ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรมตำรวจ ใช้สิทธิ

9.01.26 | 12:16 น.

ธีรวัตร์ ผู้สมัครปชน. จี้ร.ร.นายสิบ ภ.9 เลื่อนฝึกไปหลังเลือกตั้ง เปิดทางผู้อบรมตำรวจ ใช้สิทธิ หลังไม่ยอมให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า

จากกรณี พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ระบุถึงนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) บางโรงเรียน ฝึกตลอดเดือนกุมภาพันธ์ โดยที่ผู้บังคับบัญชาไม่ได้จัดให้มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพื่อไปใช้สิทธิ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และไม่มีกำหนดปล่อยพักบ้านให้กลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ด้วย โดยทราบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 300 นาย เกรงว่าจะเป็นการเสียสิทธินั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ต.ท.ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล เปิดเผยทางแฟนเพจ ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล – Thirawat Panyatammakul ถึงกรณีดังกล่าวอีกครั้งว่า จากกรณีที่ผมได้โพสต์ไปก่อนหน้านี้ เรื่องที่โรงเรียนนายสิบตำรวจบางแห่งไม่ได้จัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า อันอาจทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ต่อมาได้มีหลายท่านสอบถามว่าเป็นโรงเรียนใด และมีผู้ให้ข้อมูลในแหล่งข่าวแล้วว่า หมายถึง ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 (โรงเรียนนายสิบตำรวจ ภาค 9) โดยมีข้อมูลระบุว่า

“นักเรียนนายสิบตำรวจ รุ่นที่ 15 ทั่วประเทศจะฝึกจบในวันที่ 30 มกราคมนี้ แต่เฉพาะภาค 9 จะต้องไปเข้ารับการฝึกรบพิเศษเพิ่มเติมที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 35 วัน”

Advertisement

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่ตั้งทะเบียนบ้านของนักเรียนนายสิบตำรวจ ขณะที่การฝึกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างไกลกันเป็นอย่างมาก และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีแนวทางหรือการดำเนินการจากผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจว่าจะจัดให้นักเรียนนายสิบตำรวจรุ่นดังกล่าวสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างไร

สิ่งที่ได้รับแจ้งมีเพียงให้ “แจ้งเหตุขัดข้องไม่สามารถไปเลือกตั้งได้ เนื่องจากติดภารกิจฝึกอบรม”

ส่วนตัวผมเห็นว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย และเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศอย่างยิ่ง โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 50 (7) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “บุคคลมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ”

จึงเกิดคำถามว่า ในกรณีเช่นนี้ การฝึกอบรมมีความสำคัญมากกว่าการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศใช่หรือไม่

ทั้งนี้ หากผู้บังคับบัญชาคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ ย่อมสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น

1.การเลื่อนการฝึกออกไปหลังวันเลือกตั้ง

2.หรือการจัดรถรับ-ส่งนักเรียนนายสิบตำรวจเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ซึ่งล้วนเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้จริง และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อสิทธิ หน้าที่ และหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สุดท้ายนี้ ผมขอเรียนต่อผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องว่า ข้อสังเกตดังกล่าวมิได้มีเจตนาทำให้หน่วยงานเสื่อมเสีย แต่เพื่อขอความชัดเจนในการกำหนดแนวทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้การฝึกอบรมกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง อันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