด 5.1 แมกนิจูด ส่วนครั้งที่สองมีขนาด 3.7 แมกนิจูด โดยแผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นที่ความลึกประมาณ 24 กิโลเมตร ใต้พื้นดิน ขณะที่ครั้งที่สองเกิดขึ้นที่ความลึก 18 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ก่อนหน้านี้ศูนย์แผ่นดินไหวแห่งยุโรปและเมดิเตอร์เรเนียน (EMSC) รายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งแรกมีขนาด 5.6 แมกนิจูด ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขที่ทางการเปรูประกาศเล็กน้อย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลุยส์ บัสเกซ&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของเปรู ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุท้องถิ่น Exitosa ว่า จากรายงานเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประมาณ 48 หลังถูกทำลายทั้งหมด และอีก 18 หลังได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 300 คน ซึ่งขณะนี้ทางการได้จัดหาเต็นท์พักพิงชั่วคราวให้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัสเกซกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เดินทางเข้าพื้นที่ประสบภัยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ เพื่อเร่งเคลียร์ซากปรักหักพัง เนื่องจากยังมีความกังวลว่าอาจมีผู้ประสบภัยรายอื่นติดอยู่ใต้ซากอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บ้านเรือนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดชูปากาส่วนใหญ่เป็นสิ่งปลูกสร้างแบบเรียบง่าย ก่อสร้างด้วยอิฐดินดิบ ซึ่งเป็นวัสดุที่ทำจากดินผสมฟางแล้วตากแห้ง จึงมีความเปราะบางและเสี่ยงต่อการพังทลายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศเปรูตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่อง พื้นที่นี้เป็นแหล่งเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวและภูเขาไฟมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คิดเป็นประมาณ 85% ของกิจกรรมแผ่นดินไหวทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5813115?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหว 2 ครั้ง แถบเทือกเขาเปรู ดับอย่างน้อย 6 เจ็บ 21</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T00:14:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T00:14:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-19T170235Z_1581248661_RC2CWLAZCFWF_RTRMADP_3_PERU-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-19T170235Z_1581248661_RC2CWLAZCFWF_RTRMADP_3_PERU-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-19T171412Z_29945065_RC2AWLAFAQ2D_RTRMADP_3_PERU-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-19T171412Z_29945065_RC2AWLAFAQ2D_RTRMADP_3_PERU-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pandinwai2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ &#8216;บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว&#8217; ชาวเน็ตติดแท็ก &#8216;เฟสล่ม&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5812631]]></link><pubDate>2026-07-19T15:03:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5812631</guid><description>ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ &amp;#8216;บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว&amp;#8217; ชาวเน็ตติดแท็ก &amp;#8216;เฟสล่ม&amp;#8217; เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 กรกฎาคม มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับโลก ไม่สามารถใช้ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ &amp;#8216;บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว&amp;#8217; ชาวเน็ตติดแท็ก &amp;#8216;เฟสล่ม&amp;#8217;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 กรกฎาคม มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์ระดับโลก ไม่สามารถใช้งานได้ โดยปรากฏข้อความว่า &amp;#8220;บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว&amp;#8221; ทำให้ไม่สามารถมองเห็นฟีด หรือโพสต์อะไรลงไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5812651 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701.jpg&quot; alt=&quot;เฟสล่ม&quot; width=&quot;991&quot; height=&quot;228&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701.jpg 991w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-300x69.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-768x177.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-728x167.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-400x92.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-250x58.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 991px) 100vw, 991px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางรายระบุว่า เฟซบุ๊กบนมือถือ ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า เฟซบุ๊กประสบปัญหาขัดข้องกะทันหัน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม โดยมีรายงานผู้ใช้งานทั่วโลกไม่สามารถเข้าถึงบัญชีและไม่สามารถใช้านฟีเจอร์พื้นฐานของเฟซบุ๊กได้ โดยข้อมูลจาก Downdetector แสดงให้เห็นว่า รายงานปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊กได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากโพสต์บนเฟซบุ๊กแล้ว บริการเมสเซนเจอร์ ที่เชื่อมโยงกับเฟซบุ๊ก ก็ไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของ Downdetector พบว่า 62 เปอร์เซ็นต์ ของปัญหาที่รายงานเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และ 21 เปอร์เซ็นต์ เป็นปัญหาบนอุปกรณ์มือถือ และ 11 เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5812631?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ &amp;#8216;บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว&amp;#8217; ชาวเน็ตติดแท็ก &amp;#8216;เฟสล่ม&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ ‘บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว’ ชาวเน็ตติดแท็ก ‘เฟสล่ม’</dc:alternative><dc:abstract>ด่วนเฟซบุ๊กล่ม! ขึ้นข้อความ ‘บัญชีไม่พร้อมใช้งานชั่วคราว’ ชาวเน็ตติดแท็ก ‘เฟสล่ม’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-19T09:01:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-19T09:01:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/fb2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/1784447865701-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>991</mi:x1><mi:y1>228</mi:y1><mi:x2>991</mi:x2><mi:y2>228</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5812030]]></link><pubDate>2026-07-18T18:11:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5812030</guid><description>เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เวียดนามนิวส์ สื่อทางการเวียดนามรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายและสูญหายอีก 4 ราย หลังจากเกิดน้ำ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม เวียดนามนิวส์ สื่อทางการเวียดนามรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายและสูญหายอีก 4 ราย หลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านเมืองทาน ในพื้นที่ภูเขาของจังหวัดไลเจิว ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ผ่านมา น้ำไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านเมืองทาน หลังจากที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อเวียดนามยังเผยแพร่ภาพที่แสดงให้เห็นสภาพหมู่บ้านที่ถูกปกคลุมไปด้วยโคลนสีแดงและน้ำท่วมขัง รวมถึงมีกองหินและท่อนไม้จำนวนมากกองรวมกันอยู่ที่มุมหนึ่งของถนนที่ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามระบุว่า นับตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันอันเนื่องมาจากฝนตกหนัก ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่ถนน ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และบ้านเรือนหลายร้อยหลัง อีกทั้งยังทำให้น้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูกเป็นวงกว้างในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางหน่วยงานยังคาดการณ์ด้วยว่าหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของเวียดนามจะมีฝนตกหนักปริมาณสูงถึง 250 มิลลิเมตรในวันเสาร์ (18 ก.ค.) นี้ พร้อมทั้งออกคำเตือนให้ประชาชนระวังเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เวียดนามมักเผชิญกับพายุและน้ำท่วมที่ก่อให้เกิดความสูญเสียถึงแก่ชีวิตในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะมีปริมาณฝนมากที่สุดระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ข้อมูลทางการระบุว่าในปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม ได้คร่าชีวิตผู้คนในเวียดนามไปถึง 489 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5812030?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4</dc:alternative><dc:abstract>เวียดนาม เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ดับแล้ว 4 สูญหายอีก 4</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T12:00:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T12:00:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-18-175551-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811861]]></link><pubDate>2026-07-18T15:44:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811861</guid><description>อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สกายรูท แอโรสเปซ บริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศของอินเดีย ได้ทำการปล่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สกายรูท แอโรสเปซ บริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศของอินเดีย ได้ทำการปล่อยจรวดวิกรม-1(Vikram-1)สำหรับขนส่งดาวเทียมขนาดเล็ก ซึ่งพัฒนาขึ้นเองโดยภาคเอกชนเป็นครั้งแรกของประเทศ ออกจากฐานปล่อย ที่ศูนย์อวกาศสาทิชธาวัน ในเมืองศรีหริโกฏ ในรัฐอานธรประเทศ ของอินเดีย เพื่อขึ้นสู่วงโคจรเป็นผลสำเร็จ ซึ่งถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญในความพยายามของอินเดีย ที่จะแข่งขันเพื่อชิงส่วนแบ่งการปล่อยดาวเทียมเชิงพาณิชย์ในตลาดโลกให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จรวดขนส่งวิกรม-1 ได้ทะยานออกจากศูนย์อวกาศสาทิชธาวัน เมื่อเวลา 06.35 น.ตามเวลาสากล โดยบรรทุกสัมภาระของลูกค้าจากทั้งองค์กรในอินเดียและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงดาวเทียมสาธิตเทคโนโลยี ตลอดจนอุปกรณ์สำหรับการทดลองในวงโคจร ในภารกิจแรกสู่ห้วงอวกาศที่ใช้ชื่อว่า &amp;#8220;Mission Aagaman&amp;#8221; โดยจรวดสามารถนำสัมภาระบรรทุกเข้าสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 450 กิโลเมตร ได้สำเร็จในเวลาราว 15 นาทีต่อมา ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ที่สามารถส่งวัตถุขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จด้วยฝีมือของบริษัทเอกชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สกายรูทระบุว่า ภารกิจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพระบบขับเคลื่อน ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน (avionics) ระบบส่งข้อมูลทางไกล (telemetry) รวมถึงระบบนำทางและควบคุมการบินในสภาวะจริง พร้อมทั้งเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการปล่อยจรวดเชิงพาณิชย์ในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ภารกิจ Mission Aagaman ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และนี่เป็นเพียงเที่ยวบินทดสอบเท่านั้น เราจะดำเนินการทดสอบในลักษณะนี้อีก 2-3 ครั้งก่อนที่จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ตามปกติ&amp;#8221; สกายรูทระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับจรวดขนส่ง วิกรม-1 มีความสูงประมาณ 22 ฟุต ได้รับการออกแบบมาเพื่อบรรทุกสัมภาระน้ำหนักสูงสุด 350 กิโลกรัม ขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก จรวดลำนี้ประกอบด้วยส่วนขับเคลื่อนเชื้อเพลิงแข็ง 3 ตอน และโมดูลปรับวงโคจรที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ (3D printing) โดยบริษัทระบุว่าเทคโนโลยีเหล่านี้ถือเป็นการนำมาใช้งานจริงในการบินเป็นครั้งแรกในอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สกายรูท ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพด้านอวกาศยุคใหม่ของอินเดีย ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากนักลงทุนทั่วโลก หลังจากที่มีการเปิดเสรีในภาคอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ สตาร์ทอัพแห่งนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นบริษัทด้านอวกาศแห่งแรกของอินเดียที่มีมูลค่ากิจการแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปีที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความสำเร็จในภารกิจด้านอวกาศของอินเดียครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดการปล่อยดาวเทียมพาณิชย์ขนาดเล็กระดับโลก ซึ่งเหล่าสตาร์ทอัพต่างพยายามช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้เล่นรายเดิมที่มีอิทธิพลสูงอย่าง บริษัท SpaceX ของ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811861?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน</dc:alternative><dc:abstract>อินเดียปลื้ม! บ.สตาร์ทอัพ ปล่อยจรวดขนส่ง วิกรม-1 สู่วงโคจรสำเร็จ ครั้งแรกโดยฝีมือเอกชน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T08:44:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T08:44:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-18T074746Z_792834333_RC26GMAP4C0Y_RTRMADP_3_INDIA-SPACE-SKYROOT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811726]]></link><pubDate>2026-07-18T14:01:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811726</guid><description>ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา โพสต์ลงแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ขู่แคนาดาว่าจะเผชิญมาตรการทางภาษีใหม่ เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา โพสต์ลงแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ขู่แคนาดาว่าจะเผชิญมาตรการทางภาษีใหม่ เนื่องจากไม่พอใจหลังเหตุไฟป่าหลายร้อยจุดที่กำลังลุกลามเผาผลาญพื้นที่วงกว้างในประเทศแคนาดาได้ก่อให้เกิดกลุ่มควันลอยปกคลุมเข้ามาสร้างผลกระทบให้กับหลายเมืองในประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐได้ร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่าในแคนาดา และนายดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอของแคนาดา กล่าวเรียกร้องให้สหรัฐช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับไฟป่ามากกว่าจะพร่ำบ่นวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการรับมือของแคนาดาไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ นอกจากนี้ นายคาร์นีย์ยังประกาศด้วยว่ารัฐออนแทรีโอจะจัดซื้อเครื่องบินใหม่จำนวน 11 ลำ เพื่อรับมือสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สหรัฐอเมริกากำลังถูกรุกรานโดยไม่จำเป็นด้วยอากาศที่สกปรก ปนเปื้อน และไม่ดีต่อสุขภาพ&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์ พร้อมขู่จะเรียกเก็บภาษีใหมเนื่องจากความประมาทเลินเล่อโดยเจตนาของแคนาดา โดยยังระบุว่าเขาจะโทรศัพท์หานายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับปัญหานี้ ทั้งยังกล่าวหาแคนาดาว่าไม่ได้ดูแลรักษาผืนป่าอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายคาร์นีย์เคยกล่าวว่าเป็นความรับผิดชอบของทั้งสองประเทศในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เป็นผลให้เกิดไฟป่ารุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังการโพสต์ของทรัมป์ รัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านการจัดการภาวะฉุกเฉินของแคนาดาออกมาระบุว่า ทั้งสองประเทศยังคงติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องและมีประวัติความร่วมมือกันมายาวนานในการรับมือกับภัยพิบัติในลักษณะนี้ โดยอ้างถึงข้อตกลงแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือด้านการดับเพลิงระหว่างแคนาดาและสหรัฐที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 และข้อตกลงความช่วยเหลืออีกฉบับที่เกิดขึ้นจากการประชุมสุดยอด G7 ในปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากระบบข้อมูลไฟป่าของแคนาดาระบุว่า จนถึงวันศุกร์ที่ผ่านมามีไฟป่ากำลังลุกไหม้อยู่ในแคนาดาประมาณ 888 จุด ส่วนใหญ่เป็นไฟที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ในจำนวนนี้กว่า 190 จุด ที่ลุกไหม้อยู่ในรัฐออนแทรีโอ ซึ่งบางจุดยังไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนในสหรัฐหลายพื้นที่รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อันเป็นเมืองหลวง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยความขมุกขมัวจากควันไฟที่เกิดจากไฟป่าลอยปกคลุม ขณะที่สหรัฐเองกำลังเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่าที่รุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ โดยข้อมูลจากศูนย์ประสานงานด้านไฟป่าแห่งชาติระบุว่า จนถึงขณะนี้ในปี 2026 มีพื้นที่ป่าในสหรัฐถูกไฟไหม้ไปแล้วถึง 3.7 ล้านเอเคอร์ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 2.7 ล้านเอเคอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811726?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ งัดมาตรการภาษี ขู่แคนาดา ปมจัดการไฟป่า ทำควันพิษคลุมแดนมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T07:01:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T07:01:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T165026Z_602918130_RC2RFMA7C3QJ_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-USA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอบ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811570]]></link><pubDate>2026-07-18T11:54:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811570</guid><description>กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอ บ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค.2569 โดยสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวของอิหร่าน อ้างว่าเรือชั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอ บ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตามที่มีรายงานข่าวเมื่อคืนวันที่ 17 ก.ค.2569 โดยสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงสำนักข่าวของอิหร่าน อ้างว่าเรือชักธงไทยลำหนึ่งเป็นเป้าหมายการโจมตีของ IRGC โดยถูกกล่าวหาว่าพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และกองทัพเรือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทางกองทัพเรือได้ออกมาชี้แจงด้วยแล้วว่าไม่ใช่เรือสัญชาติไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศจะติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ โดยที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้บริษัทเดินเรือ รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811570?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอบ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอบ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด</dc:alternative><dc:abstract>กต.แจง ตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่เรือไทย ชี้สถานการณ์ในฮอร์มุซไม่แน่นอน ขอบ.เดินเรือติดตามข่าวสารใกล้ชิด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T05:18:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T05:18:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T143026Z_1715185511_RC2OFMAMIUCH_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-OMAN-HORMUZ-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811486]]></link><pubDate>2026-07-18T10:42:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811486</guid><description>นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกลามเผาผลาญบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 100 หลัง ในเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกลามเผาผลาญบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 100 หลัง ในเมืองแดรมเมน ทางตอนใต้ของประเทศนอร์เวย์ จนวอดวายเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงมากกว่า 60 นาย พร้อมทั้งเฮลิคอปเตอร์ขนน้ำ ระดมกำลังเร่งควบคุมเพลิงที่โหมลุกไหม้ท่ามกลางกระแสลมแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มควันสีดำหนาทึบปกคลุมพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงออสโลไปทางทิศตะวันตกราว 50 กิโลเมตร แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือสูญหายจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในย่านที่พักอาศัยที่สร้างติดกันเป็นแถวยาวในเมืองนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากพื้นที่ เนื่องจากไฟยังคงลุกไหม้อย่างต่อเนื่องและลามไปยังป่าบริเวณโดยรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดในทันทีว่าต้นเพลิงมาจากจุดใดหรือมีสาเหตุมาจากสิ่งใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811486?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ</dc:alternative><dc:abstract>นอร์เวย์อ่วม! ไฟไหม้วอดบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ทีมผจญเพลิง-เฮลิคอปเตอร์ขนน้ำเร่งดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T05:28:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T05:28:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192526Z_358933048_RC2VFMAXOXIS_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192526Z_358933048_RC2VFMAXOXIS_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>487</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>487</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192607Z_539708097_RC2RFMAIDFVP_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192607Z_539708097_RC2RFMAIDFVP_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T192354Z_719075131_RC2VFMAFF9EU_RTRMADP_3_NORWAY-FIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! เรือติดธงไทย ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811435]]></link><pubDate>2026-07-18T09:43:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811435</guid><description>ด่วน! เรือติดธงไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวทาสนิม สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า เรือติดธงไทยลำหนึ่งถูกโจมตีในช่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วน! เรือติดธงไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวทาสนิม สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเปิดเผยว่า เรือติดธงไทยลำหนึ่งถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่าน หลังจากกองทัพเรือแห่งกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน(IRGC) อ้างว่าเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนและพยายามจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือของIRGC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุอีกว่าเรือลำดังกล่าวถูกกองทัพเรือของ IRGC เข้าเผชิญหน้าและตกเป็นเป้าหมายการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเรือติดธงไทยที่ถูกโจมตีลำดังกล่าวเป็นคือเรืออะไร ได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงไร รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานเหตุโจมตีเรือไทยลำดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงภายในและช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านและสหรัฐต่างพยายามเข้าควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก โดยก่อนหน้านี้อิหร่านได้ออกคำเตือนให้เรือที่ต้องการสัญจรผ่านจะต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามคำประกาศของกองทัพอิหร่านเสียก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด IRGC แถลงในวันเสาร์(18 ก.ค.)ว่ามีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ เกิดระเบิดขึ้นหลังจากชนเข้ากับทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ &amp;#8220;เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ซึ่งพยายามแล่นผ่านเขตทุ่นระเบิดทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซโดยถูกหน่วยข่าวกรองอเมริกันหลอกนั้น ได้เกิดระเบิดและไฟไหม้ขึ้น&amp;#8221; แถลงการณ์ของ IRGC ระบุ ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าว IRNA โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ IRGC ยังแถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า พวกเขาได้หยุดเรือ 4 ลำที่พยายามแล่นผ่านเส้นทางน้ำที่สำคัญแห่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811435?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! เรือติดธงไทย ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! เรือติดธงไทย ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! เรือติดธงไทย ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ IRGC อ้างเมินคำเตือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T03:05:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T03:05:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811405]]></link><pubDate>2026-07-18T09:07:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811405</guid><description>ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 แมกนิจูด นอกชายฝั่งรัฐเชียปัส ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศเม็กซิโก เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.3 แมกนิจูด นอกชายฝั่งรัฐเชียปัส ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศเม็กซิโก เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงประเทศกัวเตมาลาและเอลซัลวาดอร์ ทำให้อาคารหลายแห่งสั่นไหว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินประมาณ 15.2 กิโลเมตร โดยมีปรับแก้ข้อมูลจากการประเมินครั้งแรก ซึ่งเคยระบุว่า&lt;strong&gt;เป็นแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูด ที่ความลึกเพียง 10 กิโลเมตร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดแผ่นดินไหว ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐได้ออกประกาศว่า&lt;strong&gt; มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิ&lt;/strong&gt;ที่เป็นอันตรายบริเวณชายฝั่งที่อยู่ภายในระยะประมาณ 300 กิโลเมตร จากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ซึ่งอยู่ในทะเลห่างจากเมืองชายฝั่งเล็กๆ ชื่อปวยร์โต มาเดโร ประมาณ 58 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์เตือนภัยสึนามิระบุว่า คลื่นที่เกิดขึ้นอาจมีระดับสูงกว่าระดับน้ำขึ้นตามปกติประมาณ 0.3 เมตร ถึง 1 เมตร ในบางพื้นที่ชายฝั่งของเม็กซิโกและกัวเตมาลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งแรกยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง โดยบางครั้งมีขนาดความรุนแรงอยู่ระหว่าง 5 ถึง 6 แมกนิจูด ซึ่งประชาชนในเม็กซิโก กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ต่างสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีคลอเดีย&lt;strong&gt; เชนบาม ของเม็กซิโก&lt;/strong&gt; กล่าวว่า ทางการได้เปิดใช้มาตรการรับมือเหตุฉุกเฉินทันทีหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่จนถึงขณะนั้น ทั้งรัฐเชียปัสและรัฐตาบัสโก ซึ่งอยู่ติดกันยังไม่พบปัญหาหรือความเสียหายที่สำคัญ ขณะที่ประธานาธิบดีเบร์นาร์โด อาเรวาโล ของกัวเตมาลา กล่าวว่า ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหลายพื้นที่ของกัวเตมาลา ประชาชนที่อยู่ภายในบ้านพักและพนักงานที่กำลังทำงานในอาคารสำนักงานต่างรีบวิ่งออกมาบนถนนเพื่อความปลอดภัยทันทีหลังรับรู้แรงสั่นสะเทือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเรือเอกเรย์มุนโด โมราเลส&lt;/strong&gt; เลขาธิการกองทัพเรือเม็กซิโก กล่าวว่า ระดับน้ำทะเลไม่น่าจะเพิ่มขึ้นเกินครึ่งเมตร หรือประมาณ 1.5 ฟุต แต่ถึงกระนั้นก็ยังแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ชายหาดในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่า ไม่มีปัญหาใด ๆ และไม่มีผลกระทบทางทะเลที่ร้ายแรง คาดว่าเพียงบางชายหาดอาจมีระดับน้ำทะเลสูงขึ้นไม่เกินครึ่งเมตร อันเป็นผลจากปรากฏการณ์สึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่กรุงกัวเตมาลาซิตี แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารหลายแห่งโยกไหว และประชาชนจำนวนหนึ่งรีบวิ่งออกจากบ้านลงมาบนท้องถนน ขณะที่สื่อท้องถิ่นของกัวเตมาลาเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่อพยพออกจากอาคารราชการ หลังมีการเปิดใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยตามแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แผ่นดินไหวใหญ่ในลาตินอเมริกาครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เวเนซุเอลายังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันในเวลาเพียงไม่ถึงนาที เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811405?