หน้าแรก เศรษฐกิจ รถยนต์ เบนท์ลีย์ ฟลา...

เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ซุปเปอร์คาร์ไฮบริดเจนใหม่ พละกำลัง 680 แรงม้า ราคา 18.1 ล้าน

5.06.26 | 12:07 น.

เบนท์ลีย์ ฟลายอิ้ง สเปอร์ ซุปเปอร์คาร์ไฮบริดสายพันธุ์สปอร์ต 4 ประตูเจนใหม่ กำลัง 680 แรงม้า ราคา 18.1 ล้าน

รายงานข่าวจาก เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แจ้งว่า เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ เปิดตัว ฟลายอิ้ง สเปอร์ โฉมใหม่ (New Flying Spur) พลิกโฉมยนตรกรรมหรูสู่ซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์สปอร์ตแบบ 4 ประตู แต่ยังคงเน้นความหรูหราของงานฝีมือในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ ยนตรกรรมเจเนอเรชันล่าสุด

มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์แบบ ไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ วี8 ไฮบริด (High Performance V8 Hybrid) ทรงพลังของเบนท์ลีย์ พร้อมรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ เน้นให้ดูสปอร์ตและโมเดิร์น โดยนำไฟหน้าแบบเดี่ยวกลับมาใช้ในยนตรกรรมซีดานอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2505 เพื่อให้สอดคล้องกับการออกแบบยนตรกรรมในตระกูล คอนทิเนนทัล จีที (Continental GT) เจเนอเรชันล่าสุด

Advertisement

รูปลักษณ์ความสปอร์ตสื่อออกมาด้วยกระจังหน้าถูกรวมเข้ากับกันชนหน้า พร้อมด้วยไฟหน้าแบบเดี่ยว มีให้เลือก 2 แบบในแต่ละรุ่น ช่องระบายอากาศที่บังโคลนหน้าถูกแทนที่ด้วยพื้นผิวเรียบเนียนและสะอาดตา ตกแต่งด้วยโลโก้บริเวณด้านหลังซุ้มล้อหน้า ฝากระโปรงท้ายแบบใหม่ พัฒนาจากสไตล์เดิมด้วยพื้นผิวเรียบเนียนและเส้นสายสะอาดตา เสริมด้วยไฟท้ายแบบใหม่ และกรอบป้ายทะเบียนสีเดียวกับตัวถัง พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบใหม่ เป็นออปชั่นเสริมสำหรับในรุ่น Azure และ S สายการผลิต New Flying Spur ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ มีกำหนดเริ่มต้นกันยายนนี้

Flying Spur รุ่นล่าสุดเป็นการกลับมาของรุ่นย่อย S เป็นรุ่นเน้นสมรรถนะและรูปลักษณ์ความสปอร์ต ต่อยอดจากรุ่น Continental GT S ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก new Flying Spur มาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แอคทีฟ แชสซี (Performance Active Chassis) และระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดสมรรถนะสูงอย่าง ไฮ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ไฮบริด (High Performance Hybrid) เพื่อการขับขี่แบบไดนามิก

สำหรับ Flying Spur S รุ่นล่าสุดนี้ เป็นรุ่นทรงสมรรถนะที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร มากกว่า Flying Spur S รุ่นก่อนเกือบ 20% มาพร้อมกับเฟืองท้ายจำกัดการลื่นไถลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (eLSD)

การกลับมาในรุ่น S ทำให้รูปแบบเบาะโดยสารเฉพาะรุ่นมีมากถึง 5 รูปแบบ แต่ละแบบต้องใช้เวลาผลิตด้วยมือถึง 12 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งภายในของเบนท์ลีย์ ใช้วัสดุบุรองแบบร่องหรือแบบเย็บขั้นสูง

เดอะ เวอร์ทูโซ คอลเลกชัน (The Virtuoso Collection) คำว่า Virtuoso มาจากภาษาอิตาลี มักใช้เรียกนักดนตรีหรือผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ คำนี้มักถูกนำมาใช้ตั้งชื่อชุดอุปกรณ์ระดับพรีเมียมหรือคอลเลกชั่นพิเศษ เช่น ออปชั่นระบบเสียงระดับท็อปของรถยนต์เบนท์ลีย์ ออปชั่นระบบเสียงใหม่นี้ โดดเด่นด้วยระบบเสียง เนม ฟอร์ มุลลิเนอร์ (Naim for Mulliner) ผสานกับวัสดุชั้นเลิศ งานปักอันเป็นเอกลักษณ์

รายละเอียดสีทองแชมเปญได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือด้านดนตรีชั้นสูง มีให้เลือกเป็นออชั่นในรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่นกับตัวเลือก 3 รูปแบบคัดสรรมา ได้แก่ Soprano, Tenor และ Bass ครอบคลุมตั้งแต่การตกแต่งภายในสงบและเรียบหรู ไปจนถึงการตกแต่งภายในดูเคร่งขรึมและดุดัน ออกแบบรายละเอียดสีทองแชมเปญทั่วทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร รวมถึงโลโก้เบนท์ลีย์ โลโก้คอลเลกชั่น ปลายท่อไอเสีย และแม้แต่กุญแจมีขอบสีทองแชมเปญ

New Flying Spur เปิดตัวพร้อมกับเฉดสีน้ำเงิน ดาร์ก ทีล (Dark Teal) เฉดสีภายนอกใหม่ล่าสุด นำเสนอสีน้ำเงินเมทัลลิกโทนกลางสวยงามและโดดเด่น พร้อมประกายสีเขียว ให้ความรู้สึกร่วมสมัยและหรูหราด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติกับเกล็ดเมทัลลิกละเอียด ช่วยเพิ่มมิติงดงาม เน้นรูปทรงของพื้นผิวให้ดูโดดเด่นขึ้น

ด้านสมรรถนะการขับขี่ ถือเป็นยนตรกรรมซีดานเร็วและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูล S ด้วยกำลังกว่า 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดสมรรถนะสูงในรุ่น S ใหม่นี้ ทรงพลังกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 130 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 308 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยอัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 3.7 วินาที

ระบบขับเคลื่อนขั้นสูงนี้ ได้รับการเสริมด้วยระบบช่วงล่างปัจจุบันมีเฉพาะในรุ่น สปีด (Speed) และ มุลลิเนอร์ (Mulliner) เท่านั้น ระบบช่วงล่าง เบนท์ลีย์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ แอคทีฟ แชสซี (Bentley Performance Active Chassis) ประกอบไปด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอคทีฟ (Active All Wheel Drive), โช้คอัพแบบวาล์วคู่, ระบบกระจายแรงบิด (จากด้านหน้าไปด้านหลังและข้ามเพลา), ระบบป้องกันการโคลงตัวแบบแอคทีฟ (Bentley Dynamic Ride 48V) และซอฟต์แวร์ควบคุม ESC รุ่นใหม่ และถือเป็นครั้งแรกในรุ่น Flying Spur S ที่มีเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นระบบช่วงล่างสำหรับรถยนต์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อล้ำสมัยที่สุดของเบนท์ลีย์ เน้นประสบการณ์การขับขี่และความเร้าใจในการขับขี่

เอกลักษณ์ความสปอร์ตในยนตรกรรมรุ่น S ใหม่ สื่อชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น ด้วยชุดแต่ง แบล็กไลน์ สเปกซิฟิเคชั่น (Blackline Specification) เพิ่มความโดดเด่นให้กันชนหน้าด้านล่าง พร้อมกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา พร้อมด้วยโลโก้และตัวอักษรเบนท์ลีย์สีดำ ช่วยเสริมรูปลักษณ์ให้ดูดุดัน ปราดเปรียว และทรงพลัง พร้อมองค์ประกอบอื่นบ่งบอกถึงสมรรถนะ ได้แก่ ฝาครอบกระจกมองข้างและคิ้วข้างประตูในเฉดสีดำ เบลูก้า (Beluga) ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี สีเข้ม พร้อมรายละเอียดการออกแบบแบบ พรีซิชั่น (Precision) คุณสมบัติเฉพาะในรุ่น Flying Spur Speed เท่านั้น โดยมีไฟท้ายสีเข้มและปลายท่อไอเสียแบบสปอร์ต ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ความสปอร์ตให้โดดเด่นขึ้น

เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับคำสั่งจอง New Flying Spur ในรุ่น New Flying Spur S ราคาเริ่มต้น 18.1 ล้านบาท พร้อมรับเอกสิทธิ์พิเศษ รับประกันมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมรับสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี

หมายเหตุ – คำว่า “Spur” เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษหมายถึง เดือยรองเท้าสำหรับใช้กระตุ้นม้า ขณะที่ “Flying” แปลว่า การบินหรือการทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อนำมารวมกันในชื่อรุ่น Bentley Flying Spur จึงเป็นการสื่อถึงพละกำลังอันมหาศาลของเครื่องยนต์พร้อมทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ดั่งม้าศึกกำลังควบทะยานไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง ขณะเดียวกันก็มอบความนุ่มนวลและหรูหราควบคู่กันไป