“บิ๊กตู่” ไม่รอช็อปปิ้งจาก คาราวานร้านค้ากลุ่มราษฎร ที่นัดเปิดแผงรอบทำเนียบฯ เย็นนี้
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 15.50 น. ภายหลังให้การต้อนรับนายปีร์กะ ตาปีโอละ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ที่เดินทางเข้าพบใน โอกาสพ้นจากหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เส้นทางเลี่ยงออกจากทำเนียบฯทางประตูน้ำพุ เลียบคลองผดุงกรุงเกษมไปยังวัดโสมนัสราชวรวิหารโดยมีภารกิจร่วมงานศพ ก่อนเดินทางกลับบ้านพัก การเปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากประตู 1 ฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ ซึ่งเป็นเส้นทางที่นายกรัฐมนตรีใช้ทุกวันนั้น เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังเตรียมความพร้อมก่อนที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และกลุ่มคณะราษฎร จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “เปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการนะจ๊ะ #ม็อบ2กรกฎา” ซึ่งมีการนัดหมายรวมตัวกันในเวลา 16.00 น. ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวมาที่ทำเนียบรัฐบาล ตามถนนพิษณุโลก
สำหรับการรักษาความปลอดภัยที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยได้ปิดประตูทางเข้าออกทั้งหมดยกเว้นบริเวณประตู 5 ตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยบุคคลที่จะเข้าออกต้องติดบัตรแสดงตนอย่างขัดเจน โดยตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่สะพานมัฆวานได้มีการตั้งจุดตรวจแล้ว เช่นเดียวกันกับที่บริเวณสี่แยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกตัดกับถนนนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นปิด ไปจนถึงสี่แยกสวนมิสกวัน
สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามหีบเพลง ปิดการจราจรทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ แยกพานิชการ จากแยกมิสกวัน แยกวัดเบญจมบพิตร- แยกนางเลิ้ง และสะพานเทวกรรม ถึงแยกพานิชการ ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล ในระยะ 200 เมตร พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาล พร้อมตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง ดูแล ความเรียบร้อยพื้นที่ชั้นใน และได้เตรียมกำลัง ตำรวจควบคุมสูงชน ไว้ 6 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหากเกิดเหตุชุลมุนหรือความไม่สงบ
อย่างไรก็ตาม ได้มีการเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน จอดไว้ฝั่งประตูห้าทำเนียบรัฐบาลตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรถน้ำ และรถควบคุมผู้ต้องขังอีก 3 คัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะจัดทีมเจ้าหน้าที่บันทึกภาพและเสียง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้ชุมนุม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทุกราย ทั้งนี้ตลอดการชุมนุมทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมไปแล้ว 223 คดี แบ่งเป็นสอบสวนและส่งฟ้องอัยการไปแล้ว163 คดี ระหว่างการสอบสวน60คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บเกี่ยวกับการชุมนุม