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ</dc:alternative><dc:abstract>ดินไหวใหญ่ 7.3 นอกชายฝั่งเม็กซิโก สะเทือนถึงกัวเตมาลา-เอลซัลวาดอร์ เตือนภัยสึนามิ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T02:08:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T02:08:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T164839Z_1350739101_RC2LFMAVLQO5_RTRMADP_3_GUATEMALA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T164839Z_1350739101_RC2LFMAVLQO5_RTRMADP_3_GUATEMALA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1706</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1706</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T163503Z_691347902_RC2RFMA2ZW6E_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T163503Z_691347902_RC2RFMA2ZW6E_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1706</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1706</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsunamii2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811392]]></link><pubDate>2026-07-18T09:00:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811392</guid><description>ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ สหรัฐอเมริกาขยายปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเพิ่มเติม ตั้งแต่สะพานและแหล่งพลังงาน ทั้งย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาขยายปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเพิ่มเติม ตั้งแต่สะพานและแหล่งพลังงาน ทั้งยังพังถล่มหอคอยที่ท่าเรือสำคัญของอิหร่าน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการกดดันรัฐบาลเตหะรานให้เลิกควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยืนยันว่า สงครามกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี &lt;strong&gt;&amp;#8220;เรากำลังเป็นฝ่ายชนะอย่างมากในอิหร่าน และอีกไม่นานทุกคนจะได้เห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำ&amp;#8221;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น สหรัฐอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ในขณะนี้ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ยุติสงครามโดยเร็ว และหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยกล่าวว่าจะหลีกเลี่ยงในช่วงหาเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ตะวันออกกลางกลับมาเผชิญกับการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน ในความขัดแย้งที่มุ่งเน้นไปยังการแย่งชิงอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งพลังงานของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การหยุดยิงชั่วคราวก็ล่มสลายลง ทำให้ไม่มีท่าทีว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 เดือนจะสิ้นสุดลงเมื่อใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐอิหร่านรายงานว่า &lt;strong&gt;การโจมตีทางอากาศของสหรัฐในช่วงกลางดึกต่อเนื่องถึงเช้าวันศุกร์ได้พุ่งเป้าไปยังสะพานหลายแห่งในจังหวัดฮอร์มอซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยเป้าหมายอยู่ที่เมืองบันดาร์คามีร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีสะพานทั้งทางหลวงและทางรถไฟดูเหมือนจะต้องการตัดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองท่าบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของอิหร่าน กับเครือข่ายถนนที่มุ่งหน้าสู่ภาคกลางของประเทศและต่อไปยังกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่อิหร่านยอมรับว่า &amp;#8220;โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า&amp;#8221; ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐ โดยกระทรวงพลังงานของอิหร่านออกประกาศขอให้ประชาชนในจังหวัดทางภาคใต้ที่กำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าสถานที่ใดถูกโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการอิหร่านเปิดเผยว่า การโจมตีของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 คน และบาดเจ็บมากกว่า 400 คน โดยเฉพาะการโจมตีสะพานเมื่อวันศุกร์เพียงครั้งเดียวทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ามีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 13 นาย นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แบ่งเป็นทหารบก 10 นาย และทหารเรือ 3 นาย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น มีทหารสหรัฐเสียชีวิตรวม 14 นาย และบาดเจ็บแล้ว 427 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ประเทศพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาความขัดแย้งครั้งนี้ และคูเวต ซึ่งโรงงานผลิตน้ำจืดจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันในวันศุกร์ปรับตัวสูงกว่า 86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ โดย MarineTraffic.com บริษัทติดตามการเดินเรือระหว่างประเทศ ระบุว่า จำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันพฤหัสบดีลดลงเหลือเพียง 8 ลำ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบสามสัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศล่าสุด ซึ่งสิ้นสุดลงในช่วงรุ่งสางของวันศุกร์ หลังดำเนินการต่อเนื่องเป็นคืนที่หกติดต่อกัน ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารหลายสิบแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การโจมตีครั้งนี้ทำให้หอคอยแห่งหนึ่งในท่าเรือชาบาฮาร์ บริเวณอ่าวโอมาน พังถล่ม ตามรายงานของสำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน ด้านกองทัพสหรัฐออกมายืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวในเวลาต่อมา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท่าเรือชาบาฮาร์ ซึ่งอิหร่านบริหารจัดการโดยได้รับการสนับสนุนจากอินเดีย ถือเป็นเส้นทางการค้าสำคัญสำหรับอัฟกานิสถาน ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล และท่าเรือแห่งนี้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางอากาศของสหรัฐหลายครั้งก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่า หอคอยที่ท่าเรือชาบาฮาร์ ทำหน้าที่ดูแลการจราจรของเรือพาณิชย์ที่เข้าออกท่าเรือ แต่ CENTCOM ระบุว่า หอคอยนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเฝ้าระวังทางทะเลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งใช้ติดตามและกำหนดเป้าหมายเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันศุกร์ กาตาร์ได้ออกประกาศเตือนประชาชนถึงสองครั้งให้รีบหลบภัย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกเข้ามาโจมตี ผู้คนได้ยินเสียงระเบิดบนท้องฟ้า ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศพยายามยิงสกัดขีปนาวุธ กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ระบุว่า เศษซากจากขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัดตกลงมาจนทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านยังได้ยิงโจมตีบาห์เรนและคูเวตในช่วงเช้าวันศุกร์ เจ้าหน้าที่คูเวตระบุว่าโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดย 90% ของน้ำดื่มในคูเวตมาจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล ต่อมารัฐบาลคูเวตกล่าวว่า สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และกำลังประเมินความเสียหายพร้อมเร่งฟื้นฟูการดำเนินงานของโรงงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพจอร์แดนเปิดเผยว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูกในช่วงเช้าวันศุกร์เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน ของศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักรรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่กำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้เส้นทางที่อยู่ใกล้ชายฝั่งโอมานมากที่สุดถูกโจมตี โดบเรือได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่ลูกเรือทุกคนปลอดภัย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811392?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ</dc:alternative><dc:abstract>ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-18T02:01:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-18T02:01:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T081849Z_494159608_RC2KFMACBG4J_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T081849Z_494159608_RC2KFMACBG4J_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>811</mi:x1><mi:y1>1440</mi:y1><mi:x2>811</mi:x2><mi:y2>1440</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T081852Z_1182183277_RC2KFMAHTKYV_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T081852Z_1182183277_RC2KFMAHTKYV_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>809</mi:x1><mi:y1>1440</mi:y1><mi:x2>809</mi:x2><mi:y2>1440</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/makannn2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811085]]></link><pubDate>2026-07-17T18:49:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5811085</guid><description>ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้ ทางการฝรั่งเศสรายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า พายุฝนฟ้าคะนองที่พัดถล่มประเทศในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาหลังจากเผชิญคลื่นความร้อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการฝรั่งเศสรายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า พายุฝนฟ้าคะนองที่พัดถล่มประเทศในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาหลังจากเผชิญคลื่นความร้อนมาอย่างยาวนาน ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศแล้วอย่างน้อย 2 ราย และยังทำให้บ้านเรือนประชาชนมากกว่า 53,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกเทศมนตรีท้องถิ่นยืนยันว่ามีหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตจากการถูกต้นไม้โค่นล้มทับในเมืองแซงต์-วิกตูร์เนียง ทางตอนกลางของประเทศเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี(16 ก.ค.) ส่วนที่จังหวัดอิแซร์ ตั้งอยู๋ทางตะวันออก มีรายงานชายรายหนึ่งเสียชีวิตในกลางดึกคืนวันเดียวกันที่โรงซ่อมแห่งหนึ่งที่เกิดเพลิงไหม้หลังจากถูกฟ้าผ่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้า Enedis ระบุว่า อิทธิพลของพายุฝนฟ้าคะนองยังส่งผลให้บ้านเรือนราว 53,000 หลัง ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักคือแคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ และ แคว้นนูแวล-อากีแตน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีสถานการณ์ของลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในบางพื้นที่นั้นได้บรรเทาลงในวันศุกร์ และหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของฝรั่งเศสยังได้ยกเลิกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศระดับสีส้มในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5811085?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส เจอพายุฝนฟ้าคะนองถล่ม ดับแล้ว 2 ราย กว่า 5 หมื่นครอบครัว ไร้ไฟฟ้าใช้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T11:49:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T11:49:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-180840-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810918]]></link><pubDate>2026-07-17T17:18:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5810918</guid><description>ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม สถานีวิทยุเรดิโอฟรีเอเชียซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในสหรัฐ รายงานอ้างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม สถานีวิทยุเรดิโอฟรีเอเชียซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่ในสหรัฐ รายงานอ้างข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือดูเหมือนจะสร้างโรงเก็บและโรงซ่อมบำรุงสำหรับเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องขึ้นหลายแห่งใกล้กับชายแดนระหว่างสองเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรดิโอฟรีเอเชียระบุว่าภาพถ่ายดาวเทียมที่มีการบันทึกไว้ระหว่างปี 2023 ถึงปี 2025 เผยให้เห็นอาคารทรงยาวจำนวน 21 หลัง ซึ่งแต่ละหลังมีความยาวประมาณ 52 เมตร ถูกสร้างขึ้นภายในฐานทัพขนาดเล็กของเกาหลีเหนือ ในบริเวณตอนใต้ของเมืองแกซองและทางตอนเหนือของแม่น้ำฮัน ซึ่งหากวัดเป็นแนวตรงก็จะอยู่ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ไปเพียงประมาณ 50 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรดิโอฟรีเอเชียระบุว่า อาคารดังกล่าวมีเพดานสูง มีผังอาคารที่ยาวและแคบ และมีถนนที่เอื้อให้ยานพาหนะสามารถเข้าถึงได้จากทั้งสองฝั่ง ลักษณะเช่นนี้ทำให้อาคารเหล่านี้มีความเหมาะสมสำหรับการจัดเก็บหรือซ่อมบำรุงยานลำเลียงและติดตั้งจรวดพร้อมยิง (TEL) รวมถึงระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง นอกจากนี้ ยังดูเหมือนว่าจะมีส่วนที่เป็นสำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เชื่อมต่ออยู่กับอาคารเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดียังไม่พบภาพของจรวดพร้อมยิงหรือเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในภาพถ่ายดาวเทียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจคอบ โบเกิล นักวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม บอกกับเรดิโอฟรีเอเชียว่า เกาหลีเหนือได้ทำการขยายสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ โครงสร้างเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการปรับปรุงพื้นที่เขตปลอดทหาร (DMZ)เท่านั้น แต่ก็นับ เป็นส่วนที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบมากที่สุดส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เขตปลอดทหาร ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงปีค.ศ. 1953 เพื่อยุติสงครามเกาหลี ถือเป็นเขตกันชนระหว่างสองชาติที่มีความยาวประมาณ 250 กิโลเมตรและกว้าง 4 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810918?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร</dc:alternative><dc:abstract>ภาพดาวเทียม ชี้เกาหลีเหนือ แอบสร้างโรงเก็บเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ใกล้เขตปลอดทหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T10:18:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T10:18:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-170654-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810475]]></link><pubDate>2026-07-17T14:21:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5810475</guid><description>ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว สำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดเหตุดินถล่มที่เมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ทำให้บ้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพี และรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม เกิดเหตุดินถล่มที่เมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ทำให้บ้านเรือนหลายหลังถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน รายงานว่า เหตุดินถล่มเกิดขึ้นที่อำเภอเผิงสุ่ย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน เมื่อเวลาประมาณ 09.08 น. วันที่ 17 กรกฎาคม โดยมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือนำตัวออกจากซากปรักหักพังอย่างน้อย 8 คน และเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยต่อไป โดยจำนวนผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของดินถล่มดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยภาพจากสถานีโทรทัศน์ แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งของเนินเขาที่ถล่มลงมาทับพื้นที่บริเวณที่พักอาศัยของชาวบ้าน และมีอาคารหลายหลังที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ชุมชนในอำเภอเผิงสุ่ย พบเห็นหินร่วงลงมากระจัดกระจาย และได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน และสั่งอพยพประชาชนกว่า 60 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่จะเกิดเหตุดินถล่มในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810475?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>ดินถล่มทับชุมชนในเมืองฉงชิ่ง เร่งค้นหาผู้ติดใต้ซาก เผยมีการแจ้งเตือนแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T07:21:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T07:21:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide-pengshui2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1440</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1440</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/landslide1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T060744Z_2038002813_RC2HFMAB2JGR_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T060744Z_2038002813_RC2HFMAB2JGR_RTRMADP_3_CHINA-LANDSLIDE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810380]]></link><pubDate>2026-07-17T13:32:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5810380</guid><description>มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันคืนวันที่ 16 กรกฎาคมว่า ได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านล่าสุดซึ่งเป็นวันที่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงเมื่อวันคืนวันที่ 16 กรกฎาคมว่า ได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านล่าสุดซึ่งเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันแล้วตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกองกำลังสหรัฐ รวมถึงเครื่องบินขับไล่ โดรน และเรือรบ ได้ยิงโจมตีที่มีความแม่นยำสูงต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายสิบแห่ง เช่น สถานีตรวจการณ์ชายฝั่งและฐานป้องกันภัยทางอากาศ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหารและขีดความสามารถทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเย็นวันพฤหัสบดี สหรัฐได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะเกชม์และใกล้กับเมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งท่าเรือขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่านและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของกองทัพเรือและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ซึ่ง CENTCOM ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมุ่งหมายที่จะลดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุด้วยว่าได้นาวิกโยธินสหรัฐยังได้บุกควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในอ่าวโอมาน หลังพยายามฝ่ามาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐที่ได้เริ่มปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่ออิหร่านรายงานว่ากลางดึกคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สหรัฐได้โจมตีสะพาน 3 แห่ง และสถานีรถไฟแห่งหนึ่งในเมืองบันดาร์คามีร์ของอิหร่าน ตลอดจนยิงขีปนาวุธโจมตีสนามบินอิหร่านชาห์ร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านก็ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายฐานทัพสหรัฐหลายแห่งในชาติเพื่อนบ้านอ่าวเปอร์เซีย ทั้งคูเวตและบาห์เรน รวมถึงขยายการโจมตีฐานทัพอากาศในจอร์แดนที่อิหร่านอ้างว่าถูกสหรัฐใช้เป็นฐานในการโจมตีโรงพยาบาลด้านโรคมะเร็งในเด็กของอิหร่านเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 15 กรกฎาคมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC แถลงต่อมาในวันที่ 17 กรกฎาคมว่า อิหร่านได้โจมตีศูนย์บัญชาการปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐในเมืองอัล-ทานฟ์ ในประเทศซีเรีย เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐได้สังหารทหารอิหร่านหลายนายที่เมืองอิหร่านชาห์ร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในขณะที่การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่านระลอกล่าสุดซึ่งกำลังสั่นคลอนข้อตกลงสันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายนนั้นยังดำเนินไป นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงในวันพฤหัสบดีว่า &amp;#8220;ประธานาธิบดีทรัมป์จะให้พวกเขา (อิหร่าน) ต้องรับผิดชอบ หากพวกเขาผิดคำพูดที่ให้ไว้กับสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐยังเปิดกว้างสำหรับแนวทางทางการทูตเสมอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวหลายรายยังเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิหร่านได้ส่งสัญญาณให้กบฏฮูตี กองกำลังติดอาวุธพันธมิตรที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศเยเมน ทำการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ที่ทอดตัวสู่ทะเลแดงซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือขนส่งอันสำคัญของโลกในทันที หากสหรัฐโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทั้งโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านที่ทรัมป์ประกาศขู่ไว้ว่าจะลงมือในสัปดาห์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810380?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ</dc:alternative><dc:abstract>มะกัน-อิหร่าน ถล่มแลกเดือดต่อเนื่อง เตหะราน ปลุกกบฏฮูตี ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T06:57:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T06:57:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-17T024315Z_974955948_RC2EFMABXYFK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-USA-STRIKES-TARGETS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาญี่ปุ่นผ่านกม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810239]]></link><pubDate>2026-07-17T12:43:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5810239</guid><description>สภาญี่ปุ่นผ่าน กม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม รัฐสภาญี่ปุ่น ได้ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขปรับปรุงครั้งประวัติศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สภาญี่ปุ่นผ่าน กม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม รัฐสภาญี่ปุ่น ได้ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขปรับปรุงครั้งประวัติศาสตร์ต่อกฎหมายราชวงศ์ ฉบับศตวรรษที่ 19 โดยยืนยันว่า เฉพาะบุรุษที่สืบสายเลือดทางฝ่ายบิดาเท่านั้น ที่จะมีสิทธิขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ โดยการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวจุดชนวนความวิตกกังวลว่า อาจจะส่งผลให้ราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงต่อการสูญสิ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว รวมถึงการเปิดทางให้มีการรับบุตรบุญธรรมที่เป็นผู้ชายที่มีสายเลือดราชวงศ์ห่างๆ มาเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อให้กำเนิดพระราชบุตรที่เป็นรัชทายาทในอนาคต และอนุญาตให้เจ้าหญิงยังคงสามารถรักษาฐานันดรศักดิ์ไว้ได้ แม้จะเสกสมรสกับสามัญชนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยบรรดาผู้สังเกตการณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านราชวงศ์ ต่างกังวลว่ามาตรการใหม่นี้อาจส่งผลร้ายจนถึงขั้นทำลายสถาบันสืบสันตติวงศ์ ที่สืบทอดทางสายเลือด ที่มีมานานกว่า 1,500 ปี เนื่องจากการยืนกรานให้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่เป็นจักรพรรดิได้ สร้างความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับจำนวนราชวงศ์ที่กำลังลดจำนวนลง และมีเชื้อพระวงศ์ที่ก้าวสู่วัยชรามากขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ราชวงศ์ญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดกับการมีพระราชบุตรเพศชาย ซึ่งเจ้าชายฮิซาฮิโตะถือเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวที่ประสูติขึ้นมาในรอบ 4 ทศวรรษ โดยในบรรดาเชื้อพระวงศ์ระดับผู้ใหญ่ทั้งหมด 16 พระองค์ของญี่ปุ่น มีเพียง 5 พระองค์เท่านั้นที่เป็นผู้ชาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810239?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาญี่ปุ่นผ่านกม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาญี่ปุ่นผ่านกม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง </dc:alternative><dc:abstract>สภาญี่ปุ่นผ่านกม.สืบราชสันตติวงศ์เฉพาะเชื้อพระวงศ์ชายเท่านั้น ท่ามกลางวิกฤตเชื้อพระวงศ์ที่ลดลง </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T09:18:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T09:18:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/japan111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Hisahito.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Hisahito-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>763</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>763</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ คุมเข้มวีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810237]]></link><pubDate>2026-07-17T12:35:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5810237</guid><description>สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ วีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ขยับดำเนินมาตรการจำกัดระยะเวลาของวีซ่าสำหรับนักเรียน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ วีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ขยับดำเนินมาตรการจำกัดระยะเวลาของวีซ่าสำหรับนักเรียนต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างอุปสรรคใหม่ให้กับกลุ่มคนเหล่านั้นมากยิ่งขึ้นในการเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้กฎระเบียบใหม่ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ(DHS)ของสหรัฐ ได้กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับวีซ่าประเภท F หรือสำหรับนักเรียนต่างชาติ วีซ่าประเภท J สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ได้รับอนุญาตทำงานในสหรัฐ และ วีซ่าประเภท I สำหรับบุคลากรด้านสื่อมวลชน ซึ่งวีซ่าเหล่านี้ปัจจุบันมีอายุครอบคลุมตลอดระยะเวลาของโครงการหรือระยะเวลาของการจ้างงานในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่กฎระเบียบใหม่ ระยะเวลาของวีซ่านักเรียนและวีซ่าสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนจะจำกัดไว้ไม่เกิน 4 ปี ส่วนวีซ่าผู้สื่อข่าว ซึ่งปัจจุบันมีอายุใช้งานได้หลายปี จะถูกจำกัดเวลาให้พำนักอยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 240 วัน หรือ 90 วันสำหรับนักข่าวที่ถือสัญชาติจีน อย่างไรก็ดี ผู้ถือวีซ่าสามารถยื่นขอขยายระยะเวลาวีซ่าได้ นอกจากนี้กฎระเบียบใหม่ดังกล่าวยังห้ามนักศึกษาเปลี่ยนแปลง &amp;#8220;เป้าหมายทางการศึกษา&amp;#8221; ของตนเองในระหว่างการศึกษา หรือย้ายไปเรียนสถาบันอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังได้ปรับลดระยะเวลาที่นักศึกษาจะต้องเดินทางออกจากสหรัฐหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือฝึกอบรมเสร็จจาก 60 วัน ลงเหลือ 30 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ใน 60 วัน นับจากมีการประกาศในวารสารทางการของรัฐบาลสหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาทบทวนของสภาคองเกรส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นผลจากการขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการเข้าเมืองที่เริ่มขึ้นนับตั้งแต่ทรัมป์กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 เมื่อเดือนมกราคมปี 2025 ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ได้เพิ่มการตรวจสอบการเข้าเมืองที่ถูกกฎหมายอย่างเข้มข้น มีการเพิกถอนวีซ่านักเรียนและกรีนการ์ดของนักศึกษามหาวิทยาลัย เนื่องจากความเห็นทางอุดมการณ์ และการเพิกถอนสถานะทางกฎหมายของผู้อพยพหลายแสนคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศจีนได้ออกมาคัดค้านร่างกฎระเบียบใหม่ของสหรัฐสำหรับผู้สื่อข่าวจีน โดยชี้ว่าเป็นมาตรการที่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีความเห็นจากนายดั๊ก แรนด์ อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่กล่าวว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เข้าใจถึงคุณค่าของการต้อนรับนักศึกษาต่างชาติและการลดขั้นตอนทางราชการที่ไม่จำเป็น แต่กฎระเบียบนี้กลับส่งผลในทางตรงกันข้าม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนนายเดวิด เจ.เบียร์ ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษานโยบายการเข้าเมืองของสถาบันคาโต กล่าวว่า ข้อจำกัดเรื่องการศึกษาและการโยกย้ายที่ระบุไว้ในกฎระเบียบใหม่นั้น ไม่มีพื้นฐานรองรับทางกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ DHS ระบุว่า จำนวนวีซ่าประเภทที่ระบุข้างต้นได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีการอนุมัติวีซ่านักเรียนมากกว่า 1.8 ล้านกรณีในปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ สหรัฐยังได้อนุมัติวีซ่าให้กับผู้มาเยือนในโครงการแลกเปลี่ยนมากกว่า 500,000 คน และบุคลากรด้านสื่อมวลชนอีก 37,300 คน ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DHS ระบุอีกว่า จำนวนผู้มาเยือนกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อให้เกิดความท้าทายต่อขีดความสามารถของ DHS ในการติดตามและกำกับดูแลบุคคลที่ไม่ใช่ผู้อพยพเหล่านี้ในระหว่างที่พำนักอยู่ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี DHS ระบุว่า ในกฎระเบียบใหม่นี้ ผู้ถือวีซ่าที่ต้องการพำนักอยู่ในสหรัฐเกินกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตไว้เดิม จำเป็นต้องยื่นคำร้องขอขยายเวลาพำนักต่อ DHS หรือดำเนินการเพื่อให้ได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาใหม่ โดยการเดินทางออกนอกประเทศแล้วจึงกลับเข้ามายังสหรัฐอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5810237?