ฐาปนีย์ ลุยจีนหารือเอกชนยักษ์ใหญ่การบิน – ซูเปอร์แอพพ์ ดันเที่ยวสองทางสู่เวิลด์คลาสเดสติเนชั่น
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเยือนประเทศจีนนั้น ททท.ได้ร่วมเดินทางเพื่อหารือร่วมกับภาคเอกชนจีนในรูปแบบ One-on-One เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางอากาศระหว่างไทยและจีน
โดยเฉพาะการสนับสนุนการกลับมาให้บริการเส้นทางบิน เฉิงตู-เชียงใหม่ และการเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ สนามบินหัวหินและสนามบินอู่ตะเภา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและกระตุ้นการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคจีนตะวันตก ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการเติบโตโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 โดยมีเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 5.13 ล้านคน สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 288,385 ล้านบาทในปีนี้
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า รวมถึง ททท.ได้หารือกับ Meituan เพื่อยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Data Exchange) เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ตลาด การจัดทำไทยแลนด์ เนชั่นแนล แคมเปญ ภายใต้แนวคิด Two-Way Tourism หรือเที่ยวสองทาง พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่เวิลด์คลาส แกสโทโนมี่ เดสทิเนชั่น ผ่าน Black Pearl Restaurant Guide และร่วมขับเคลื่อนโครงการทรัสเต็ด ไทยแลนด์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพเข้ามามากขึ้น
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจีนรายปีนับตั้งแต่โควิด-19 ได้แก่ ปี 2565 อยู่ที่ 5 แสนคน ปี 2566 อยู่ที่ 3.5 ล้านคน ปี 2567 อยู่ที่ 6.7–7.0 ล้านคน ปี 2568 อยู่ที่ 4–5 ล้านคน ถือเป็นปีที่เกิดการสะดุดจากประเด็นความเชื่อมั่น แต่ต้นปีที่ผ่านมามีสัญญาณการฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน มี 5 ด้าน ได้แก่ 1.การเปลี่ยนผ่านจากกรุ๊ปทัวร์สู่การเดินทางอิสระ (เอฟไอที)
2.การให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์มากกว่าปริมาณ นักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และชนชั้นกลางระดับบน ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการท่องเที่ยวมากกว่าการเดินทางในราคาประหยัด โดยมุ่งเน้นกิจกรรมที่มีคุณค่าและสะท้อนตัวตน และการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง
3.พฤติกรรม Digital-driven และอิทธิพลของ Social Media ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลสูงมาก 4.ความสำคัญของความปลอดภัยและความเชื่อมั่น และ 5.พื้นที่และจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน
“แม้นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงให้ความนิยมในแหล่งท่องเที่ยวหลักที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพัทยา แต่เริ่มมีแนวโน้มขยายตัวไปสู่จังหวัดรองมากขึ้น อาทิ เชียงใหม่ กระบี่ พังงา และเกาะสมุย โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบเอฟไอทีที่ต้องการประสบการณ์เฉพาะตัว แนวโน้มนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวที่เน้นสถานที่ไปสู่การท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้พื้นที่ใหม่ๆ สามารถพัฒนาและแข่งขันในตลาดได้มากยิ่งขึ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวในทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า การตลาด และการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว




