หน้าแรก ในประเทศ สาวกาฬสินธุ์ส...

สาวกาฬสินธุ์สุดงง กยศ.ส่งใบทวงหนี้ ยันจ่ายครบปิดบัญชี 10 ปีแล้ว

25.08.20 | 10:34 น.

หญิงวัย 47 ปี เจ้าของสวนเกษตร ชาวตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สุดงงได้รับใบทวงหนี้ กยศ.จำนวน 34,500 บาท ยืนยันจ่ายครบปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2553 ระบุใบทวงหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางจิตตานันท์ สุริยะพงษ์ธร อายุ 47 ปี เจ้าของสวนเกษตรไร่ภูทองใบ อยู่บ้านเลขที่ 28 บ้านโคกแง้ หมู่ 5 ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ว่าตนได้รับหนังสือแจ้งการชำระหนี้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ด้วยวิธีการหักเงินเดือน จึงขอคำปรึกษาและขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าหนังสือดังกล่าวส่งมาถึงตนได้อย่างไร เพราะตนได้ชำระเงินกู้ กยศ.ทั้งหมดและปิดบัญชีแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2553 ที่ผ่านมา ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสามพราน จ.นครปฐม

นางจิตตานันท์กล่าวว่า ตนทำสัญญากู้เงิน กยศ.เมื่อปี 2540 ขณะกำลังศึกษาระดับ ปวส. วงเงิน 50,000 บาท ทั้งนี้ หลังจากจบการศึกษาแล้วตนได้ทำงานที่ต่างประเทศ ต่อมาในปี 2545 ได้รับแจ้งจากมารดาว่ามีหนังสือทวงหนี้จาก กยศ.ในช่วงที่ตนยังทำงานอยู่ต่างประเทศ จึงได้มอบหมายให้มารดาในฐานะผู้ค้ำประกันไปเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยที่ศาล จ.กาฬสินธุ์ โดยให้ผ่อนชำระทั้งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเดือนละ 700 บาท หลังจากนั้นก็ทราบจากมารดาผ่อนชำระมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตนกลับมาอยู่บ้าน ขณะที่มารดาได้เสียชีวิตไป

นางจิตตานันท์กล่าวอีกว่า หลังจากตนกลับมาบ้านในปี 2553 ได้ไปเปิดบัญชีเงินฝากที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสามพราน จ.นครปฐม แต่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ตนยังติดค้างชำระ กยศ.อยู่จำนวนหนึ่ง ประมาณ 24,000 บาท หากไม่ปิดบัญชีเงินกู้ดังกล่าวก่อนจะไม่สามารถเปิดบัญชีหรือสมุดเงินฝากเล่มใหม่ได้ ดังนั้น ตนจึงได้ชำระเงินกู้ กยศ.ตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งมา ซึ่งถือว่าเป็นการปิดบัญชีเงินกู้ กยศ.และสามารถเปิดบัญชีเล่มใหม่ได้ ซึ่งเป็นคำบอกของเจ้าหน้าที่ธนาคารดังกล่าว

นางจิตตานันท์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหรือตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ตนหรือทางบ้านไม่เคยได้รับหนังสือทวงหนี้จาก กยศ.อีกเลย แต่อยู่ๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีหนังสือทวงหนี้ กยศ.มาถึงตน โดยเป็นหนังสือแจ้งการชำระหนี้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ด้วยวิธีการหักเงินเดือน ระบุหนี้คงเหลือ 34,500.09 บาท เงินค้างชำระ 20,030.43 บาท ดอกเบี้ย 1,929.27 บาท และเบี้ยปรับ 12,540.39 บาท จึงทำให้ตนรู้สึกช็อก สงสัยและแปลกใจมากว่ามีหนังสือทวงหนี้ กยศ.มาถึงตนได้อย่างไร ในเมื่อได้ปิดบัญชีแล้วเมื่อ 10 ปีก่อน

“เมื่อได้รับหนังสือทวงหนี้ดังกล่าวตนได้โทรประสานตามหมายเลขที่ระบุมาในท้ายหนังสือทวงหนี้ กยศ. และทางธนาคารกรุงไทย สาขาสามพราน ซึ่งได้รับคำตอบเหมือนกันว่าตนยังติดค้างชำระอยู่ 34,500.09 บาท และให้นำใบเสร็จตอนไปชำระปิดบัญชีมายืนยัน ซึ่งตรงนี้ตนไม่สามารถค้นหาใบเสร็จดังกล่าวมายืนยันได้เนื่องจากเวลาผ่านมานานตั้ง 10 ปี ทั้งนี้ ตนได้ขอร้องให้ทาง กยศ.และธนาคารกรุงไทยตรวจเช็กสเตทเมนต์ก็ไม่พบหลักฐานว่าตนได้ชำระปิดบัญชีเงินกู้ประมาณ 24,000 บาทเมื่อ 10 ปีก่อนเลย จึงรู้สึกตกใจมากว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร” นางจิตตานันท์กล่าว

Advertisement

นางจิตตานันท์กล่าวในตอนท้ายว่า ข้อมูลที่ได้รับทราบจากการตรวจสอบสเตทเมนต์บัญชีเงินกู้ กยศ.ดังกล่าวในส่วนที่พบหลักฐานการชำระหลังปี 2553 คือมีการชำระ 2 ครั้ง คือ 14 กรกฎาคม 2553 จำนวน 990 บาท และ 14 ตุลาคม 2553 จำนวน 3,000 บาท โดยเป็นการโอนเงินเข้าเวลาประมาณ 24.00 น. ซึ่งตรงนี้ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้โอนเงินเข้าบัญชีในเวลาดังกล่าวเลย และประวัติการชำระปิดบัญชี จำนวน 24,000 บาทนั้นหายไปไหน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยตรวจเช็กให้ละเอียดด้วย และตนขอยืนยันว่าได้ชำระและปิดบัญชีแล้วตั้งแต่ปี 2553 ตามที่เจ้าหน้าที่ธนาคารบอก

อย่างไรก็ตาม ตนยังจะเดินหน้าขอความเป็นธรรมให้มีการตรวจสอบการชำระหนี้ของตนใหม่ แต่ถ้าจะให้นำใบเสร็จเมื่อ 10 ปีก่อนไปยืนยันคงหมดหนทางแน่นอน เพราะใบเสร็จดังกล่าวหายไปแล้ว เนื่องจากเวลาผ่านมาหลายปี และขอยืนยันว่าชำระหมดแล้ว จึงอยากขอวิงวอนทาง กยศ.และธนาคารตรวจสอบในระบบให้ละเอียด ซึ่งคิดว่าคงตรวจสอบและค้นหาข้อมูลได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับลูกหนี้ กยศ. หากชำระปิดบัญชีแล้วต้องขอหนังสือยืนยันจาก กยศ.ด้วย เพื่อจะไม่เกิดปัญหาเช่นเดียวกับตน