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ คุมเข้มวีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ คุมเข้มวีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ จ่อปรับเกณฑ์ใหม่ คุมเข้มวีซ่านร.-นักข่าวต่างชาติ ลดเวลาพำนักลง จีนเจออ่วมสุด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-17T05:35:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-17T05:35:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-17-123029-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5809353]]></link><pubDate>2026-07-16T17:40:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5809353</guid><description>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.3 แมกนิจูด ขึ้นใกล้กับเมืองเทอาเนา ในเกาะใต้ของประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.3 แมกนิจูด ขึ้นใกล้กับเมืองเทอาเนา ในเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ และมีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาตินิวซีแลนด์ (NEMA) ระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ห่างจากมืองเทอาเนา ไปทางทิศเหนือราว 40 กิโลเมตร มีความรุนแรง 6.3 แมกนิจูด โดยอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 53 กิโลเมตร ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นประตูสู่ &amp;#8220;ฟิออร์ดแลนด์&amp;#8221; ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ nzheral.co.nz รายงานว่า ผู้คนต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคารเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น และ NEMA ได้ออกประกาศเตือนว่าอาจเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ อพยพไปยังที่ปลอดภัยในทันที เนื่องจากคาดว่า อาจจะเกิดสึนามิขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) และ ศูนย์วิจัยทางธรณีวิทยาแห่งเยอรมนี (GFZ) ต่างประเมินความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ไว้ที่ขนาด 5.9 และลึกลงไปใต้ดินกว่า 50 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5809353?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ</dc:alternative><dc:abstract>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T10:43:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T10:43:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808809]]></link><pubDate>2026-07-16T15:18:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808809</guid><description>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ เดอะ นิวยอร์กไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันพุธ(15 ก.ค.) เพื่อคัดค้านการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ นิวยอร์กไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันพุธ(15 ก.ค.) เพื่อคัดค้านการออกหมายเรียกของคณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ต่อนักข่าวในสังกัดของนิวยอร์กไทมส์ 3 คน จากกรณีที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์วัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐลำใหม่ที่ได้รับมอบจากกาตาร์ ชาติพันธมิตรเมื่อไม่นานนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของนิวยอร์กไทมส์เปิดเผยว่า นักข่าว 3 คนของนิวยอร์กไทมส์ได้รับคำสั่งให้ไปปรากฏตัวต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่ที่ศาลรัฐบาลกลางในเขตแมนฮัตตันในวันพุธ หลังจากนายเจย์ เคลย์ตัน อัยการสหรัฐประจำเขตแมนฮัตตัน ได้ออกหมายเรียกดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมา ไม่นานหลังจากนิวยอร์กไทมส์รายงานข่าวว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ขาดคุณสมบัติด้านความปลอดภัยบางประการที่เครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐลำเดิมมีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ตามที่ระบุไว้ในคำร้องของเรา หมายเรียกเหล่านี้ถูกออกโดยเจตนาที่ไม่สุจริต เพื่อลงโทษนิวยอร์กไทมส์จากการนำเสนอข่าวดังกล่าว เรากำลังจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของนักข่าวในการรายงานข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลได้อย่างอิสระ และเพื่อนำเสนอเรื่องราวที่มีความสำคัญต่อสาธารณชน&amp;#8221; เดวิด แมคครอว์ รองประธานอาวุโสและรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของนิวยอร์กไทมส์ระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายแมคครอว์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เปิดเผยเอกสารที่ทางนิวยอร์กไทมส์ได้ยื่นต่อศาล ซึ่งในขณะนี้ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ โดยเขาระบุว่าทางองค์กรสื่อของเขาเชื่อมั่นว่าสาธารณชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายทอดด์ บลานช์ รักษาการอัยการสูงสุด ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐในวันพุธว่า นักข่าวไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวน แต่การออกหมายเรียกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลที่นำข้อมูลด้านความมั่นคงของชาติที่มีความอ่อนไหวไปเปิดเผย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นิวยอร์กไทมส์ได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ที่ได้รับมอบเป็นของขวัญจากรัฐบาลกาตาร์ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้เดินทางไปตุรกีเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าไม่มีระบบป้องกันและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเหมือนกับเครื่องบินรุ่นก่อน รวมถึงความสามารถในการต่อต้านขีปนาวุธ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้โดยสารบนเครื่องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808809?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ</dc:alternative><dc:abstract>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T08:18:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T08:18:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808884]]></link><pubDate>2026-07-16T15:14:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808884</guid><description>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้ อิหร่านขู่ว่าจะตัดเส้นทางการส่งออกพลังงานของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมประกาศว่าขณะนี้กำลังเผชิญ &amp;#8220;สงครามเพื่อค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านขู่ว่าจะตัดเส้นทางการส่งออกพลังงานของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมประกาศว่าขณะนี้กำลังเผชิญ &amp;#8220;สงครามเพื่อความอยู่รอดของชาติ&amp;#8221; กับสหรัฐ โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ระบุว่า ความมั่นคงของอิหร่านขึ้นอยู่กับการคงไว้ซึ่งสิ่งที่เขาเรียกว่า &amp;#8220;ระเบียบการของอิหร่าน&amp;#8221; ในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะนี้เรากำลังอยู่ในสงครามที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นสงครามเพื่อความอยู่รอดของชาติกับสหรัฐ” กาลิบาฟกล่าว และว่า ไม่มีเหตุผลที่อิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงหากไม่ได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนสหรัฐว่า ควรเตรียมรับมือกับการปิดเส้นทางการส่งออกน้ำมันและก๊าซอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐและพันธมิตร แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเส้นทางใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งยังบอกด้วยว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในภูมิภาค รวมถึงในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง คือสหรัฐต้องปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน รวมถึงยอมรับการบังคับใช้ &amp;#8220;ระเบียบของอิหร่าน&amp;#8221; เกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แสดงท่าทีมั่นใจเช่นเดียวกับที่เขาทำมาโดยตลอด นับตั้งแต่เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยกล่าวว่า &amp;#8220;เราจะเอาชนะอิหร่านได้ในไม่ช้า พวกเขาจะพ่ายแพ้ในเร็ว ๆ นี้&amp;#8221; ทั้งยังอ้างว่า อิหร่านต้องการยุติเรื่องนี้อย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;พวกเขาไม่ชอบสิ่งที่เรากำลังทำ และพวกเขาต้องการยุติความขัดแย้งจริง ๆ เราจะได้รู้กันว่า เราจะตกลงกับพวกเขาได้หรือไม่ หรือเราจะจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นไปเลย&amp;#8221; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกรอบในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) โดยระลอกแรกเริ่มขึ้นในเวลา 06.00 น. และใช้เวลาราว 90 นาที จากนั้นในอีก 9 ชั่วโมงต่อมาก็ได้ทำการโจมตีครั้งที่ 2 ก่อนจะระบุในคืนวันพุธว่า กองทัพสหรัฐได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ CENTCOM ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีศูนย์บัญชาการของอิหร่าน ฐานป้องกันภัยทางอากาศ ฐานยิงขีปนาวุธและโดรน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวังชายฝั่ง ทั้งยังโจมตีเป้าหมายในบันดาร์ อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และฐานทัพเรือและ IRGC ที่มีความสำคัญบนช่องแคบฮอร์มุซด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐ 3 คนเผยว่า การโจมตีของสหรัฐซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบีบให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทั้งยังมุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านที่ต้องการกำจัดก่อน หากจำเป็นต้องดำเนินปฏิบัติการทางทหารที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐยังระบุด้วยว่า ได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งซึ่งไม่มีน้ำมันบรรทุกอยู่และกำลังแล่นมุ่งหน้าไปยังเกาะคาร์กของอิหร่าน ไม่สามารถใช้งานได้ หลังเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง โดยสหรัฐได้ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ใส่ปล่องควันของเรือ  ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม กองทัพสหรัฐได้บังคับให้เรือ 2 ลำเปลี่ยนเส้นทาง และทำให้เรืออีก 1 ลำไม่สามารถใช้งานได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808884?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T08:14:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T08:14:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808362]]></link><pubDate>2026-07-16T11:58:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808362</guid><description>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ( [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า อาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน หลังได้รับรายงานเหตุเรืออับปางครั้งใหญ่ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งประเทศเมียนมานับจากปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานร่วมที่ออกโดย IOM และ UNHCR ระบุถึงโศกนาฏกรรมดังกล่าวว่า เรือสองลำที่บรรทุกคนรวมกันมากกว่า 500 ชีวิต อาจประสบเหตุอับปางลงนอกชายฝั่งเมียนมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเรือทั้งสองลำดังกล่าวออกเดินทางมาจากรัฐยะไข่ของเมียนมาซึ่งตกอยู่ในภาวะสงคราม เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้ที่อยู่บนเรือส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมา และมีรายงานว่าส่วนหนึ่งเดินทางมาจากค่ายผู้ลี้ภัยในพื้นที่ค็อกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจานับล้านคนที่อพยพหนีภัยสู้รบออกมาจากรัฐยะไข่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IOM และ UNHCR ระบุว่า เรือที่ประสบเหตุลำหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าบรรทุกคนมาประมาณ 250 คน ได้ขาดการติดต่อไปหลังจากออกเดินทางได้ไม่นาน ส่วนเรืออีกลำซึ่งบรรทุกผู้คนราว 280 คน ได้อับปางลงนอกชายฝั่งอริวดีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม้ทั้งสองเหตุการณ์และตัวเลขผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ IOM และ UNHCR มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการสูญเสียชีวิตอย่างมากมาย” แถลงการณ์ระบุ และว่า การเดินทางดังกล่าวเกิดขึ้นนอกฤดูกาลเดินเรือปกติ ซึ่งสภาพทางทะเลมักมีความอันตรายมากกว่า อีกทั้งฝนตกหนักและน้ำท่วมใหญ่ในภูมิภาคเมื่อเร็วๆ นี้ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงภัยของการเดินทางทางทะเล อย่างไรก็ดี หากทั้งสองเหตุการณ์ข้างต้นได้รับการยืนยัน จะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตหรือสูญหายในทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในปีนี้ที่มีรายงานแล้วเกือบ 300 ราย ส่วนมากเป็นผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศนั้นเพิ่มสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ IOM และ UNHCR ย้ำด้วยว่าเหตุโศกนาฏกรรมที่ได้รับรายงานล่าสุด ตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบอันเลวร้ายจากสงครามความขัดแย้งและการพลัดถิ่นที่เรื้อรัง รวมถึงการไร้ทางออกที่ยั่งยืนสำหรับชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา พร้อมกับเรียกร้องให้มีการยกระดับความพยายามในการค้นหาและช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิในการขอลี้ภัยและความคุ้มครอง รวมถึงการจัดการกับเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองและการค้ามนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า เฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว มีรายงานผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาสูญหายหรือเสียชีวิตในทะเลตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดียเกือบ 900 ราย จากจำนวนผู้ที่พยายามเสี่ยงชีวิตเพื่อเดินทางข้ามทะเลในลักษณะดังกล่าวที่มีมากกว่า 6,500 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808362?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่</dc:alternative><dc:abstract>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T04:58:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T04:58:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808200]]></link><pubDate>2026-07-16T10:44:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808200</guid><description>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ คุณภาพอากาศของเมืองโตรอนโต เมืองใหญ่ที่สุดของแคนาดา ติดอันดับแย่ที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของโลกในวันพุธ(15 ก.ค.) จากการจัด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คุณภาพอากาศของเมืองโตรอนโต เมืองใหญ่ที่สุดของแคนาดา ติดอันดับแย่ที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของโลกในวันพุธ(15 ก.ค.) จากการจัดอันดับของ IQAir บริษัทเทคโนโลยีด้านคุณภาพอากาศจากสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากควันไฟจากเหตุไฟป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอ แผ่ปกคลุมท้องฟ้าและลุกลามไปยังทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา จนเป็นผลให้มีการออกคำเตือนด้านสุขภาพและให้ประชาชนจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย IQAir จัดอันดับให้เมืองโตรอนโตมีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก แซงหน้ากรุงกินชาซา เมืองหลวงของดีอาร์คองโก และกรุงเดลีของอินเดีย ส่วนนิวยอร์กอยู่ในอันดับที่ 5 ขณะไฟป่ากำลังลุกลามอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง ห่างจากนครโตรอนโตไปหลายร้อยไมล์ และส่งควันปกคลุมพื้นที่กว้าง แม้จะไม่ได้คุกคามเมืองโดยตรงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของแคนาดารายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ระดับ 10+ ซึ่งจัดเป็นระดับที่มี “ความเสี่ยงสูงมาก” สำหรับนครโตรอนโต ขณะที่พยากรณ์อากาศชี้ว่าสภาพอากาศที่เป็นอันตรายอาจคงอยู่จนถึงคืนวันพฤหัสบดี(16 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบหลายวันก่อนที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ที่อยู่ใกล้เคียงจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์(19 ก.ค.)นี้ ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนเนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และขอให้ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก และพักผ่อนให้มากขึ้นหากอยู่กลางแจ้งในระหว่างวันสองวันนี้ ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติระบุว่าควันไฟป่าอาจยังคงอยู่ถึงสิ้นปลายสัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีการเผยแพร่วิดีโอที่เป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นขบวนรถไฟของบริษัทรถไฟแห่งชาติแคนาดาถูกล้อมรอบด้วยเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ใกล้กับเมืองอาร์มสตรอง ในรัฐแอนแทรีโอ ซึ่งทางบริษัทผู้ให้บริการรถไฟระบุว่า พนักงานในพื้นที่และผู้คนในเมืองอาร์มสตรองได้รับการอพยพตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา และบริษัทได้ระงับการเดินรถไฟใกล้กับเมืองอาร์มสตรอง ซึ่งอยู่ห่างจากนครโตรอนโตไปทางทิศเหนือกว่า 500 กิโลเมตร เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนเนื่องจากสถานการณ์ไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางการเมืองโตรอนโตได้ยกเลิกการจัดงาน FIFA Fan Festival และกิจกรรมรวมตัวรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกคู่ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาที่จัตุรัสนาธานฟิลิปส์ด้วย เนื่องจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Wild Video Shows Freight Train Surrounded By Huge Flames in Canada&quot; width=&quot;500&quot; height=&quot;281&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/dg0SDFLlUHE?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808200?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ</dc:alternative><dc:abstract>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T04:37:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T04:37:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808064]]></link><pubDate>2026-07-16T09:25:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808064</guid><description>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าประเทศเวเนซุเอลาเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าประเทศเวเนซุเอลาเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 4,829 รายแล้ว จากการเปิดเผยความคืบหน้าของภัยพิบัติร้ายแรงดังกล่าวโดยนายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ซึ่งระบุเพิ่มเติมว่าสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้มีรวม 16,740 ราย แต่ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธรณีพิบัติภัยครั้งนี้ยังส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาอย่างน้อย 20,857 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย โดยพวกเขาเหล่านี้ยังต้องอาศัยกันอยู่อย่างแออัดในค่ายพักพิง หลายแห่งขาดแคลน้ำและระบบสุขาภิบาลที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติของผู้เสียชีวิตในรัฐลาไกวรา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงการากัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ยังคงเร่งค้นหาร่างของผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารต่างๆ ที่กองทับถมกันอยู่ต่อไป แม้จะผ่านมา 3 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด สั่นสะเทือนประเทศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808064?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T02:29:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T02:29:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-14T212009Z_330625529_RC2XDMACG52M_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-14T212009Z_330625529_RC2XDMACG52M_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5807998]]></link><pubDate>2026-07-16T08:31:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5807998</guid><description>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์ Pew Research Center หรือสำนักวิจัยพิว สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาฉบับใหม่ซึ่งระบุว่า ขณะน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Pew Research Center หรือสำนักวิจัยพิว สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาฉบับใหม่ซึ่งระบุว่า ขณะนี้ประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกมีมุมมองเชิงบวกต่อจีนมากกว่าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยอิสระที่ไม่ฝักใฝ่การเมืองซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันจีนได้รับการมองและทัศนคติเชิงบวกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศ ขณะที่มุมมองและภาพลักษณ์ของสหรัฐกลับย่ำแย่ลง ถือเป็นครั้งแรกที่ผลสำรวจชี้ถึงแนวโน้มเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความเชื่อมั่นต่ำต่อทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แต่ประธานาธิบดีสีก็ยังได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงกว่าทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าสหรัฐให้ความเคารพต่อเสรีภาพส่วนบุคคลมากกว่าจีน แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขามองว่าจีนเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นน้อยกว่าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 42,000 คน ใน 36 ประเทศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถามถูกถามว่า พวกเขามีความคิดเห็นต่อมหาอำนาจทั้งสองประเทศในระดับใด โดยแบ่งเป็น ดีมาก ดีพอสมควร ไม่ค่อยดี หรือไม่ดีอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจพบว่า ใน 25 จากทั้ง 36 ประเทศ ผู้มีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนมีจำนวนมากกว่าผู้ที่ทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจนาธาน ชูลแมน หนึ่งในนักวิจัยในโครงการดังกล่าวระบุว่า นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สถาบันวิจัยเริ่มติดตามทัศนคติของประชาชนทั่วโลกต่อมหาอำนาจทั้งสองประเทศมาตั้งแต่ปี 2002 ที่ได้ผลลัพธ์เช่นนี้ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชูลแมนกล่าวว่า แม้ว่า Pew เคยพบว่าทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐลดลงในอดีต ได้แก่ ในปี 2008 ช่วงปลายรัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และในปี 2017 ช่วงเริ่มต้นวาระแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงเวลานั้น ความนิยมต่อจีนก็ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือต่ำกว่าสหรัฐเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติไปในทางบวกต่อจีนมากที่สุด ได้แก่ สเปน อินโดนีเซีย อิตาลี กรีซ และแคนาดา ผลสำรวจปีนี้ มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่ประชาชนยังมีทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐมากกว่าจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ โปแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น และอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ยังพบว่า ค่ามัธยฐานของความคิดเห็นเชิงบวกต่อสหรัฐใน 20 ประเทศ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ค่ามัธยฐานของความนิยมต่อจีนกลับเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยยังพบอีกว่า ความนิยมต่อจีนเพิ่มขึ้นในกว่า 1 ใน 3 ของประเทศที่ทำการสำรวจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลที่ขยายให้ครอบคลุมสหรัฐด้วย อีกทั้งความเห็นเชิงบวกต่อจีนยังพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ที่เคยมีมาในหลายประเทศ ได้แก่ อิตาลี สเปน โคลอมเบีย เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย และตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการศึกษายังพบว่า โดยทั่วไป ประเทศที่มีรายได้ปานกลางมักมีทัศนคติเชิงบวกต่อจีน ขณะที่ประเทศที่มีฐานะมั่งคั่งกว่ามักมีมุมมองเชิงลบต่อจีน ขณะที่สิงคโปร์ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะแม้จะเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่สำรวจ แต่ประชาชนกลับมีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่มีทั้งประเทศซึ่งมีทัศนคติต่อจีนทั้งในแง่บวกที่สุดและลบที่สุด โดยชาวปากีสถานประมาณ 90% มีมุมมองเชิงบวกต่อจีน ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีเพียง 11% เท่านั้นที่มีความเห็นในลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสำรวจยังถามผู้ตอบแบบสอบถามด้วยว่า พวกเขามีความเชื่อมั่นต่อสีและทรัมป์ว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องในประเด็นที่เป็นกิจการระหว่างประเทศหรือไม่ ความเชื่อมั่นต่อผู้นำทั้งสองโดยรวมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยคะแนนส่วนใหญ่ของทั้งคู่ต่ำกว่า 50% แต่ผู้คนหลายประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจมีแนวโน้มเชื่อมั่นในตัวสีมากกว่าทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สี จิ้นผิงได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงสุดจากชาวปากีสถานที่ 83% และต่ำสุดจากชาวญี่ปุ่นที่เพียง 7% ส่วนทรัมป์ได้รับคะแนนสูงสุดจากชาวฟิลิปปินส์ที่ 68% และต่ำสุดจากประชาชนในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออกที่เพียง 4%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชูลแมนกล่าวว่า ผลสำรวจพบว่า โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ได้มีความเห็นที่ชัดเจนหรือรุนแรงต่อสีมากเท่ากับผู้นำคนอื่น ในขณะที่สำหรับทรัมป์ &amp;#8220;ผู้คนมีแนวโน้มที่จะตอบคำถามมากกว่า และให้คำตอบที่ค่อนข้างสุดขั้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจยังพบอีกว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐให้ความเคารพต่อเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชนมากกว่ารัฐบาลจีน แต่ช่องว่างของการรับรู้ในประเด็นนี้แคบลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ยังตั้งคำถามเพิ่มเติมในหลายประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจทั้งสอง ปรากฏว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าสหรัฐเข้าไปแทรกแซงกิจการของประเทศอื่น &amp;#8220;มาก&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ค่อนข้างมาก&amp;#8221; ขณะที่เพียง 45% ที่กล่าวเช่นเดียวกันกับจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.ชอง เจีย เอียน นักวิชาการที่ไม่ประจำสถาบันของโครงการ Carnegie China กล่าวว่า ผลสำรวจล่าสุดของ Pew ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังทางทหาร หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศรู้สึกไม่สบายใจและวิตกกังวล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสำรวจของ Pew เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากทรัมป์เพิ่มความรุนแรงของถ้อยคำเกี่ยวกับแนวคิดที่จะผนวกเกาะกรีนแลนด์ และการที่สหรัฐจับกุมตัวนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา นอกจากนี้ สหรัฐยังได้เริ่มทำสงครามกับอิหร่านในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ไม่ว่าจีนจะได้รับความนิยมอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ยังเป็นประเด็นที่เปิดกว้างสำหรับการถกเถียง แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันจีนจะเป็นประเทศที่คาดเดาได้มากขึ้น ปักกิ่งยังทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของตน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ดร.ชองกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามถึงเหตุใดผลสำรวจจึงพบว่า จีนได้รับคะแนนความนิยมในระดับสูง แต่ประธานาธิบดีสีกลับได้รับคะแนนความเชื่อมั่นต่ำกว่ามาก ดร.ชองกล่าวว่า แม้จีนอาจถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความแน่นอนและคาดเดาได้มากกว่า จึงทำให้หลายประเทศรู้สึกสบายใจในการติดต่อสัมพันธ์ด้วย แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า สี จิ้นผิงเป็นผู้นำที่มีลักษณะอำนาจนิยมอย่างชัดเจนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.ชองชี้ให้เห็นว่า ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง จีนได้ดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวและขยายขอบเขตการอ้างสิทธิมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศอื่นยอมรับและทำตัวให้สอดคล้องกับมุมมองของจีนต่อระเบียบโลกมากยิ่งขึ้น และยังคงมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยภายในประเทศอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมคิดว่าผู้คนคงมองว่านโยบายที่ใช้กำลังบังคับและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจเป็นความผิดของสี จิ้นผิง โดยตรง แต่กลับมองว่านโยบายเชิงบวก เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ถูกเชื่อมโยงเข้ากับประเทศจีนในภาพรวม มากกว่าจะเป็นความดีความชอบของผู้นำเท่านั้น” ดร.ชองกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5807998?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T01:31:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T01:31:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808654]]></link><pubDate>2026-07-15T13:52:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808654</guid><description>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดเสวนา Circular Economy: Public-Private Forum ภายใต้หัวข้อ “From Europe to Thailand: Bes [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดเสวนา Circular Economy: Public-Private Forum ภายใต้หัวข้อ&lt;strong&gt; “From Europe to Thailand: Best Practices and Partnerships for Sustainable Packaging Solutions”&lt;/strong&gt; ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป (อียู) ด้านบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ที่จะส่งผลต่อการส่งออกและการดำเนินธุรกิจของไทย โดยมีโดยมี &lt;strong&gt;นายวีระพงษ์ ประภา&lt;/strong&gt; ผู้แทนการค้าไทย และ นางสาว &lt;strong&gt;Renita Baskha&lt;/strong&gt; หัวหน้าฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าร่วม พร้อมกับผู้แทนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ DG ENV จากคณะกรรมาธิการยุโรป บริษัท Danone, SCG Chemicals และ CPF จากภาคเอกชนชั้นนำ ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวก็รักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ&lt;/strong&gt; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดงานว่า แม้กฎระเบียบใหม่นี้จะกำหนดความท้าทายแก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อโอกาสในการเข้าถึงตลาดโลก ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และแสดงความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่ดีที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (GVC) การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐาน PPWR จะช่วยยกระดับภาคการผลิตและการส่งออกที่ยั่งยืนของไทย สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ตลอดจนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นสนับสนุนภาคเอกชนและอุตสาหกรรมไทยให้มีความพร้อมต่อกฎระเบียบใหม่นี้ของอียู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) คืออะไร และไทม์ไลน์สำคัญ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการบรรยายช่วงพิเศษ &lt;strong&gt;Mr. Michael Bucki&lt;/strong&gt; ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม การเกษตร และสาธารณสุข คณะผู้แทนอียูประจำประเทศไทย อภิปรายข้อกำหนดและกฎระเบียบใหม่ของ PPWR ว่า กฎระเบียบใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ของอียูว่าเป็นส่วนหนึ่งของ EU Green Deal ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยกฎระเบียบใหม่นี้จะกำหนดมาตรฐานการออกแบบและการจัดการบรรจุภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ มุ่งเน้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิล การกำหนดสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล การจัดการสารอันตราย การลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนติดการฉลากที่ชัดเชน นอกจากนี้ กฎระเบียบนี้ยังครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศในอียู และบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังอียู รวมถึงสินค้าจากประเทศอื่น เช่น จีน ที่ถูกนำมาบรรจุใหม่ในไทยก่อนส่งไปอียู ก็ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล&lt;/strong&gt; ผู้เชี่ยวชาญวิจัยศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า PPWR จะครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ทุกประเภท ทุกแหล่งกำเนิด กล่าวคือ ทุกอย่างที่เข้าไปอยู่ในคลังสินค้า แม้จะไม่ใช่ตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด อาทิเช่น โลหะ พลาสติก กระดาษและกระดาษแข็ง สิ่งทอ ไม้ เป็นต้น โดยการบังคับใช้ PPWR จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่ง ดร.นุจรินทร์ เสนอแนะว่า ผู้ประกอบการไทยและภาคธุรกิจไทยจะต้องขึ้นรถไฟขวนนี้ให้ทัน โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญ 2-3 ประการ คือการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล (SOC) ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ด้านอาหาร และข้อกำหนดด้านเอกสาร เช่น เอกสาร Declaration of Conformity  (DOC) และเอกสาร Technical Documentation (TD) เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808682&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1725&quot; height=&quot;1155&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg 1725w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1024x686.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1725px) 100vw, 1725px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ความท้าทายของ PPWR คือผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่องของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องการทำเอกสารและรายละเอียดต่าง ๆ โดยภายในปี 2028 จะเริ่มใช้ฉลากบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกัน รวมถึงอาจมีการใช้ Digital Labeling เพื่อความโปร่งใสของข้อมูล ถัดมาภายในปี 2030 จะเป็นหมุดหมายสำคัญ โดยมีข้อกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ทุกชนิดต้องรีไซเคิลได้ และบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะต้องมีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลตามที่กำหนด ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 สหภาพยุโรปจะออกเกณฑ์ EU Equivalence ทซึ่งจะกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการรีไซเคิลระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถอดรหัสวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติจากภาคเอกชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติที่ดีจากบริษัทเอกชนชั้นนำต่าง ๆ มีผู้ดำเนินรายการ ได้แก่ ดร.นุจรินทร์ และ &lt;strong&gt;ดร. วศิมน เรืองเล็ก&lt;/strong&gt; กรรมการและอนุกรรมการสถาบัน สังกัดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (circular economy driver) โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ &lt;strong&gt;นายสิรภาคย์ หงส์วัฒนกุล&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะและความยั่งยืนประจำประเทศไทยและลาว บริษัทดานอน สเปเชียลไลซ์นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด &lt;strong&gt;นายทวิน สมบูรณ์ศักดิกุล&lt;/strong&gt; ตัวแทนกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) &lt;strong&gt;นายกิตติ หวังวิวัฒน์ศิลป์&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ&lt;strong&gt; นายคงศักดิ์ ดอกบัว&lt;/strong&gt; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสิรภาคย์กล่าวถึงวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติของบริษัทว่า บริษัทดานอนปฏิบัติตามเกณฑ์ของบริษัทแม่ในยุโรปอยู่แล้ว เนื่องจากบริษัทแม่ตั้งอยู่ในประเทศอียูโดยตรง โดยแนวทางกฎระเบียบ PPWR จะถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งใน KPI ของบริษัททั่วโลก ด้านบริษัทดานอนนั้นมี sustainability roadmap ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวก ทั้งต่อธุรกิจ สุขภาพของผู้คน สิ่งอวดล้อม และชุมชน ดังนั้น นายสิรภาคย์ชี้ว่า PPWR จะตอบโจทย์สิ่งที่เรียกว่าส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและต่อชุมชนไปพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายทวินระบุว่า บริษัท SCGC (SCG Chemical) มุ่งเน้นกลยุทธ์ 5 ด้าน ได้แก่ การรีไซเคิล, เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล, ลดสารอันตราย, ลดปริมาณวัสดุ และการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)​&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808693&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1713&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-2048x1371.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-628x420.jpg 628w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายกิตติกล่าวว่า มีแนวปฏิบัติตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด Reuse, Recycle หรือ Compost ได้ภายในปี 2030 โดยความท้าทายอยู่ที่บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร ที่ต้องรักษาความปลอดภัยของอาหารควบคู่ไปกับความยั่งยืน ขณะเดียวกันก็มี Roadmap ด้านการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายคงศักดิ์ ในฐานะตัวแทนจากสถาบันพลาสติก ระบุว่า ผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะ SMEs ยังไม่พร้อมและขาดความรู้เกี่ยวกับ PPWR ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปฏิเสธสินค้านำเข้าได้ และจะเป็นความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าการโดนปรับ ดังนั้น การกระจายความรู้ให้ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่อย่างทั่วถึงจึงมีความสำคัญและเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับหมุดหมายแรกในวันที่ 12 สิงหาคมที่กำลังจะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอแนะและทางออกสำหรับประเทศไทย ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากกฎหมายมีความซับซ้อนและมาตรฐานยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดร.นุจรินทร์เสนอให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม PPWR Consortium Thailand ซึ่งจะเป็นเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมความพร้อมร่วมกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรมยุโรปร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลล์ จะจัดสัมมนาออนไลน์ เพื่อสอนวิธีวิธีการจัดทำเอกสาร Declaration of Conformity (DOC) และเอกสารทางเทคนิคสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808680&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1714&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1024x686.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-2048x1371.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสมฤดี พู่พรอเนก&lt;/strong&gt; รองอธิบดีกรมยุโรป รักษาราชการแทนอธิบดีกรมยุโรป กล่าวว่า หนทางนับจากนี้ไปจะไม่ง่าย รวมถึงจะมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความตั้งใจจริง อีกทั้งยังมีประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับทางสหภาพยุโรปที่ผ่านมา อาทิ CBAM หรือ EUDR เป็นต้น โดยเราไม่ได้ริเริ่มจากศูนย์ ดังนั้น เราจึงรู้ว่าเราควรมีส่วนร่วมกับใคร อย่างไร ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมที่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้กฎระเบียบ PPWR จะมีความท้าทาย สลับซับซ้อน และยังต้องอาศัยการเข้าถึงข้อมูลอีกมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจไทยในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล เพราะในปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ใครที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ย่อมเป็นผู้อยู่รอดท่ามกลางสภาวะไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแน่นอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808654?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU</dc:alternative><dc:abstract>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T07:07:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T07:07:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1714</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1714</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1725</mi:x1><mi:y1>1155</mi:y1><mi:x2>1725</mi:x2><mi:y2>1155</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1714</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1714</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1713</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1713</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806594]]></link><pubDate>2026-07-15T11:00:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806594</guid><description>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี ศาลสิงคโปร์มีคำสั่งให้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และนายโลว์ เดอ เว่ย ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 460,000 ดอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลสิงคโปร์มีคำสั่งให้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และนายโลว์ เดอ เว่ย ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 460,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 11.6 ล้านบาท ให้แก่รัฐมนตรีสิงคโปร์ 2 คน ซึ่งยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จากบทความที่กล่าวถึงธุรกรรมซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของทั้งสอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่ผ่านมา นายเค. ชานมูกัม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรียุติธรรม และนายตัน ซี เล็ง ซึ่งขณะยื่นฟ้องดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงานและรัฐมนตรีช่วยการค้าและอุตสาหกรรม ได้ยื่นฟ้องบลูมเบิร์กและนายโลว์ จากบทความที่เผยแพร่ในปี 2024 ซึ่งกล่าวถึงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของทั้งสองคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กยืนยันว่า บทความดังกล่าวไม่ได้สื่อว่ารัฐมนตรีทั้งสองกระทำความผิดใดๆ และเพียงยกกรณีของทั้งคู่มาเป็นตัวอย่างของแนวโน้มที่เกิดขึ้นในวงกว้างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาเนื้อหาโดยรวมแล้ว บทความทำให้ผู้อ่านเข้าใจเป็นนัยว่ารัฐมนตรีทั้งสองมีพฤติกรรมไม่ชอบ อีกทั้งบทความยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปกปิดข้อมูลและการฟอกเงินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์น มิกเคิลธเวต บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับคำตัดสินครั้งนี้ แต่แน่นอนว่าเราจะเคารพคำพิพากษาของศาล แม้ว่าเราได้โต้แย้งระหว่างการพิจารณาคดีว่า การรายงานข่าวของเราถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเรายังคงเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้งสองตีความบทความของเราเกินกว่าที่เนื้อหาจริงจะสื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความที่เป็นข้อพิพาทมีชื่อว่า &amp;#8220;การซื้อขายคฤหาสน์ในสิงคโปร์ถูกปกคลุมด้วยความลับมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;#8221; ได้ตรวจสอบวิธีการที่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีฐานะร่ำรวยบางรายในสิงคโปร์ ใช้เพื่อปกปิดตัวตนในการซื้อ Good Class Bungalows (GCBs) ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหรูมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยหนึ่งในวิธีที่กล่าวถึงคือการใช้บริษัทนอมินี เพื่อซ่อนตัวตนของผู้ซื้อตัวจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความระบุว่า นายเค. ชานมูกัม ได้ขายบ้าน GCB ของเขาในราคา 88 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2,200 ล้านบาท ให้แก่ผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยใช้โครงสร้างการถือครองผ่านทรัสต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังระบุว่า นายตัน ซี เล็ง ได้ซื้อบ้าน GCB หลังหนึ่งในราคาประมาณ 27 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 688 ล้านบาท โดยยกกรณีของเขาเป็นหนึ่งในตัวอย่างของบุคคลสาธารณะหลายคนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูผ่านธุรกรรมที่เรียกว่า &amp;#8220;ข้อตกลงที่ไม่ต้องมีคำคัดค้าน&amp;#8221; ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการพิจารณาคดีในเดือนเมษายน รัฐมนตรีทั้งสองและทีมทนายความโต้แย้งว่า การที่บทความกล่าวถึงธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ของพวกเขา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดและเชื่อมโยงธุรกรรมดังกล่าวเข้ากับประเด็นอื่นๆ ในบทความ ซึ่งมีการกล่าวถึงความไม่โปร่งใส การปกปิดข้อมูล และความกังวลเกี่ยวกับการฟอกเงิน ขณะเดียวกันชานมูกัมยังแย้งว่า บทความของบลูมเบิร์กมีเจตนาพุ่งเป้ามาที่ตัวเขาโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาออเดรย์ ลิม ของศาลสูงสิงคโปร์ ระบุในคำพิพากษาว่า &amp;#8220;ความหมายตามธรรมชาติและสิ่งที่ผู้อ่านจะเข้าใจ&amp;#8221; จากบทความดังกล่าว คือ รัฐมนตรีทั้งสอง &amp;#8220;อาศัยช่องว่างหรือใช้ประโยชน์จากกฎระเบียบที่มีอยู่&amp;#8221; เพื่อดำเนินธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ของตนในลักษณะที่ไม่โปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการฟอกเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาลิมยังระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความซื่อสัตย์สุจริต บุคลิกลักษณะ และชื่อเสียงในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ จึงนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศาลกำหนดค่าเสียหายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกเหนือจากคดีหมิ่นประมาทแล้ว หน่วยงานของสิงคโปร์ยังมีคำสั่งให้บลูมเบิร์กติด &amp;#8220;ประกาศแก้ไขข้อมูล&amp;#8221; ไว้บนบทความดังกล่าว ภายใต้กฎหมายคุ้มครองจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการบิดเบือนทางออนไลน์ (POFMA) ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศใช้ในปี 2019 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้เผยแพร่เนื้อหาที่ทางการเห็นว่าเป็นข้อมูลเท็จ ต้องติดประกาศแก้ไขข้อมูลไว้กับเนื้อหานั้น ขณะที่นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่า กฎหมายดังกล่าวมักถูกนำมาใช้กับเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กปฏิบัติตามคำสั่งของ POFMA แต่ได้เพิ่มข้อความชี้แจงว่า แม้บริษัทจำเป็นต้องเผยแพร่คำชี้แจงของรัฐบาล &amp;#8220;ภายใต้การข่มขู่ว่าจะถูกลงโทษ&amp;#8221; หากไม่ปฏิบัติตาม แต่บลูมเบิร์กยังคงยืนยันว่าการรายงานข่าวของตนถูกต้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อหลายแห่งที่นำบทความของบลูมเบิร์กไปเผยแพร่ต่อ หรือเขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ก็ได้รับคำสั่งให้ติดประกาศแก้ไขข้อมูลภายใต้กฎหมาย POFMA เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม บทความดังกล่าวถูกนำออกจากเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก ตามคำสั่งของศาลอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806594?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี</dc:alternative><dc:abstract>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T04:00:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T04:00:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806566]]></link><pubDate>2026-07-15T10:07:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806566</guid><description>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569  ความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้อันน่าสลดใจที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอพระองค์ได้โปรดถ่ายทอดคำแห่งความอาลัย ความเห็นอกเห็นใจ และขอส่งกำลังใจอย่างจริงใจจากข้าพเจ้าไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทุกคน และขออวยพรให้ผู้บาดเจ็บทุกคนฟื้นตัวในเร็ววันจากเหตุการณ์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเคารพอย่างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วลาดีมีร์ ปูติน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5806588&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;673&quot; height=&quot;538&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg 673w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-300x240.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-525x420.jpg 525w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-400x320.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-250x200.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 673px) 100vw, 673px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806566?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว</dc:alternative><dc:abstract>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T03:10:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T03:10:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>673</mi:x1><mi:y1>538</mi:y1><mi:x2>673</mi:x2><mi:y2>538</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806545]]></link><pubDate>2026-07-15T09:45:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806545</guid><description>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน หลังสหรัฐและอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีกันและต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 9% เมื่อวันจันทร์ การปรับขึ้นในวันอังคารเป็นไปอย่างจำกัด สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.5% อยู่ที่ 79.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.7% หลังจากราคาทั้งสองชนิดต่างแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งเดือนในช่วงระหว่างวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) เพิ่มขึ้น 3.5% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมเงินเฟ้อพุ่งขึ้นถึง 4.2%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ปรับลดลง 0.4% โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี หลังการหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐกับอิหร่านในเดือนมิถุนายนช่วยคลายความตึงเครียดในตลาดพลังงานได้ชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้นักลงทุนในตลาดหุ้นจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับความตึงเครียดครั้งล่าสุดในตะวันออกกลางมากนัก แต่ทิม กริสกี นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสของบริษัท Ingalls &amp;amp; Snyder กล่าวว่า สงครามยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอยู่ แม้ว่าขณะนี้ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้มากนัก แต่ผลกระทบของมันยังคงอยู่ และกำลังบั่นทอนผลบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทการเงิน และตัวเลข CPI ที่ดูดีในเดือนนี้ อาจแตกต่างไปอย่างมาก หากสถานการณ์ในตลาดน้ำมันยังเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 9.63 จุด หรือ 0.02% ที่ระดับ 52,508.27 จุด ดัชนี S&amp;amp;P 500 ปิดบวก 28.25 จุด หรือ 0.38% ที่ระดับ 7,543.59 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ปิดบวก 233.83 จุด หรือ 0.90% ที่ระดับ 26,107.01 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีหุ้นโลกของ MSCI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.71 จุด หรือ 0.42% ปิดที่ 1,121.57 จุด ก่อนหน้านี้ ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดบวก 0.17% โดยฟื้นตัวจากการร่วงลงระหว่างวัน หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐช่วยลดความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.29% มาอยู่ที่ 4,051.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806545?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด</dc:alternative><dc:abstract>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T02:45:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T02:45:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806455]]></link><pubDate>2026-07-15T08:19:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806455</guid><description>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยกเลิกแผนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยกเลิกแผนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐจะทำหน้าที่คุ้มครองการเดินทางผ่านช่องแคบสำคัญของการค้าโลกดังกล่าว โดยหันไปใช้แนวทางทำข้อตกลงการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่กับประเทศอ่าวอาหรับแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และแทนที่ด้วยข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่กับบรรดาประเทศอ่าวอาหรับ โดยเขาประกาศเรื่องดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง ท่ามกลางความพยายามทำลายการควบคุมของอิหร่านเหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐได้กลายเป็น &amp;#8220;ผู้พิทักษ์&amp;#8221; ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่านช่องแคบ เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับการที่สหรัฐทำหน้าที่ปกป้องเส้นทางเดินเรือแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ในโพสต์ล่าสุดบน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า &amp;#8220;ผมตัดสินใจแทนที่ค่าธรรมเนียมชดเชยให้สหรัฐ 20% ด้วยข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนที่ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับจะทำกับสหรัฐ การลงทุนเหล่านั้นจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศเหล่านั้นและอนาคตของพวกเขา&amp;#8221; แต่ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า ช่องแคบแห่งนี้เปิดให้เรือทุกลำใช้ได้ ยกเว้นอิหร่าน และน้ำมันกำลังไหลเวียนมากกว่าที่เคย ต้องขอบคุณอำนาจอันแข็งแกร่งของกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา หลังการหารือกับอาลี อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีอิรักคนใหม่ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ผมไม่ชอบแนวคิดเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ยุติธรรมที่เราต้องเป็นฝ่ายปกป้องช่องแคบแห่งนี้เพื่อคนทั้งโลก&amp;#8221; และว่า สาเหตุที่เปลี่ยนใจยกเลิกแผนเก็บค่าธรรมเนียม เป็นเพราะได้รับการติดต่อจากผู้นำประเทศอ่าวอาหรับหลายคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอิหร่านตอบโต้คำประกาศของทรัมป์ด้วยการยืนยันว่า อิหร่านจะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การตัดสินใจกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของทรัมป์ได้ทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายเคยบรรลุไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน และอิหร่านจะใช้อำนาจอธิปไตยของตนเหนือช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) เผยเมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมว่า กองกำลังสหรัฐได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมระลอกใหม่ต่ออิหร่าน เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ CENTCOM ระบุว่า สหรัฐได้โจมตีอิหร่านเป็นคืนที่สามติดต่อกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ขณะที่สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมือง รวมถึงเมืองบุเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรนและจอร์แดน หลังจากก่อนหน้านี้ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 2 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลด้านการเดินเรือแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองเดือน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาเตือนเมื่อวันอังคารว่า หากอิหร่านเป็นฝ่ายโจมตีอิสราเอลก่อน การตอบโต้ของอิสราเอลจะรุนแรงกว่ามาก โดยเขาเผยแพร่วิดีโอผ่านโซเชียลว่า &amp;#8220;ผมจะบอกผู้นำอิหร่านว่า อย่าคิดว่าสถานการณ์จะยังคงสงบ หากพวกคุณโจมตีเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806455?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T11:47:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T11:47:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805699]]></link><pubDate>2026-07-14T15:44:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805699</guid><description>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ขแมร์ไทมส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า แม้จะมีปัญหาตึงเครียดตามแนวชายแดนและการจำกัดการข้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ขแมร์ไทมส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า แม้จะมีปัญหาตึงเครียดตามแนวชายแดนและการจำกัดการข้ามแดนระหว่างกัน ทว่าในครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ กัมพูชายังคงนำเข้าสินค้าไทย มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท นั่นแสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังคงพึ่งพาวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมจากไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยจากข้อมูลสถิติด้านดุลการค้าเผยแพร่โดยกรมศุลกากรและสรรพสามิต(GDCE)ของกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างกัมพูชาและไทยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนปีนี้ อยู่ที่ 1,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งลดลง 37.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกสินค้าของกัมพูชาไปไทย มีมูลค่า 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.25 หมื่นล้านบาท ลดลง 20.3% จาก 448 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ส่วนการนำเข้าสินค้าจากไทยของกัมพูชา ลดลง 41.9% มีมูลค่าอยู่ 1,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.38 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 1,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะลดลงอย่างมาก แต่ตัวเลขต่างๆ นี้แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นแหล่งป้อนสินค้าหลักให้กับกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิตที่ยังคงสนับสนุนภาคการผลิต ก่อสร้างและกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การปลุกกระแสเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าไทยนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าเครื่องใช้ภาคครัวเรือน ส่วนการนำเข้าสินค้าจำเป็นในภาคอุตสาหกรรมและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปนั้นยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้สินค้าเหล่านี้ในการดำเนินงาน และแม้ปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศจะปรับลดลง แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 5 คู่ค้าหลักของกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเจีย จันดารา ประธานสมาคมห่วงโซ่อุปทานทางโลจิสติกส์ของกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชายังคงนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภทจากไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์และรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยสินค้าอุตสาหกรรมเหล่านี้จำนวนมากผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ที่ดำเนินธุรกิจในไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคและฐานการจัดหาสินค้าที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกัมพูชามาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเจียยังเน้นย้ำว่าสินค้าไทยยังคงเข้าสู่ตลาดกัมพูชาได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีความตึงเครียดบริเวณชายแดน ขณะที่กระแสเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าไทยนั้น ส่งผลกระทบหลักต่อกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้สามารถจัดหาจากแหล่งอื่นในภูมิภาคได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายเจียกล่าวว่า การจะเปลี่ยนคู่ค้าสำคัญไม่สามารถทำได้ชั่วข้ามคืน แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้เวลาในการหาแหล่งอุปทานทางเลือกอื่น สร้างห่วงโซ่อุปทานไม่ รวมถึงต้องมั่นใจในคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805699?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน</dc:alternative><dc:abstract>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T08:44:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T08:44:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805466]]></link><pubDate>2026-07-14T14:40:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805466</guid><description>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่ดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่ดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 แมกนิจูด มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอ.เมือง จ.อุบลราชธานี ราว 361 กิโลเมตร เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5805506 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg&quot; alt=&quot;แผ่นดินไหว&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;707&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-300x212.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-768x543.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-100x70.jpg 100w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-728x515.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-594x420.jpg 594w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-400x283.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-250x177.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805466?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T07:41:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T07:41:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>707</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805360]]></link><pubDate>2026-07-14T13:56:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805360</guid><description>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยถึงแผนการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวกับผู้สื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยถึงแผนการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า สหภาพยุโรป(อียู)จะดำเนินมาตรการจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มเด็กในทั่วทั้ง 27 ประเทศสมาชิกของอียู ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อป้องกันภัยอันตรายทางออนไลน์ที่มีต่อเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความเคลื่อนไหวนี้ นางฟอน แดร์ ไลเอิน ได้อ้างอิงถึงเอกสารจากผู้เชี่ยวชาญ 2 ราย ที่แนะให้ใช้แนวทางแบบแบ่งระดับ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะได้รับอนุญาตให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ในระยะเวลาจำกัดและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กหรือครู ส่วนข้อจำกัดต่างๆ จะมีการผ่อนปรนแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเด็กโตขึ้นเป็นวัยรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เป็นที่ชัดเจนว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรการจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงวัย&amp;#8221; ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว และว่า &amp;#8220;คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กจะเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายบนโลกออนไลน์หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กเริ่มต้นอย่างปลอดภัยขึ้นบนโลกออนไลน์&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่า เธออาจจะดำเนินการตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และคณะกรรมาธิการจะยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมหลังฤดูร้อนนี้ โดยคาดว่าเธอจะประกาศมาตรการดังกล่าวในการกล่าวถ้อยแถลงของเธอในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ออสเตรเลีย อังกฤษ จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มใช้มาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเด็กและเยาวชนแล้วหรือกำลังพิจารณามาตรการดังกล่าวอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok, YouTube ของบริษัท อัลฟาเบต รวมถึง Instagram และ Facebook ของบริษัท เมตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ต่างระบุว่ามีมาตรการปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเด็กและเยาวชนอยู่แล้ว และหลายแพลตฟอร์มได้กำหนดข้อจำกัดด้านอายุไว้แล้ว (รอยเตอร์)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805360?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก</dc:alternative><dc:abstract>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T06:56:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T06:56:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805219]]></link><pubDate>2026-07-14T12:48:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805219</guid><description>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ ยูเครนและอีก 9 ประเทศประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า พวกเขาได้จัดตั้งพันธมิตรเพื่อปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ โดยอาศัยประสบการณ์ของยูเครนจากการต่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยูเครนและอีก 9 ประเทศประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า พวกเขาได้จัดตั้งพันธมิตรเพื่อปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ โดยอาศัยประสบการณ์ของยูเครนจากการต่อสู้กับการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียมานานกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของทั้ง 10 ประเทศที่เผยแพร่หลังการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส ระบุว่า เป้าหมายของเราคือการสร้างขีดความสามารถในการป้องกันขีปนาวุธร่วมกันสำหรับยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราเชื่อว่าการปกป้องยุโรปต้องมีการแก้ปัญหาแบบครอบคลุม ซึ่งก็คือการสร้างสถาปัตยกรรมการป้องกันขีปนาวุธแบบบูรณาการ เพื่อยับยั้งและลอทอนภัยคุกคามจากขีปนาวุธในอนาคต เราตระหนักถึงประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของยูเครน ซึ่งได้มาจากการป้องกันประเทศในการเผชิญกับสงครามรุกรานที่รัสเซียเป็นผู้ก่อขึ้น” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ แต่ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการจัดตั้งระบบป้องกันดังกล่าว และยังบอกด้วยว่าแผนการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับประเทศอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีกำลังขอให้ผู้นำจากราว 24 ประเทศสนับสนุนการพัฒนามาตรการต่อต้านการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียที่ได้ถล่มยูเครนอย่างหนัก และทำให้ประเทศอื่นๆ ในยุโรปวิตกกังวลถึงความทะเยอทะยานที่กว้างไกลกว่าของมอสโกในทวีปยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีและผู้นำเดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร ระบุว่า พวกเขาตระหนักถึง “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากขีปนาวุธ” ซึ่งสกัดกั้นได้ยากกว่าขีปนาวุธร่อนหรือโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ยูเครนและพันธมิตรสามารถร่วมกันพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธต้นทุนต่ำที่ผลิตได้ในปริมาณมาก พร้อมทั้งพัฒนาขีปนาวุธสำหรับระบบดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ยุโรปสามารถจัดหาขีดความสามารถใหม่ในการสกัดขีปนาวุธได้ด้วยตนเอง และยังสามารถส่งมอบให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ต้องการการคุ้มครองได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนกรานว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อ โดยให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ว่าจะตอบโต้การโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน และท่าเรือต่างๆ ของรัสเซีย จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินกล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนเครมลินว่า “ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามโจมตีดินแดนของรัสเซียที่ใด เราจะตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน แต่การโจมตีของเราจะรุนแรงกว่าหลายเท่า”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805219?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ</dc:alternative><dc:abstract>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T05:48:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T05:48:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804797]]></link><pubDate>2026-07-14T12:28:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804797</guid><description>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น จีนขับนายหม่า ซิงรุ่ย อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาคอร์รัปชั่น ทำให้เขาเป็นสมาชิกโปลิตบูโรคนท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จีนขับนายหม่า ซิงรุ่ย อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาคอร์รัปชั่น ทำให้เขาเป็นสมาชิกโปลิตบูโรคนที่ 3 ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ซึ่งถูกกวาดล้างนับตั้งแต่ปี 2025 ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินหน้ารณรงค์ปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หม่า ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาชนบทส่วนกลาง ถูกสอบสวนตั้งแต่เดือนเมษายน ในข้อหาต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งคำที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ในการกล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้สอบสวนพบว่า หม่าใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นในการคัดเลือกและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจัดหาตำแหน่งงานให้บุคคลอย่างไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หม่ายังรับของขวัญโดยผิดกฎหมาย ช่วยเหลือญาติให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด และมีพฤติกรรมนำอำนาจรัฐไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเงินและผลประโยชน์ทางเพศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ หม่าเปิดทางให้สมาชิกในครอบครัวใช้อิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ของเขาในการแสวงหาผลประโยชน์มหาศาล โดยมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ทางการจีนระบุว่าเป็น “การทุจริตทั้งครอบครัว” ในวงกว้าง พร้อมทั้งรับเงินและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลโดยผิดกฎหมาย แต่ซินหัวไม่ได้ระบุถึงจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขับหม่าออกจากพรรคถือเป็นการยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดีสี ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพื่อกำจัดการทุจริต ซึ่งพัวพันกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค รัฐบาล และกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมกราคม จีนได้เปิดการสอบสวนคดีคอร์รัปชั่นต่อนายจาง โย่วเสีย นายพลอาวุโสสูงสุดของกองทัพจีน ขณะที่นายเหอ เว่ยตง อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) ก็ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804797?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น</dc:alternative><dc:abstract>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T06:06:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T06:06:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804999]]></link><pubDate>2026-07-14T11:48:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804999</guid><description>สหรัฐประกาศห้ามพลเมืองกลับจากคองโกในทันที ต้องกักตัวอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนอย่างน้อย 21 วัน เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโก เพิ่มขึ้นเป็น 1,926 ราย ในจำนวนนี้ ตายแล้ว 70 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐประกาศห้ามพลเมืองกลับจากคองโกในทันที ต้องกักตัวอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนอย่างน้อย 21 วัน เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโก เพิ่มขึ้นเป็น 1,926 ราย ในจำนวนนี้ ตายแล้ว 702 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศห้ามพลเมืองอเมริกันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเครื่องบินพาณิชย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคำสั่งดังกล่าว ออกภายใต้อำนาจด้านการขนส่ง มาตรา 49 ที่จะทำให้พลเมืองสหรัฐ ที่อยู่ในคองโก หรือผู้ที่เพิ่งเดินทางออกจากคองโก ถูกขึ้นบัญชี &amp;#8220;ห้ามขึ้นเครื่องบิน&amp;#8221; จนกว่าจะพวกเขาจะใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ข้อจำกัดใหม่นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของอีโบลา ที่กำลังขยายวงกว้างมากขึ้น ไปในหลายจังหวัดของคองโก ขณะที่ข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ทางการคองโกแจ้งว่า มีผู้ป่วยอีโบลาทั่วประเทศที่ยืนยันแล้ว 1,926 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 702 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า มีชาวอเมริกันราว 24 คน มีกำหนดจะขึ้นเครื่องบินจากคองโก กลับประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ จะคอยให้การสนับสนุคนคนเหล่านี้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบคนอื่นๆในช่วงระยะเวลาที่ต้องรอคอยการกลับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม นายโรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งที่อ้างถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคอีโบลา รวมถึงการแพร่กระจายของไวรัสไปยังบริเวณนอกกรุงกินชาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พลเมืองชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับองค์กรด้านมนุษยธรรมในคองโก ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีชาวอเมริกันติดเชื้ออีโบลาอีกราย ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต ในเยอรมนี เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804999?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T04:48:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T04:48:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804915]]></link><pubDate>2026-07-14T11:25:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804915</guid><description>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า รัฐสภาฮังการีได้ผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ขับประธานาธิบดีตามาซ ซูโยกของฮังการีลง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐสภาฮังการีได้ผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ขับประธานาธิบดีตามาซ ซูโยกของฮังการีลงจากตำแหน่ง หลังจากนายปีแตร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีฮังการี กล่าวหาว่าเขาเป็นหุ่นเชิดของ นายวิกตอร์ ออร์บาน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งพ่ายศึกเลือกตั้งทั่วไปอย่างหมดท่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาฮังการีในวันจันทร์(13 ก.ค.) เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของนายมอจยอร์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคทิสซา (Tisza Party) อันเป็นพรรคกลางขวา ที่จะทำลายฐานอำนาจของนายออร์บาน โดยนายมอจยอร์อ้างว่าเขาได้รับฉันทามติอย่างแข็งแกร่งจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลังจากพรรคทิสซาของเขาสามารถยุติอำนาจปกครองประเทศของพรรคฟิเดสซ์ (Fidesz Party) ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมของนายออร์บานลงได้ด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลายในศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จะถือเป็นการทรยศต่อชาติ หากเราไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พวกเขา (พรรคฟิเดสซ์) ได้จัดวางโครงสร้างประเทศให้เจตจำนงของคนเพียงคนเดียว กลายเป็นที่มาของการออกกฎหมาย พรรคทิสซาได้รับฉันทามติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 เพื่อรื้อระบบนี้” นายมอจยอร์กล่าวต่อรัฐสภา ก่อนการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 139 ต่อ 6 เสียง จากสมาชิกรัฐสภาทั้งสิ้น 199 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะส่งผลให้วาระการดำรงตำแหน่งของนายซูโยกจะสิ้นสุดลงในทันที โดยอ้างเหตุผลที่สังคมสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเขาลงอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐสภาฮังการีจะทำการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ หรือเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยนายมอจยอร์กล่าวว่า ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้จะมีการเริ่มต้นโครงการร่วมขนาดใหญ่กับประชาชนชาวฮังการีเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และว่า หากนายซูโยกไม่ยอมลงนามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 5 วัน รัฐสภาก็จะเริ่มกระบวนการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้รัฐธรรมนูญฮังการี ประธานาธิบดีถือเป็นตำแหน่งประมุขแห่งรัฐที่มีบทบาทในเชิงพิธีการเป็นหลัก โดยมีอำนาจจำกัดในการยับยั้งร่างกฎหมายหรือส่งเรื่องให้มีการทบทวนกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พรรคทิสซาของมอจยอร์ ครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภา จึงทำให้พรรคของเขาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกเลิกการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ดำเนินการในยุคของนายออร์บานซึ่งพรรคทิสซามองว่าเป็นการบ่อนเซาะประชาธิปไตยได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายซูโยก ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมานานถึง 10 ปี ก่อนรัฐสภาแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2024 กล่าวยืนยันว่าเขาไม่มีวาระการเมืองใดแอบแฝงและจนถึงขณะนี้เขายังปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นายซูโซกยังขอให้คณะกรรมาธิการเวนิส ซึ่งเป็นคณะทำงานของสภายุโรปด้านสิทธิมนุษยชนที่ให้คำแนะนำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ให้ประเมินการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลฮังการี อย่างไรก็ดีคณะกรรมาธิการเวนิสปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พรรคฟิเดสซ์ของออร์บานยังได้จัดการประท้วงเพื่อแสดงความสนับสนุนนายซูโยก แต่นายออร์บานไม่ได้เข้าร่วม ขณะที่ส.ส.จากพรรคฟิเดสซ์ได้บอยคอตการประชุมรัฐสภาเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะกำหนดให้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ สามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 12 ปี และยังกำหนดอายุเกษียณของผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญไว้ที่ 70 ปี ซึ่งจะทำให้ ปีแตร์ โพลต์ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของนายออร์บานต้องพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804915?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า</dc:alternative><dc:abstract>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T04:25:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T04:25:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804778]]></link><pubDate>2026-07-14T09:25:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804778</guid><description>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดฉากความพยายามเพื่อทำลายสิ่งที่สหรัฐเรียกว่า “ภัยคุกคามต่ออธิปไตยของสหรัฐ” จากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ รูบิโอกล่าวว่า ในตอนแรก ICC มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อดำเนินคดีเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นองค์กรที่มีแนวคิดสุดโต่งและรุนแรงกว่านั้นมาก พร้อมย้ำว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่ยอมให้ศาลแห่งนี้คุกคามบุคลากรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า ไม่มีทางเลือกทางการทูตใดถูกตัดออกจากการรณรงค์เพื่อรื้อถอนภัยคุกคามที่ศาล ICC มีต่อชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูบิโอเขียนบทความแสดงความคิดเห็นในวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันจันทร์ อ้างถึงเสียงเรียกร้องจากนักกิจกรรมและบุคคลอื่นๆ ให้ศาลดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐ รวมถึงกรณีการเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ หรือการโจมตีเรือที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าบรรทุกยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ ICC และมิตรสหายกำลังทำสงครามกับประเทศของเรา ไม่ใช่ด้วยกระสุนและขีปนาวุธ แต่ด้วยกฎหมาย ข้อตกลง และอำนาจของสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายระหว่างประเทศ” รูบิโอกล่าวในคลิปวิดีโอ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นาวิกโยธิน และอัยการที่ทำงานในคดีก่อการร้ายอาจเผชิญกับการดำเนินคดีโดยศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายรูปแบบในการเล่นงานศาล ICC ซึ่งรวมถึงการห้ามเดินทาง การเพิกถอนวีซ่า การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อศาล ICC และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการใช้แรงกดดันทางการทูตต่อประเทศต่างๆ เพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกศาล ICC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายเดิมกล่าวว่า รูบิโอและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ ของสหรัฐกำลังกดดันประเทศต่าง ๆ ให้เข้าร่วมการรณรงค์ “เพื่อโดดเดี่ยวศาลอาญาระหว่างประเทศในทางการทูต และเพื่อให้แน่ใจว่าศาลจะไม่สามารถดำเนินคดีต่อชาวอเมริกันได้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า ประเทศที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ เป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐ หรือได้รับประโยชน์จากร่มคุ้มกันด้านความมั่นคงของสหรัฐ กำลังถูกเรียกร้องให้ปฏิเสธอำนาจที่ศาล ICC อ้างว่ามีในการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและกำลังพลของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศที่ปฏิเสธจะคัดค้านศาล ICC ทั้งที่ยังพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐ มีแนวโน้มจะถูกสหรัฐจับตาและตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเราจะจับตาด้วยความสนใจว่า ประเทศใดบ้างที่จะยืนเคียงข้างเราในการต่อต้านภัยคุกคามนี้ต่อชาวอเมริกัน ซึ่งยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่น” เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอเรียนน์ มาเยต์ โฆษกศาล ICC กล่าวว่า ศาลยังไม่มีความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวในขั้นตอนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ICC ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ศาลจะใช้อำนาจพิจารณาคดีได้เฉพาะในกรณีที่ประเทศสมาชิกไม่สามารถหรือไม่เต็มใจดำเนินคดีต่อผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงเหล่านั้นด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐไม่เคยเป็นภาคีของศาล ICC อย่างไรก็ตาม ธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นกฎหมายจัดตั้งศาล ยังให้อำนาจศาลในการดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นในดินแดนของประเทศสมาชิก แม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบุคคลอื่นๆ ในกรุงวอชิงตัน รวมถึงอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต่างยืนยันมาเป็นเวลานานว่า ศาล ICC ไม่ควรมีอำนาจในการสอบสวนและดำเนินคดีต่อชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และกำลังพลของกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์สนับสนุนการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ของศาล ICC ส่วนหนึ่งเพื่อสกัดกั้นความพยายามใด ๆ ในอนาคตที่อาจต้องการเอาผิดทางกฎหมายต่อประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน หรือเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐ จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การต่อต้านศาลของทรัมป์ย้อนกลับไปถึงวาระแรกของเขา และปรากฏให้เห็นอีกครั้งด้วยแผนการลงโทษเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 เมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง และศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับพันธมิตรของเขา คือ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศสามคนได้ฟ้องร้องทรัมป์และรัฐบาลของเขาเกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่สหรัฐบังคับใช้ต่อบรรดาผู้พิพากษาเหล่านี้เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ศาล ICC ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804778?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร</dc:alternative><dc:abstract>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T02:25:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T02:25:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804746]]></link><pubDate>2026-07-14T08:39:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804746</guid><description>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในวันที่ 14 กรกฎาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากสหรัฐกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในวันที่ 14 กรกฎาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากสหรัฐกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศยกระดับการโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลา 00.51 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือ 07.51 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับการส่งมอบล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2% มาอยู่ที่ 84.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ 2.1% มาอยู่ที่ 79.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 9.6% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการปรับขึ้นล่าสุดในวันอังคาร ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ดังกลาวมีขึ้นหลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เผยเมื่อวันจันทร์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ถูกขีปนาวุธร่อนของอิหร่าน 2 ลูกโจมตี บริเวณช่องเดินเรือฝั่งใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของโอมาน ส่งผลให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐได้กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านอีกครั้ง พร้อมระบุว่าเขาต้องการให้ประเทศต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองจากสหรัฐในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่สหรัฐเป็นผู้รับภาระ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า การยกระดับความตึงเครียดครั้งล่าสุด ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อม และการตอบโต้ของอิหร่าน ได้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงใหม่ให้กับตลาดอย่างชัดเจน แม้จะยังไม่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์ แต่เป้าหมายที่ขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่ายได้ทำให้แนวโน้มด้านอุปทานน้ำมันมีความไม่แน่นอนอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&amp;amp;P 500 ปรับตัวลดลง 0.8% หลังจากเพิ่งปิดบวกมา 4 สัปดาห์จาก 5 สัปดาห์ล่าสุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 138 จุด หรือ 0.3% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ ร่วงลงถึง 1.6%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นตัวฉุดตลาดสำคัญ หลังการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นเหล่านี้มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจากผลกำไรที่เติบโตจริง เนื่องจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างความต้องการหน่วยความจำคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนประมวลผลอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มวิตกว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นมากเกินไปแล้ว และความต้องการดังกล่าวอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ หาก AI ไม่สามารถสร้างผลกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 3.5% และเนื่องจาก Nvidia เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐ จากกระแสความนิยมด้าน AI จึงกลายเป็นหุ้นที่กดดันดัชนี S&amp;amp;P 500 มากที่สุดในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปิดการซื้อขาย ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 60.06 จุด ปิดที่ 7,515.34 จุด ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 138.37 จุด ปิดที่ 52,498.64 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 408.43 จุด ปิดที่ 25,873.18 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียก็เผชิญกับการร่วงลงเช่นกัน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 8.9% ส่วนหุ้นของ SK Hynix ในตลาดกรุงโซลดิ่งลง 15.4% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 1997&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้รายนี้เพิ่งนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และสามารถระดมทุนได้ประมาณ 26,500 ล้านดอลลาร์ หุ้นดังกล่าวพุ่งขึ้น 13.1% ในวันแรกของการซื้อขาย แต่กลับร่วงลง 9.3% ในวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นบางส่วนในอุตสาหกรรม AI ยังสามารถทรงตัวได้ดีกว่า โดยหุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ที่ซื้อขายในตลาดไต้หวัน ปรับตัวขึ้น 1% หลังบริษัทเปิดเผยว่ารายได้เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเกือบ 68% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปีเติบโต 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หุ้น TSMC ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ กลับปรับตัวลดลง 2.9% ในเวลาต่อมาของวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804746?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T02:31:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T02:31:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437]]></link><pubDate>2026-07-13T18:11:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804437</guid><description>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติเยอรมนี อาจจำเป็นต้องปลดพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 50,000 ตำแหน่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนทัดเทียมกับบริษัทคู่แข่งรายอื่นได้ ซึ่งถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าค่ายผลิตรถยนต์ยุโรปรายใหญ่นี้กำลังวางแผนที่จะลดตำแหน่งงานสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร(ซีอีโอ) ได้แจ้งถึงแผนการนี้แก่พนักงานผ่านบันทึกภายในบริษัทที่ทางรอยเตอร์ได้เห็นในวันนี้ ซึ่งเขาระบุว่าหลังจากได้ตกลงที่จะลดพนักงานไปแล้ว 50,000 ตำแหน่งทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครืออย่าง Porsche และ Audi แล้วนั้น บริษัทยังจำเป็นต้องลดต้นทุนเพิ่มเติม หลังจากประเมินว่าบริษัทยังมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทคู่แข่งในระดับเดียวกันอยู่ถึง 20%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลในบันทึกภายในดังกล่าวระบุว่า นั่นหมายความว่าในทางทฤษฎี Volkswagen อาจต้องปลดพนักงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะนี้เรากำลังประเมินในทุกแบรนด์ ทุกบริษัท และทุกภูมิภาค ว่าจำเป็นต้องมีการปรับลดมากน้อยเพียงใดและสามารถดำเนินการได้จริงในระดับไหนบ้าง&amp;#8221; บลูมระบุในบันทึกภายในดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Volkswagen ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวที่ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณามาตรการที่อาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บันทึกภายในนี้มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มคนงานแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งบลูมได้นำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี(9 ก.ค.)ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า ตัวแทนฝ่ายแรงงานในคณะกรรมการฯได้คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่ารวมถึงการลดจำนวนพนักงานและการอาจต้องปิดโรงงานจำนวน 4 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในบันทึกภายใน บลูมระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโรงงานในเมือง Emden, Hanover, Zwickau และ Neckarsulm ยังจะมีบทบาทที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอย่างไรในช่วงทศวรรษ 2030 ซึ่งเขาต้องการหาทางออกที่ชาญฉลาดมากกว่าการปิดโรงงาน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเสนอแนวทางเลือกสำหรับโรงงานที่มีกำลังการผลิตเหลือเฟือหรือยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เช่น การปรับเปลี่ยนไปรองรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือการผลิตรถยนต์ Volkswagen รุ่นที่จำหน่ายในจีนเพื่อนำมาจำหน่ายในยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:alternative><dc:abstract>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T11:11:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T11:11:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094]]></link><pubDate>2026-07-13T16:20:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804094</guid><description>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแล้วในวันอาทิตย์(12 ก.ค.)ไม่กี่ชั่วโมงหลังพัดขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ได้ก่อให้เกิดฝนตกและน้ำท่วมรุนแรงในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือและมณฑลเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่งผลให้ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำและสามารถเห็นรถยนต์จำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่าในมณฑลเจ้อเจียง ประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน ได้รับการอพยพ เนื่องจากผลกระทบจากพายุบาหวี่ โดยในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกัน ได้มีการอพยพประชาชนกว่า 290,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง และในมณฑลฝูเจี้ยนมีการอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า ที่เมืองเยว่ชิง เมืองชายฝั่งซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกันมีต้นไม้หักโค่นล้มลงมากกว่า 1,300 ต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสนามบินนานาชาติผู่ตงและสนามบินนานาชาติหงเฉียวในนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกรวมประมาณ 653 เที่ยวบิน เนื่องจากอิทธิพลของพายุบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ที่เมืองกวนเฉิง ในมณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหลวน มีระดับน้ำท่วมท้องถนนสูงกว่า 2 เมตร ภาพเหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นรถยนต์หลายสิบคันลอยไปตามกระแสน้ำขุ่นอันเชี่ยวกรากที่พัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่ามีชาวบ้านในเมืองนี้ราว 1,800 คน ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดหาที่พักพิงใหม่ให้กับผู้ประสบภัยเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิทธิพลของพายุบาหวี่ยังส่งผลให้โรงเรียนและภาคธุรกิจในหลายพื้นที่ต้องปิดทำการ รวมถึงในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสัญจรทั้งทางบกและอากาศได้รับผลกระทบ โดยบริษัทไชนา เรลเวย์ ระบุว่า บริการรถไฟหลายสายในเมืองเสิ่นหยางต้องระงับการให้บริการ โดยมีเส้นทางรถไฟกว่า 30 สายที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่าในบางพื้นที่ทางตอนกลางและตอนเหนือของมณฑลเจียงซูของจีน ยังประสบกับพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุลูกเห็บที่มีกำลังรุนแรงระดับ 10 หรือมากกว่านั้นพัดถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Typhoon Bavi triggers flooding in northern China&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/dwVtp-LhL9c?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:alternative><dc:abstract>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T09:20:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T09:20:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462]]></link><pubDate>2026-07-13T13:03:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803462</guid><description>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมากกว่า 10,000 ราย ในระหว่างที่คลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์แผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทางตะวันตกของทวีปยุโรปในช่วงปลายเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก EuroMOMO ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป(ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หรือมากกว่า 9,000 รายนั้น เป็นผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งนายลาสเซอ เวสเตอร์การ์ด หัวหน้าแพทย์ประจำสถาบัน Statens Serum Institut ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการ EuroMOMO กล่าวว่า การมียอดผู้เสียชีวิตสูงมากถึงระดับนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวของปี ถือเป็นเรื่องผิดปกติและเป็นตัวเลขที่สูงมากซึ่งยากจะอธิบายสาเหตุของยอดผู้เสียชีวิตที่สูงขนาดนี้ด้วยปัจจัยอื่นนอกเหนือไปจากสภาพอากาศร้อนจัดที่รุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สภาพอากาศที่ร้อนจัดสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้โดยตรงจากการเกิดโรคลมแดด (heat stroke) หรือถูกซ้ำเติมด้วยอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์อ้างนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขผู้เสียชีวิตข้างต้นรวบรวมมาได้จากสถิติการเสียชีวิตทั่วประเทศใน 27 ชาติยุโรป ซึ่งครอบคลุมจากทุกสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเท่านั้น โดยเป็นข้อมูลในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนทวีความรุนแรงสูงสุดในฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าไม่มีปัจจัยสำคัญอื่นใดที่ทราบแน่ชัด เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะส่งผลให้ยอดอัตราผู้เสียชีวิตที่สูงเกินกว่าปกติถึง 10,650 รายในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนยังส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้า ทำให้ต้องปิดโรงเรียน และทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนทำลายสถิติเดิมในฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของ Sciensano ซึ่งเป็นสถาบันสาธารณสุขของเบลเยียมระบุว่า อัตราการเสียชีวิตที่สูงเกินปกติของเบลเยียมในช่วงคลื่นความร้อนที่ผ่านมานั้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์คลื่นความร้อนครั้งอื่นๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปีค.ศ. 2000&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวันจันทร์(13 ก.ค.)ยังประเมินว่า เฉพาะในพื้นที่อังกฤษและเวลส์ มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนจำนวน 2,700 ราย ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:alternative><dc:abstract>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T06:05:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T06:05:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210]]></link><pubDate>2026-07-13T11:31:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803210</guid><description>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ร้านผับบาร์ชื่อดังในใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดจำนวน 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางการไทย โดยรอยเตอร์ระบุว่าเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานอ้างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.57 น.ของวันอาทิตย์ว่า เราพบศพแล้ว 27 ราย ส่วนคนอื่นอยู่ระหว่างการส่งไปยังโรงพยาบาล พร้อมกับอ้างคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตว่าไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วพร้อมกับกลุ่มควันหลังเกิดไฟไหม้ขึ้น ส่งผลให้หลายคนพากันวิ่งไปยังด้านหลังใกล้กับห้องน้ำ แต่ไม่มีทางหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ยังอ้างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ร้านนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้องและมีทางหนีไฟ แต่เนื่องจากเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและมีควันปกคลุมไปทั่วร้าน จึงอาจทำให้ลูกค้าหนีออกมาได้ยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่ามีคลิปวิดีโอหลายคลิปที่มีผู้บันทึกเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าวไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนพวยพุ่งออกมาจากร้านและสภาพที่เกิดเหตุภายหลังไฟถูกดับมอดลงซึ่งแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายภายในร้านที่ถูกไฟเผาไหม้วอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานภาพเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันรวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินที่อ้างนักดนตรีคนหนึ่งซึ่งกำลังแสดงอยู่ในผับบอกเขาว่าเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากสวิตช์ไฟใกล้กับเวทีก่อนที่ไฟจะดับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดและควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีอ้างการเปิดเผยของนายชัชชาติเช่นกันว่า มีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบุตัวตนของผู้ประสบเหตุ เนื่องจากหลายคนไม่มีบัตรประจำตัวหรืออยู่ในภาวะหมดสติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่า ประเทศไทยเคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในลักษณะคล้ายกันนี้มาหลายครั้งแล้วในอดีตที่ผ่านมา โดยในปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 14 รายในเหตุไฟไหม้ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศ และเหตุการณ์ไฟไหม้ผับซานติก้า ในกรุงเทพฯ ช่วงฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคมปี 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 66 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน โดยมีสาเหตุมาจากการจุดพลุดอกไม้ไฟภายในร้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเดอะ การ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังในเขตจตุจักรแห่งนี้ และอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบถามข้อมูลจากทางการไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีชาวออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล ชาวออสเตรเลียคงจะรู้สึกตกใจเมื่อได้ทราบข่าวการสูญเสียชีวิตอันน่าสลดใจจากเหตุไฟไหม้ร้านอาหารในกรุงเทพฯ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:alternative><dc:abstract>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T04:31:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T04:31:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022]]></link><pubDate>2026-07-13T10:17:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803022</guid><description>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขดังกล่าวมาจากการประเมินของคณะนักวิจัยของอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร และคณะเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขอนามัยแห่งลอนดอน โดยอ้างอิงจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เกี่ยวกับอันตรายของสภาพอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงคลื่นความร้อนของเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 37.7 องศาเซลเซียส ที่เมืองลิงวูด มณฑลนอร์ฟอล์ก ทำลายสถิติเดิมที่ 35.6 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยบันทึกไว้เมื่อปี 1957&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางการได้ประกาศเตือนภัยความร้อนระดับสีแดง ซึ่งเป็นการเตือนระดับสูงสุดในพื้นที่บางส่วนของอังกฤษและเวลส์ พร้อมเตือนว่าอากาศร้อนจัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แม้แต่กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในเดือนพฤษภาคมก็พุ่งสูงทำสถิติใหม่เช่นกัน โดยอุณหภูมิที่ สวนคิวแตะ 35.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม สูงกว่าสถิติเดิมที่ 32.8 องศาเซลเซียส ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ปี 1922 และเป็นความร้อนเทียบเท่ากับปี 1944&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คลื่นความร้อนทั้งสองระลอกเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &amp;#8220;โดมความร้อน&amp;#8221; ซึ่งเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงที่หยุดนิ่งปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน ทำให้อากาศร้อนถูกกักเก็บอยู่เหนือภูมิภาคนั้นและไม่สามารถระบายออกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า โดมความร้อนครั้งนี้มีความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวทำให้อุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนสูงขึ้นอีกประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในหลายคืนยังเกิดปรากฏการณ์ &amp;#8220;คืนเขตร้อน&amp;#8221; หรือช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิยังคงสูงผิดปกติ ทำให้แทบไม่มีช่วงผ่อนคลายจากความร้อนแม้ในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลสถิติการเสียชีวิตในช่วงหลายปีก่อนหน้า มาสร้างแบบจำลองและประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปี 2026 อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานเกี่ยวกับระดับผลกระทบของความร้อนที่มีต่อประชาชน ดังนั้น ตัวเลขจริงอาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.แคลร์ บาร์นส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า หากการเผยแพร่ตัวเลขประมาณการเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนตระหนักว่าคลื่นความร้อนมีอันตรายเพียงใด และทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับมือกับคลื่นความร้อนครั้งต่อไป จนสุดท้ายตัวเลขที่เราประเมินไว้สูงเกินจริง เธอก็จะยินดีอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขเหล่านี้สูงมาก และเราไม่อยากเห็นมีผู้เสียชีวิตมากมายขนาดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:alternative><dc:abstract>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T03:17:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T03:17:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773]]></link><pubDate>2026-07-12T18:58:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802773</guid><description>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ นายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา รวมถึงการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายเรื่องเมียนมา เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ได้แถลงข่าวร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยลาซาโรกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ต่อนายสีหศักดิ์และไทย ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและจัดเตรียมการต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญเกี่ยวกับเมียนมา นอกจากนี้ พร้อมกับขอขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนทุกท่านที่เดินทางมาร่วมประชุมและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการประชุมวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยึดหลักตามแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ซึ่งประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ได้กล่าวไว้ว่า เมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและแยกออกจากอาเซียนไม่ได้ และพัฒนาการที่เกิดขึ้นในเมียนมาทำให้พวกเราจำเป็นต้องทบทวนและกำหนดแนวทางใหม่ว่า อาเซียนควรมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไรจึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางของอาเซียนต่อเมียนมากำลังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมของเราในวันนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรามีความตั้งใจที่จะก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และช่วยสนับสนุนให้เมียนมาบรรลุทางออกที่สันติและยั่งยืน โดยยึดหลักฉันทามติ 5 ข้อ เป็นกรอบสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์และไทยได้ร่วมกันจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม และถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบปะหารือแบบพบหน้ากันกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราได้รับฟังการบรรยายสรุปอย่างครอบคลุมจากฝ่ายเมียนมา ซึ่งได้อธิบายสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างละเอียด รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการประชุม อาเซียนได้ยืนยันอีกครั้งว่า ฉันทามติ 5 ข้อยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักของอาเซียนในการรับมือกับสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับเมียนมา โดยได้หารือเชิงลึกถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในประเด็นต่างๆ เช่น การยุติความรุนแรง การส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประเด็นการยุติความรุนแรง เราได้รับทราบถึงความพยายามของทางการเมียนมาในการเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงได้รับทราบมาตรการของทางการเมียนมาในการปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน และการย้ายนางออง ซาน ซูจี ไปยังสถานที่พำนักที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อาเซียนเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อยุติการสู้รบ โดยเฉพาะการยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ดิฉันขอร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนในการเรียกร้องให้เกิดพัฒนาการเชิงบวก โดยเฉพาะในประเด็นสถานะของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเดินหน้าสู่กระบวนการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802807&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1984&quot; height=&quot;1328&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg 1984w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1984px) 100vw, 1984px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับความพยายามด้านมนุษยธรรม เราได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถปฏิบัติงานในเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับทราบถึงคำมั่นของรัฐบาลเมียนมาในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงแผนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายความร่วมมือด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) องค์กรด้านมนุษยธรรม และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องของอาเซียนและเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ใช่การประชุมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แต่เราถือว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการหารือที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมียนมาจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ตามเป้าหมายของฉันทามติ 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เราจะรับทราบถึงก้าวเชิงบวกที่เมียนมาได้ดำเนินการ แต่ก็ยังมีหลายด้านที่จำเป็นต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เมียนมาสามารถค้นหาทางออกจากวิกฤตที่สันติและยั่งยืน ซึ่งต้องเป็นกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระยะต่อไป ดิฉันหวังว่าการประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างอาเซียนกับเมียนมามากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ 5 ข้อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เราขยับเข้าใกล้การบรรลุแนวทางแก้ไขวิกฤตเมียนมาที่สันติและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802803&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2508&quot; height=&quot;1672&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg 2508w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2508px) 100vw, 2508px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสีหศักดิ์ได้ขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้ร่วมเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เรามีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา รวมทั้งหารือกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนด้วยกันเอง อย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และสร้างสรรค์ เกี่ยวกับแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยสนับสนุนแนวทาง &amp;#8220;การมีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไข&amp;#8221; โดยแนวทางที่เรากำลังผลักดันนั้น เป็นยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตาม ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศต่างยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำให้ฉันทามติ 5 ข้อเกิดผลเป็นรูปธรรม และผมขอเน้นย้ำว่า แนวทางการกลับมามีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ เป็น กระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องดำเนินการไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายอาเซียนกำลังยื่นมือเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ รับฟังสิ่งที่ฝ่ายเมียนมาต้องการสื่อสาร และรับฟังพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายเมียนมาก็จำเป็นต้องยื่นมือเข้าหาอาเซียนเช่นกัน ด้วยการตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและของประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสิ่งที่เราทุกคนต้องการคือ สันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้บรรยายสรุปให้เราทราบถึงสิ่งที่รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการ ทั้งในด้านกระบวนการสันติภาพ กระบวนการทางการเมือง ตลอดจนประเด็นอื่นๆ เช่น การปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ตามแนวชายแดน และยังได้อธิบายถึงแนวทางที่รัฐบาลเมียนมาตั้งใจจะดำเนินการต่อไปเพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ฝ่ายอาเซียนได้สื่อสารอย่างชัดเจนถึง ความคาดหวังของเราว่าเราต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้นในระยะต่อไป เราตระหนักดีและมองสถานการณ์อย่างเป็นจริงว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถบรรลุผลได้ในชั่วข้ามคืน แต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วก็สามารถบรรลุผลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องทีละขั้นตอน เป็นความคืบหน้าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าความคาดหวังของอาเซียนต่อไปคืออะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการแรก คือการขยายพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา จะเดินทางเยือนเมียนมาเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และหารือถึงแนวทางที่อาเซียนจะสามารถร่วมมือกับเมียนมาในการขยายการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สอง เราขอเรียกร้องให้มีการลดความรุนแรงลงอีก โดยเฉพาะความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพลเรือน นอกจากนี้ เรายังเรียกร้องให้มีการเดินหน้าการเจรจาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เราอยากเห็นความพยายามในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มเติม รวมถึงการมีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในกรณีของนางออง ซาน ซูจี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมคิดว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เราจำเป็นต้องเดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วมนี้ต่อไป ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบลง และในขณะเดียวกัน เราก็มีความคาดหวังที่หวังว่าฝ่ายเมียนมาจะพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการในระยะต่อไปจะต้องเป็น กระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของ และเมียนมาเป็นผู้มีบทบาทนำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พวกเราในฐานะมิตรประเทศ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และในฐานะสมาชิกอาเซียนร่วมกัน เพราะเมียนมายังคงเป็นสมาชิกของอาเซียน เรายังคงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้เมียนมาสามารถกลับคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ระบุว่า การเชิญเมียนมามาประชุมจะทำให้เกิดความกังวลหรือความเสี่ยงหรือไม่ว่า เธอไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม ยังมองว่านี่เป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่กระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นในสมัยที่บรูไนดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาแบบพบหน้ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างที่นายสีหศักดิ์กล่าว มีสัญญาณบางประการที่สะท้อนให้เห็นว่ากำลังเกิดความเคลื่อนไหว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ดิฉันตั้งใจจะเดินทางไปดำเนินการในเมียนมา รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายเมียนมาแสดงความพร้อมที่จะออกใบอนุญาตให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่บางแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวอย่างมากสำหรับรัฐบาลเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายสีหศักดิ์ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ในขั้นตอนเดียว หรือภายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คิดว่าสถานการณ์กำลังค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป และการมีส่วนร่วมในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของเราก็คือ การพบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เราจะไม่ได้พบเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาเท่านั้น แต่เรายังมีแผนที่จะพบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังทำจึงไม่ใช่การรับฟังหรือมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่เราต้องการดำเนินการอย่างเป็นกลางและให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรกล่าวว่า เชื่อว่าในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะจัดขึ้นที่กรุงมะนิลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหารือในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน คิดว่าสถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่อาจกำหนดกรอบเวลาใดๆ ได้ เพราะนี่คือกระบวนการที่ต้องค่อยๆ ดำเนินไป แต่บางครั้ง ตัวกระบวนการเองมีความสำคัญมากกว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่เราจะไปถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังกล่าวอีกว่า การที่เราได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาในวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญ เพราะครั้งล่าสุดที่มีการพบหารือกับเมียนมา น่าจะเป็นเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนออกฉันทามติ 5 ข้อ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการประชุมในลักษณะนี้อีก ดังนั้น การพบกันในวันนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อาเซียนได้กำหนดเส้นตายใดๆ ไว้ เพราะการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเมียนมา ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเป็นมติที่ผู้นำอาเซียนร่วมกันตัดสินใจ หากพิจารณาในแง่นี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปี จะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาเซียนจะทบทวนและประเมินว่า เมียนมามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นหลักต่างๆ หรือไม่ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาสถานะและการมีส่วนร่วมของเมียนมาภายในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ในระหว่างการบรรยายสรุป รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันว่า นางออง ซาน ซูจี ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าเธอสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่จำเป็น และมีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่อาเซียนแสดงความเห็นว่า หากผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนได้รับโอกาสให้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ด้วยตนเอง ก็จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า เพราะจะทำให้อาเซียนสามารถตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ชี้แจงต่อที่ประชุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันต่อหน้ารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทุกคนว่า นางออง ซาน ซูจีได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงพร้อมที่จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย ขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและเตรียมการในหลายด้าน แต่คงต้องขอให้รอจนกว่าการพบหารือเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:alternative><dc:abstract>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T12:10:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T12:10:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1984</mi:x1><mi:y1>1328</mi:y1><mi:x2>1984</mi:x2><mi:y2>1328</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553]]></link><pubDate>2026-07-12T16:06:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802553</guid><description>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทรวงกลาโหมกาตาร์ เปิดเผยว่า กองทัพกาตาร์ได้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนหนึ่งที่มุ่งเป้ามายังรัฐกาตาร์ ซึ่งต่อมา กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ รายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการตอบสนองทันที และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเศษซากที่ตกลงมาจากปฏิบัติการสกัดกั้นดังกล่าวจำนวน 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือ ภาพ หรือวิดีโอ ซึ่งผู้เผยแพร่อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการกาตาร์เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกท่านยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกาตาร์ โดยมีสติและระมัดระวัง หากอยู่นอกอาคารเมื่อได้รับสัญญาณเตือนภัย ขอให้รีบหาที่กำบังและอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +974 3380 9062 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T09:06:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T09:06:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516]]></link><pubDate>2026-07-12T15:41:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802516</guid><description>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า&lt;strong&gt; ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ผู้ทรงพลิกโฉมกาตาร์ ประเทศที่มีรากฐานเป็นสังคมชาวเบดูอินและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยพระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี 2556 ก่อนจะทรงสละราชสมบัติให้แก่พระโอรส คือ &lt;strong&gt;ชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี&lt;/strong&gt; ซึ่งทรงเป็นเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์พระองค์ปัจจุบันของประเทศอ่าวอาหรับที่ร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรีได้ประกาศการถึงแก่อสัญกรรมของสมเด็จพระบรมชนก ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี ในเช้าวันอาทิตย์ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาดวงวิญญาณของพระองค์ และประทานผลตอบแทนอันประเสริฐที่สุดสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างคุณูปการไว้แก่บ้านเมืองและประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ชีคฮาหมัดทรงยกระดับบทบาทของกาตาร์บนเวทีโลกอย่างมาก ผ่านการพัฒนาเครือข่ายโทรทัศน์อัลจาซีรา (Al Jazeera) ให้กลายเป็นสื่อข่าวระดับนานาชาติ รวมทั้งการผลักดันจนกาตาร์ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้กาตาร์จะเป็นประเทศขนาดเล็ก มีประชากรมากกว่า 2.5 ล้านคน แต่ปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นประเทศที่มีอำนาจด้านการลงทุนในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทูตตะวันออกกลาง รวมถึงในแวดวงสื่อมวลชนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงส่งมอบอำนาจการปกครองให้แก่ชีคทามิม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 นับเป็นการสละราชสมบัติที่เกิดขึ้นได้ยากในหมู่ผู้ปกครองประเทศราชวงศ์ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ พระองค์เองก็เคยเสด็จขึ้นครองอำนาจด้วยการรัฐประหารที่ปราศจากการนองเลือดต่อพระราชบิดาของพระองค์ในปี 2538&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:alternative><dc:abstract>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:41:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:41:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483]]></link><pubDate>2026-07-12T15:19:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802483</guid><description>สงครามอิหร่านของทรัมป์ ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สงครามอิหร่านของทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจมตีตอบโต้ระลอกใหม่ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่นานที่มีรายงานว่าเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ทำให้ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ต้องสั่งการให้มีการโจมตีเพื่อสั่งสอนที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างกัน ขณะที่อิหร่านก็ยืนยันว่าสหรัฐเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่อิหร่านมีสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการสู้รบในเลบานอนที่อิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐยังไม่ยอมรามือจากพื้นที่ที่ยึดครองไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ประกาศระหว่างเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งนั้นไม่มีผลอีกต่อไป และสั่งการให้มีการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ต่อเนื่อง ด้านอิหร่านก็โจมตีตอบโต้กลับโดยพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในประเทศรัฐอ่าวอาหรับ ไล่เรียงไปตั้งแต่บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ทำให้สงครามที่หลายฝ่ายคิดว่ากำลังอยู่ในช่วงใกล้จบกลับร้อนแรงขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดของทรัมป์ยังคงสร้างความสับสน มีความไม่แน่นอน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และขัดแย้งกันเองอย่างที่เคยเป็นมาตลอด บางคนมองว่ามันอาจเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในฮอร์มุซ และยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐโดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งก็เป็นวิธีที่ทรัมป์ทำมาตลอด ล่าสุดขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับไปทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่านอีกครั้ง และอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก หลังจากที่เขาบอกก่อนหน้านี้ว่า &amp;#8220;ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยคำของผู้นำสหรัฐอาจสะท้อนถึงสิ่งที่เขากังวลอยู่ลึกๆ นั่นคือการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในอีก 4 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผลสำรวจความนิยมของรอยเตอร์/อิปซอส ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ระบุว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือ 34% ซึ่งเป็นการแตะระดับต่ำที่สุดอีกครั้งในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ทรัมป์จะเคยพูดว่าอิหร่านคงเข้าใจว่าเขาอยากจบสงครามนี้ให้เร็ว เพราะการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง แต่เขาไม่แคร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อคำนึงว่าคำพูดนี้ออกมาจากปากของนักการเมือง โดยเฉพาะทรัมป์ที่ตระหนักดีกว่า การผลักดันนโยบายแบบสุดโต่งและรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเขา จะไปต่อไม่ได้เลยหากเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญยิ่งนี้ เพราะทรัมป์ยังเคยรับว่า ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เขาตกลงทำข้อตกลงชั่วคราวก็เพื่อหลีกเลี่ยง &lt;strong&gt;“หายนะทางเศรษฐกิจ”&lt;/strong&gt; ทั้งยังกล่าวชื่นชมที่ราคาน้ำมันลดลงหลังจากบรรลุข้อตกลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์มองว่า ทางเลือกของทรัมป์ในเวลานี้มีอยู่อย่างจำกัด และแทบทุกทางเลือกต่างก็มีข้อเสีย หากสหรัฐเลือกที่จะยกระดับการโจมตีเกินกว่าการตอบโต้กันไปมาเช่นในขณะนี้ ก็อาจทำให้กลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นไปแล้วราว 7% แม้จะปรับลดลงมาเล็กน้อยในปลายสัปดาห์ ในทางกลับกัน หากทรัมป์เลือกถอยท่ามกลางการท้าทายของอิหร่าน ก็อาจยิ่งทำให้อิหร่านเชื่อว่า พวกเขาสามารถใช้อำนาจต่อรองบีบสหรัฐผ่านการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์อาจหวังว่า การโจมตีทางทหารจะกดดันให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ระบุว่าคือเป้าหมายหลักของเขาในสงครามครั้งนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านพร้อมจะยอมอ่อนข้อในระดับที่ทรัมป์ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การโจมตีของทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์นี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อกำหนดจุดยืนของแต่ละฝ่ายก่อนการเจรจาในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาลี วาเอซ&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการฝ่ายอิหร่านของ International Crisis Group ให้ความเห็นว่า การยกระดับการข่มขู่และเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านในครั้งนี้ อาจเป็นยุทธวิธีที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่ผ่านมา เพราะสหรัฐกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สถานการณ์ในเวลานี้ดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันทางทหารให้มากขึ้น โดยที่ยังไม่ถึงขั้นปิดประตูการเจรจาทางการทูตเสียทีเดียว แต่การต่อรองด้วยการใช้แรงกดดันบีบบังคับเป็นเกมที่อันตราย เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง การใช้มาตรการกดดันอาจสร้างพลวัตของตัวเองจนควบคุมไม่ได้ และท้ายที่สุดอาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ทั้งที่เดิมทีจุดประสงค์ของการกดดันนั้นคือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงคราม&amp;#8221; วาเอซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวาเอซก็มองว่า อิหร่านยังคงมีเหตุผลทุกประการที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อิหร่านจะต้องมีการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ได้มีการสัญญาไว้ภายใต้ MOU&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งด้านเศรษฐกิจและศักยภาพทางทหาร ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเพิกถอนข้อยกเว้นที่อนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งกระทบกับผลประโยชน์สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่อิหร่านได้รับจากข้อตกลงชั่วคราวถูกยกเลิก ถึงกระนั้น ผู้นำสายแข็งของอิหร่านก็ดูพร้อมจะรับมือกับแรงกดดันและความเสียหายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านระบุว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณายังรวมถึง การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์บริเวณทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แอรอน เดวิด มิลเลอร์&lt;/strong&gt; อดีตผู้เจรจาด้านตะวันออกกลางของรัฐบาลสหรัฐ ทั้งในสมัยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน มองว่า ทรัมป์ทำให้ตัวเองจนมุม ไม่ว่าจะใช้วิธีทางทหารหรือการทูต และไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะได้อะไรจากอิหร่านมากนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะแม้ก่อนหน้าที่จะเกิดการตอบโต้กันในคราวนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อว่า สหรัฐและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรได้ภายในกรอบเวลา 60 วันตามที่กำหนดไว้ใน MOU เพราะประเด็นที่ยากที่สุดที่ถูกเลื่อนออกมาเจรจาตามกรอบเวลาดังกล่าว จนถึงขณะนี้ก็แทบไม่มีความคืบหน้า และยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเจรจารอบต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ข่าวกรองในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับความพยายามไกล่เกลี่ยระบุว่า ขณะนี้ความขัดแย้งได้มาถึงขั้นวิกฤตแล้ว เพราะความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันเพิ่มสูงขึ้น กระนั้นก็ดี เจ้าหน้าที่รายหนึ่งยังยืนยันว่า การสื่อสารระดับสูงยังคงดำเนินอยู่ต่อไปตลอดเวลาเพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิง โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานและกาตาร์ รวมถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์ เป็นผู้นำความพยายามดังกล่าว ขณะเดียวกัน&lt;strong&gt;ประธานาธิบดีเรเจพ เทยิป แอร์โดอัน&lt;/strong&gt; ของตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดนาโตที่เพิ่งจบลงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม และผู้นำซาอุดีอาระเบียก็มีส่วนร่วมในความพยายามนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกาตาร์ยังได้ออกแถลงการณ์ว่า กาตาร์สนับสนุนความพยายามทุกทางเพื่อควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลายออกไป เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานที่ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการมีส่วนร่วม การเจรจา และการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือสันติภาพในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โจนาธาน พานิคอฟ&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐด้านตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันทำงานที่สถาบันวิจัย Atlantic Council ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า รูปแบบเช่นนี้น่าจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์ไม่น่าจะย้อนกลับไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ &lt;strong&gt;&amp;#8220;สภาพปกติใหม่&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นี้จะกลายเป็นความไร้เสถียรภาพที่ถูกควบคุมไว้ คือมีความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยไม่มีทางออกที่ถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ทรัมป์ซึ่งเคยเรียกร้องให้อิหร่าน &lt;strong&gt;&amp;#8220;ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข&amp;#8221;&lt;/strong&gt; กลับไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลายประการที่เขาตั้งไว้ และยังเปลี่ยนแปลงท่าทีไปมาตลอดช่วงสงคราม โดยประเด็นสำคัญที่กระทบกับโลกอย่างการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่วุ่นวายไม่จบสิ้นจนถึงนาทีนี้ ก็ล้วนมาจากการเปิดฉากทำสงครามของทรัมป์และอิสราเอลทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด &lt;strong&gt;โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ&lt;/strong&gt; ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาระดับสูงของอิหร่าน โพสต์ว่า &amp;#8220;ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งภายใต้ข้อตกลงของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านการข่มขู่ของสหรัฐ&amp;#8221; ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดไม่น่าจะ &lt;strong&gt;&amp;#8220;จบง่าย&amp;#8221;&lt;/strong&gt; อย่างที่ทรัมป์คาดหวังหรือต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยิ่งเหตุปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยิ่งลากยาวออกไปเท่าไหร่ ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญมันไม่เป็นผลดีกับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ อิหร่าน และประชาคมโลก (เรียบเรียงจากเอพี/รอยเตอร์)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:47:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:47:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393]]></link><pubDate>2026-07-12T14:17:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802393</guid><description>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ในโอกาสที่ฝ่ายเมียนมาเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และหารือความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงชายแดน การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษในแม่น้ำ ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมา รวมถึงพัฒนาการเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและการปรองดองในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802413&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T07:17:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T07:17:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342]]></link><pubDate>2026-07-12T13:47:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802342</guid><description>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม โดยมีผลกับเมืองคยองซานและเมืองโพฮัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ภายใต้ระบบการแจ้งเตือนระดับสูงสุดรูปแบบใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งนำมาใช้เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเตือนประชาชนเกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ประกาศเตือนภัยระดับสูงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในทั้งสองเมืองตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันอาทิตย์ หลังจากอุณหภูมิเมื่อวันเสาร์พุ่งสูงถึง 39.9 องศาเซลเซียส ในเมืองคยองซาน และ 37.2 องศาเซลเซียส ในเมืองโพฮัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าอุณหภูมิในทั้งสองเมืองจะยังคงแตะระดับ 39 องศาเซลเซียส อีกครั้งในวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรงในเมืองคยองซานและโพฮังครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มใช้ระบบแจ้งเตือนคลื่นความร้อนรูปแบบใหม่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รับมือกับภาวะอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ระบบเตือนภัยใหม่นี้ จะมีการประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง เมื่อพยากรณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดของวันจะอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้หรือดัชนีความร้อนอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้นติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้คำเตือนคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง ประชาชนจะได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในที่ร่ม และดื่มน้ำให้มาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:56:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:56:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292]]></link><pubDate>2026-07-12T13:06:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802292</guid><description>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถาม: เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจไทยได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีรายงานว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลเมืองจีนบางราย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอบ: ฝ่ายจีนได้รับทราบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในรายงานข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความซับซ้อน โดยผู้กระทำผิดได้สมคบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนคดีตามกฎหมาย ฝ่ายจีนไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลจีนยึดมั่นมาโดยตลอดในการกำชับให้พลเมืองจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่พำนัก&lt;/strong&gt; สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ฝ่ายจีนยึดหลักการดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายจีนเคารพการที่ฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย พร้อมทั้งหวังว่าฝ่ายไทยจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในระหว่างการดำเนินคดี โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ฝ่ายจีนพร้อมที่จะส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือในทุกสาขาของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:54:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:54:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127]]></link><pubDate>2026-07-12T09:09:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802127</guid><description>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านยังบอกด้วยว่า จะทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสหรัฐจะยุติการแทรกแซงในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายวันในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันที่ได้ลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายน แม้ว่าทรัมป์จะยังคงเปิดทางสำหรับการเจรจาต่อไปก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่า ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากได้ทำการยิงเตือนไปโดนเรือที่กำลังเดินเรือในเส้นทางซึ่งไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตือนว่าการตอบโต้ใดๆ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง และว่า มีเรือหลายลำพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต และเพิกเฉยต่อคำเตือนให้เปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า เรือที่ถูกโจมตีคือ M/V GFS Galaxy ซึ่งเป็นเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงไซปรัส โดยห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ได้เริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อเวลา 19.15 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์เตือนว่า หากสหรัฐตอบโต้เหตุการณ์เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ จะมีการโจมตี &amp;#8220;ฐานทัพใหม่ของศัตรู&amp;#8221; ในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุว่า ทรัมป์เป็นผู้สั่งการให้เปิดปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำถามเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเผยว่า วอชิงตันเรียกร้องให้เตหะรานประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซ และรับรองว่าเส้นทางเดินเรือทั้งหมดจะเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรีโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยเขาโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ว่า &amp;#8220;การปฏิบัติตามข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามร่วมกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่าน สหรัฐ กาตาร์ และปากีสถาน ได้ตกลงที่จะเปิดการเจรจาในการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยมีความพยายามของประเทศคนกลางที่จะจัดการเจรจาในวันเสาร์ ระหว่างที่นายอารักชีเดินทางเยือนโอมาน ซึ่งกำลังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความพยายามดังกล่าวประสบผลสำเร็จหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอารักชีและนายบัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน พบหารือกันที่โอมาน เพื่อแลกเปลี่ยน &amp;#8220;มุมมองเกี่ยวกับกลไกที่เหมาะสมในการทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความปลอดภัย&amp;#8221; ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวทางการของโอมานรายงานว่า ผู้แทนเจรจาของโอมานและอิหร่านจะเดินหน้าการหารือต่อไป &amp;#8220;ทั้งในระดับเทคนิคและระดับการเมือง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า โอมานได้เสนอร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำหนดให้เรือทุกลำสามารถเดินเรือได้อย่างเสรีผ่านช่องเดินเรือด้านใต้ซึ่งอยู่ในน่านน้ำของโอมาน ส่วนเรือที่ต้องการใช้ช่องเดินเรือด้านเหนือซึ่งอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน จะต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากอิหร่าน แต่จะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า อิหร่านจะล้างแค้นต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคนก่อน บิดาของเขาซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงแรกของสงคราม พร้อมระบุว่า การล้างแค้นจะเกิดขึ้นไม่ว่าอิหร่านจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใดก็ตาม โดยระบุว่า &amp;#8220;เราขอปฏิญาณว่าจะล้างแค้นให้เลือดของผู้นำผู้พลีชีพ และผู้พลีชีพทุกคน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยโมจตาบา คาเมเนอีไม่ได้เข้าร่วมพิธี และยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้ มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ข้อความเมื่อวันศุกร์ว่า เขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมยิงขีปนาวุธหลายพันลูกเข้าใส่อิหร่าน หากเตหะรานพยายามลอบสังหารเขา หลังจากที่สื่อสหรัฐอีกหลายแห่งรายงานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า อิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับรัฐบาลสหรัฐ ว่าอิหร่านวางแผนที่จะลอบสังหารทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามได้ทำให้ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเผชิญความไม่มั่นคง ขณะที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:alternative><dc:abstract>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T04:54:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T04:54:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098]]></link><pubDate>2026-07-12T08:41:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802098</guid><description>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอพยพประชาชนเกือบ 2 ล้านคนซึ่งอยู่ในเส้นทางของพายุดังกล่าว บาหวี่ถือเป็นพายุลูกที่ 2 ที่พัดถล่มจีนในรอบสัปดาห์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้ฝุ่นไมสักเพิ่งถล่มจีนตอนใต้เมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวกลุ่มฝนของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่วัดจากปลายด้านหนึ่งจรดอีกด้านหนึ่งกินพื้นที่สูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่าความยาวของประเทศฝรั่งเศส ได้พัดขึ้นฝั่งของจีนครั้งแรกที่เมืองไท่โจวในเย็นวันเสาร์ ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งครั้งที่สองที่เมืองเหวินโจวประมาณเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ติดทะเลจีนตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนระบุว่า ขณะขึ้นฝั่งเมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องราว 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 จะเคลื่อนตัวช้าลงอย่างต่อเนื่องขณะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่พายุลูกนี้ยังคงเป็นอันตรายร้ายแรง เนื่องจากมีปริมาณความชื้นมหาศาลสะสมอยู่ในแนวกลุ่มฝนของพายุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อของทางการจีนรายงานว่า มีการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านคนในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองไถโจว นอกจากนี้ยังมีการอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คนจากมณฑลฝูเจี้ยนและกรุงปักกิ่ง รวมถึงอีกประมาณ 34,000 คนจากนครเซี่ยงไฮ้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนคาดว่า บาหวี่จะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นพิเศษในพื้นที่ตะวันออกของมณฑลเจ้อเจียงและทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลฝูเจี้ยน พร้อมเสริมว่า การอพยพเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านในมณฑลเจ้อเจียง และอีกหลายพันคนในมณฑลใกล้เคียงแล้ว ยังมีการสั่งปิดโรงเรียน ที่ทำงาน และกิจกรรมกลางแจ้งในมณฑลเจ้อเจียง ด้านเที่ยวบิน 400 เที่ยวและบริการรถไฟหลายสิบเที่ยวถูกยกเลิก โดยมีรายงานว่า เมืองเหวินโจว ซึ่งมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ก็อยู่ใกล้กับเส้นทางของไต้ฝุ่นบาหวี่เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่ได้ทวีกำลังเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นก่อนพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ด้วยความเร็วลม 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่พายุเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก ความเร็วลมลดลงเหลือ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนพัดขึ้นฝั่งจีนในวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T05:26:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T05:26:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>716</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>716</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413]]></link><pubDate>2026-07-10T15:19:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5800413</guid><description>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต้ของประเทศสเปนให้ได้รับความเสียหายหนัก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานเบื้องต้นว่าในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งนี้มีชาวอังกฤษอยู่ด้วย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงของสเปนราว 150 นาย เร่งระดมกำลังควบคุมไฟป่า ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากสายไฟที่ขาดแล้วตกลงมา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามสู่พื้นที่ป่ารอบเมืองลอสกัลลาร์ดอส ในจังหวัดอัลเมอเรียของสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันโตนิโอ ซานซ์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้มีความซับซ้อนและลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่หรืออาจทั้งหมดอาจเป็นชาวต่างชาติ โดยผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอังกฤษ ถูกพบติดอยู่ในรถยนต์ของพวกเขา ส่วนเหยื่ออีกรายพบในที่อื่นที่ดูเหมือนว่าเขากำลังพยายามหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุไฟป่าครั้งนี้ยังส่งผลให้มีการปิดถนนและต้องอพยพประชาชนราว 1,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลายชาติยุโรปทั้งสเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกสต่างกำลังต่อสู้กับเหตุไฟป่าในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปอย่างต่อเนื่องและทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงสุดถึงราว 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:alternative><dc:abstract>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T08:19:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T08:19:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875]]></link><pubDate>2026-07-10T12:06:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799875</guid><description>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่าอิหร่านวางแผนการใหม่ที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวระบุว่าอิสราเอลได้แจ้งเตือนเรื่องนี้กับสหรัฐในสัปดาห์นี้ แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน สหรัฐได้รับข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการวางแผนลอบสังหารทรัมป์ แต่การเตือนภัยครั้งนี้จากอิสราเอลถือเป็นเรื่องใหม่และเกี่ยวข้องกับแผนการลอบสังหารที่เจาะจงชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐยังตั้งข้อสังเกตว่าการให้ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวของอิสราเอลอาจเป็นความพยายามหวังผลที่จะโน้มน้าวการตัดสินใจของทรัมป์ ในขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเพื่อตอบโต้อิหร่านหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นระบุว่ารายละเอียดของแผนลอบสังหารที่อิสราเอลแจ้งเตือนต่อสหรัฐนั้นยังไม่มีความชัดเจนในทันที โดยแหล่งข่าว 2 รายระบุว่าสหรัฐยังไม่ได้ตรวจสอบข่าวกรองดังกล่าวและไม่ได้ตามเรื่องนี้มาก่อนที่จะได้รับคำเตือนจากอิสราเอล แม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาเตือนโดยตลอดว่าอิหร่านอาจพยายามสังหารทรัมป์ เพื่อแก้แค้นต่อการที่ทรัมป์ได้อนุมัติคำสั่งในการส่งโดรนโจมตีสังหารพลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านจนเสียชีวิตในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับข้อมูลข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐกล่าวว่าหน่วยข่าวกรองกำลังติดตามกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับการโจมตีแต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ และแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐกังวลว่าอิหร่านจะเล็งเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในปัจจุบันและอดีตหลายคนของสหรัฐด้วย แต่แหล่งข่าวคนดังกล่าวมองว่า การให้ข้อมูลข่าวกรองของอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของอิสราเอลในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทรัมป์เกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบางคนในหน่วยข่าวกรองสหรัฐมักไม่ได้เชื่อถือรายงานของอิสราเอลเสมอไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมีการขอความเห็นเกี่ยวกับการให้ข้อมูลดังกล่าวของอิสราเอลซึ่งเดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นผู้เปิดประเด็นข่าวนี้เจ้าแรกนั้น ทำเนียบขาวได้อ้างความเห็นของทรัมป์เมื่อไม่กี่วันนี้ที่กล่าวถึงความต้องการของอิหร่านที่จะสังหารเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาต้องการกำจัดผู้นำสหรัฐ ซึ่งก็คือตัวผม ผมมีชื่ออยู่ในทุกบัญชีรายชื่อที่ว่านั่น เมื่อเช้านี้ผมเห็นแล้วว่าผมอยู่ในบัญชีของพวกเขาทุกฉบับเลย ถึงตอนนี้ถือว่าผมยังโชคดีอยู่บ้าง แต่อาจจะโชคดีได้ไม่นาน คนพวกนี้ชั่วร้าย เป็นคนป่วย และเราจำเป็นต้องกำจัดมะเร็งร้ายนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาทรัมป์กล่าวอีกว่าเขาเพิ่งรู้ข่าวเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อใหม่ที่ระบุว่าเขาตกเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่อิหร่านต้องการลอบสังหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์กล่าวถึงข้อมูลข่าวกรองชุดใหม่จากอิสราเอลหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เตหะรานที่ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านั้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างยังข่มขู่และเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T05:06:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T05:06:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767]]></link><pubDate>2026-07-10T11:04:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799767</guid><description>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก ดินถล่ม และน้ำท่วม โดยคาดว่าบาหวี่อาจเป็นพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดให้กับภูมิภาคนี้ในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงเช้าวันศุกร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีได้เคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะซากิชิมะ ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ใกล้กับไต้หวัน โดยมีความเร็วลมสูงสุด 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่ต่างเร่งเตรียมรับมือกับพายุ โดยนำเทปกาวไปปิดกระจกหน้าต่างเพื่อป้องกันกระจกแตกจากแรงลม และติดตั้งตาข่ายกันลมบริเวณบ้านเรือนและร้านค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงเที่ยวบินที่มีกำหนดเดินทางในวันเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่อิชิงากิ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะสำคัญของหมู่เกาะซากิชิมะและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ประชาชนพากันกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค จนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งถูกซื้อจนเกลี้ยงชั้นวาง ขณะที่ชายหาดสาธารณะ สวนสาธารณะริมชายฝั่ง และท่าเรือเฟอร์รี่หลายแห่ง ดูเหมือนจะปิดให้บริการแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เกาะไต้หวันซึ่งอยู่ใกล้เคียง ตลาดการเงินประกาศปิดทำการตลาดตลอดทั้งวัน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของไต้หวันก็ประกาศให้ผู้คนหยุดงานด้วย ด้านรัฐบาลไทเปได้จัดตั้งจุดแจกกระสอบทรายให้ประชาชนนำไปใช้ป้องกันน้ำท่วมตามบ้านเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าคาดว่าพายุบาหวี่จะไม่ขึ้นฝั่งไต้หวันโดยตรง แต่น่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ โดยบางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 1 เมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันระบุว่า ได้อพยพประชาชนมากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งภูเขาทางภาคตะวันออกของเกาะ และได้จัดกำลังทหารเกือบ 29,000 นาย เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายไล่ ชิง เต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า แม้ว่าพายุไต้ฝุ่นจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อยและถูกลดระดับลงเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังปานกลางแล้ว แต่รัศมีของพายุยังคงกว้างมาก และยังอาจนำลมแรงและฝนตกหนักมาสู่หลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินของไต้หวันยังประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ที่ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ซึ่งเป็นสนามบินหลักที่ตั้งอยู่นอกไทเป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงค่ำวันเสาร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองเวินโจว ทางชายฝั่งตะวันออกของจีน ซึ่งมีประชากรราว 10 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T04:04:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T04:04:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692]]></link><pubDate>2026-07-10T10:31:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799692</guid><description>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถูกฝังที่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ โดยมีประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากข้าร่วมในพิธีศพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของพิธีศพอันยิ่งใหญ่ ขณะที่นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฝังศพมีขึ้นที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เกิดขึ้นหลังจากการจัดขบวนแห่ศพ การชุมนุม และพิธีไว้อาลัยต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาปะทุของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากสงบศึกกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเมเนอีเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสงคราม ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ร่างของคาเมเนอีถูกนำไปตั้งไว้บนรถบรรทุก ซึ่งเคลื่อนผ่านถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนในเมืองมัชฮัดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ซึ่งมีโดมสีทองและหออะซานอันโดดเด่น โดยมีนักบวชนิกายชีอะห์สวมผ้าโพกศีรษะสีขาวเดินประกบอยู่ทั้งสองข้างรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหลังรถบรรทุกมีผู้ร่วมไว้อาลัยสวมชุดดำเดินตามมาอย่างหนาแน่น หลายคนโบกธงชาติอิหร่าน ชูภาพของคาเมเนอี และถือป้ายสีแดงที่มีข้อความปลุกเร้าอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีฝังศพครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของงานศพของอดีตผู้นำอิหร่าน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไว้อาลัยตลอดหนึ่งสัปดาห์โดยจัดขึ้นทั้งในอิหร่านและอิรัก ซึ่งผู้นำศาสนาของอิหร่านสนับสนุนให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังและความศรัทธาทางอุดมการณ์ของรัฐที่ปกครองด้วยหลักศาสนา โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมพิธีศพดังกล่าวมากถึง 12-15 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ชะตากรรมและที่อยู่ของโมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้นำศาสนาเมื่อต้นเดือนมีนาคม หนึ่งสัปดาห์หลังการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาของเขา ยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมจตาบาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แม้ว่าจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพถ่าย วิดีโอ หรือบันทึกเสียงของเขาแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงในอิหร่านเผยว่า โมจตาบาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาและครอบครัวของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉมและแขนขาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะนี้โมจตาบากำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน ด้านหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านก็พยายามจำกัดการปรากฎตัวของเขา เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝูงชนจำนวนมากเบียดเสียดกันในเมืองมัชฮัดเพื่อรอขบวนแห่ศพของคาเมเนอี ต่างตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้ล้างแค้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นผู้สั่งสังหารคาเมเนอีว่า &amp;#8220;ขอสาบานด้วยเลือดของผู้นำสูงสุด ทรัมป์ พวกเราจะฆ่าคุณ!&amp;#8221; ขณะที่สตรีหลายคนชูป้ายข้อความว่า &amp;#8220;Kill Trump&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ฆ่าทรัมป์&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ลานกว้างของปูชนียสถานอิหม่ามเรซาเต็มไปด้วยผู้ร่วมไว้อาลัยจำนวนมหาศาล มีเสียงตะโกนว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ&amp;#8221; ดังไปทั่ว ท่ามกลางเสียงบทสวดไว้อาลัยและเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงผ่านเครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งยกโลงศพของคาเมเนอีขึ้นจากรถบรรทุก เพื่อนำข้ามฝูงชนที่หนาแน่นจนแทบไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ ไปยังซุ้มโค้งประดับกระเบื้องสีน้ำเงินภายในปูชนียสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมสดาฟา คาเมเนอี บุตรชายคยนโตของอดีตผู้นำอิหร่าน เป็นผู้นำประกอบพิธีละหมาดศพ ก่อนที่ผู้ร่วมไว้อาลัยชายจำนวนมากจะช่วยกันแบกโลงศพ ซึ่งตกแต่งด้วยสีแดง สีขาว และสีเขียวของธงชาติอิหร่าน เข้าไปภายในปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีจำนวนมากที่ถือเทียน ยื่นมือไปทางโลงศพ และร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พิธีฝังศพของคาเมเนอี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตพร้อมกัน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:alternative><dc:abstract>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T07:07:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T07:07:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581]]></link><pubDate>2026-07-10T08:22:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799581</guid><description>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แม้ว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะชะลอตัวลงอีกครั้งก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 2.5% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐ ปิดตลาดลดลง 2.3% อยู่ที่ 71.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวนทางกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง และเลือกมองข้ามความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐปิดตลาดในแดนบวกทั้งหมด โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.27% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้น 0.81% และดัชนีแนสแด็ก ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง พุ่งขึ้นถึง 1.3% ด้านดัชนี MSCI ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับเพิ่มขึ้น 0.72%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ระบุว่า จีนอาจอนุญาตให้บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศสามารถเข้าถึงชิป H200 ของบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI ของโลก ได้ในวงจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้รับแรงกระตุ้นจากข่าวที่ว่า การเสนอขายหุ้นของบริษัท SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ในตลาดสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยมียอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายมากกว่า 7 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า SK Hynix มีแผนกำหนดราคาหุ้น American Depositary Receipts (ADR) ที่ 149 ดอลลาร์ต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ประมาณ 26,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการชิปสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้เป็นไปตามแผน จะกลายเป็นการเสนอขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งระดมทุนได้เป็นสถิติถึง 85,700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งสะท้อนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นอีก 3%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% แตะ 4,121.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T01:22:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T01:22:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938]]></link><pubDate>2026-07-09T16:44:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798938</guid><description>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจีนแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ราย หลังเกิดเหตุพายุโซนร้อนพัดถล่ม และทำให้เกิดฝนตกหนัก ขณะที่ไต้หวันและชายฝั่งตะวันออกของจีน เตรียมเจอกับไต้ฝุ่นที่กำลังจะพัดถล่มอีกลูกในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายติ่ง เว่ย รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ อยู่ที่เมืองเหิงโจว ที่ซึ่งอ่างเก็บน้ำบางส่วนพังทลายลง ทำให้น้ำจำนวนมากหลากเข้าท่วมตัวเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 9 ราย ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า พายุโซนร้อนไมสัก ได้ทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในเขตพื้นที่กว่างซี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทำให้อ่างเก็บน้ำแตก ผู้คนติดค้างในบ้านและอาคารต่างๆหลายวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พายุอีกลูก คือ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่ขณะนี้ยังอยู่ในทะเล และคาดว่า จะพัดผ่านตอนเหนือของไต้หวัน ทำให้เกิดฝนตกหนักบนเกาะไต้หวัน ก่อนจะขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง หรือ ฝูเจี้ยน ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน แจ้งว่า พายุดังกล่าวจะทำให้เกิดฝนตกหนักกว่าที่คาด ทางตอนใต้ของกว่างซี เป็นเวลาหลายวัน โดยบางพื้นที่คาดว่าจะมีฝน 10-40 เซนติเมตร และพื้นที่ที่เจอหนักที่สุดคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึงกว่า 90 เซนติเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทีมกู้ภัยกำลังพยายามนำนักเรียนและครูกว่า 10,000 คน ออกจากโรงเรียนหลายแห่ง ในเมืองกุ้ยกัง ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเหิงโจว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-20T09:21:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-20T09:21:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>767</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>767</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879]]></link><pubDate>2026-07-09T16:20:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798879</guid><description>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่หลังการประกาศกฎอัยการศึกในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินข้างต้นมีขึ้นหลังจากศาลสูงกรุงโซล ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน ให้ลงโทษจำคุกนายยุนจาก 5 ปี เป็น 7 ปี หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาเพิ่มเติม ขณะที่ในการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลระบุว่านายยุนมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ รวมถึงความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสื่อต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดีนี้ศาลสูงสุดที่ตัดสินยืนตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ชี้ว่า ไม่ได้มีการตีความผิดเกี่ยวกับการตีความในข้อกฎหมายใดๆ ในคำพิพากษาก่อนหน้านี้ของศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังคำพิพากษาทีมทนายความของนายยุนระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยสืบเนื่องจากคำตัดสินในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะโต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำพิพากษานี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึงการยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;#8221; ทนายความของยุนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้อัยการได้ร้องต่อศาลให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุนในคดีนี้เป็นเวลา 10 ปี โดยกล่าวหาว่าเขาใช้อำนาจโดยมิชอบและสร้างความเดือดร้อนให้กับสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยุน อดีตอัยการที่ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีก่อนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ปัจจุบันอยู่ในวัย 65 ปี ยังถูกศาลตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในข้อหาวางแผนก่อการกบฎซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกาศใช้กฎอัยการศึก นอกจากนี้เขายังถูกดำเนินคดีอื่นๆ อีก 7 คดี และได้ถูกคุมขังมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:alternative><dc:abstract>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T09:20:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T09:20:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601]]></link><pubDate>2026-07-09T14:54:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798601</guid><description>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันให้แก่ยูเครนอย่างมาก หลังจากยูเครนร้องขอการอนุมัติในการผลิตอาวุธป้องกันตนเองมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในที่ประชุดสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนว่า สหรัฐจะอนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออตได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยูเครนจะมาร้องเรียนว่าสหรัฐไม่ส่งความช่วยเหลืออย่างเพียงพอไม่ได้อีกต่อไป พร้อมกล่าวว่า ขีปนาวุธแพทริออตเป็นอาวุธเพื่อการป้องกันตนเอง ซึ่งเขาชอบมากกว่าอาวุธโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดที่เจาะจง แต่บรรยากาศระหว่างการประชุมมีแนวโน้มดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เคยวิพากษ์เซเลนสกีว่าเป็นพวก ‘ไม่สำนึกบุญคุณ’ อย่างเห็นได้ชัด โดยทรัมป์ระบุว่า เขาและเซเลนสกีมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าสหรัฐจะจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตให้ยูเครนเพิ่มเติมทันทีหรือไม่ ทรัมป์ตอบกลับว่าจะส่งขีปนาวุธบางส่วนไปทันที เพราะสหรัฐมีขีปนาวุธแพทริออตในครอบครองไม่มากนัก และเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์คิดว่ายูเครนสามารถเริ่มผลิตเองได้อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า &amp;#8220;ผมคิดว่าพวกเขาสามารถผลิตได้ค่อนข้างเร็ว เมื่อสหรัฐอธิบายเสร็จแล้ว จากนั้นจะนำบริษัทมาที่นี่เพื่อให้คุณทำงานร่วมกับบริษัทเหล่านั้น ซึ่งมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมด้านการผลิตอาวุธที่มีความสลับซับซ้อน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาจะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียในวันเดียวกัน ทั้งยังอวดอ้างด้วยว่า “เราได้จบสงครามไปเป็นจำนวนมาก และนี่อาจจะเป็นสงครามที่ผมคิดว่ามันจะง่ายที่สุด ปูตินเป็นคนที่คุยด้วยยาก และชายคนนี้ก็เป็นคนคุยด้วยยากเช่นกัน” โดยทรัมป์หมายถึงเซเลนสกีที่นั่งหารืออยู่ข้างตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีร้องขอขีปนาวุธแพทริออตจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาอาวุธทั้งหมดของยูเครนที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธต่าง ๆ ที่มีความเร็วสูงมากได้อย่างมีประสิทธิภพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียออกมาประณามการตัดสินใจของนาโตในการประชุมสุดยอดที่ตุรกี หลังจากที่พันธมิตรนาโตประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:54:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:54:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525]]></link><pubDate>2026-07-09T14:33:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798525</guid><description>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก(COE) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในระบบโควตาจำกัดจำนวนรถยนต์ของสิงคโปร์ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก จากรายงานที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1.6 ลิตร ในสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากรราว 6.1 ล้านคน ได้จัดประมูลใบอนุญาตครอบครองรถยนต์เป็นประจำ โดยกำหนดจำนวนใบอนุญาตที่จะออกในแต่ละรอบ เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์เป็นเวลา 10 ปี มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนในประเทศให้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งระบบการประมูลนี้ทำให้สิงคโปร์ กลายเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ปัจจุบัน เฉพาะค่าใบอนุญาตครอบครองรถเพียงอย่างเดียวในสิงคโปร์ เทียบได้เท่ากับการซื้อรถยนต์โตโยต้า โคโรลลาในสหรัฐอเมริกา ได้ถึง 4 คัน ส่วนรถยนต์รุ่นเดียวกันนี้ในสิงคโปร์ หากรวมค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและภาษีต่างๆ แล้ว จะมีราคาอยู่ที่ 179,888 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4.65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีของภาคครัวเรือนโดยเฉลี่ยในสิงคโปร์อยู่ที่ 149,352 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.86 ล้านบาท ขณะที่แฟลตที่พักขนาดเล็กที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐมีราคาเริ่มที่ 139,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.59 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคมปี 2023 ใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดใหญ่ในสิงคโปร์พุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 77,500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าใบอนุญาตได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 78,844 ดอลลาร์สหรัฐ (102,009 ดอลลาร์สิงคโปร์) ในการประมูลครั้งแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการตอบกระทู้ถามในรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมเกี่ยวกับค่าใบอนุญาตที่เพิ่มสูงขึ้น นายเจฟฟรีย์ เซียว รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ กล่าวว่า ความต้องการยังคงมีอยู่อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ในขณะที่จำนวนใบอนุญาต COE สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่เปิดให้ประมูลนั้นมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:alternative><dc:abstract>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:38:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:38:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
