BDMS ชูเศรษฐกิจเวลเนสไทยโต 10.1% เปิด ‘WellEra’ ดันไทยสู่ Better Living Destination
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ กองบรรณาธิการมติชน จัดงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY : เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’
เวลา 15.00 น. น.ส.ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ โครงการ WellEra บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน สู่การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์สุขภาพและคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ Wellness Economy กลายเป็นกลไกใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจเวลเนสของไทยเติบโต 10.1% ในรอบปีที่ผ่านมา ขณะที่ Wellness Tourism เติบโต 36.4% อสังหาริมทรัพย์ด้านเวลเนสเติบโต 22.9% และธุรกิจสปาเติบโต 18% ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นเป็น อันดับ 7 ของโลก ด้านการเติบโตของเศรษฐกิจเวลเนส

“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก และเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนความสำเร็จด้านการท่องเที่ยว ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากสุขภาพ” น.ส.ฐิติพร กล่าว
น.ส.ฐิติพร กล่าวว่า พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปหลังวิกฤตโควิด-19 และความไม่แน่นอนของโลก ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม แต่ต้องการจุดหมายปลายทางที่ช่วยให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โลกกำลังเปลี่ยนแนวคิดจาก Lifespan หรืออายุขัย ไปสู่ Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยประเทศไทยมีอายุขัยเฉลี่ย 75.3 ปี แต่มี Healthspan เพียง 65.8 ปี หรือมีช่องว่างเกือบ 10 ปี
“ความท้าทายสำคัญ คือทำอย่างไรให้ Healthspan ยาวขึ้น ลดช่องว่างระหว่าง Healthspan กับ Lifespan เพื่อให้คนไม่ได้มีแค่อายุยืน แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดอายุขัย” น.ส.ฐิติพร กล่าว

น.ส.ฐิติพร กล่าวว่า หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และดูไบ ต่างใช้จุดแข็งของตนเองผลักดันอุตสาหกรรมเวลเนส โดยประเทศไทยก็มีจุดแข็งทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อาหารไทย การบริการ การแพทย์แผนไทย และมาตรฐานการรักษาระดับสากล ซึ่งควรบูรณาการเพื่อยกระดับจาก Tourism Destination ไปสู่ Better Living Destination สำหรับ BDMS จึงพัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้แนวคิด Everyday Wellness Ecosystem for Everyone เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย
“วันนี้คนไม่ได้มองแล้วว่าจะไปเที่ยวที่ไหนสวย หรืออาหารอร่อยอย่างเดียว แต่เริ่มมองว่าไปที่ไหนแล้วสุขภาพดีขึ้น ไปที่ไหนแล้วอยากกลับไปซ้ำ หรือสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้ในระยะยาว” น.ส.ฐิติพร กล่าว

น.ส.ฐิติพร กล่าวว่า โครงการนำหลัก 6S Framework ได้แก่ Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span มาประยุกต์ร่วมกับแนวคิด 6S+ Surrounding ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ น้ำ แสง เสียง และอุณหภูมิ ภายใต้มาตรฐานอาคาร WELL Platinum, Fitwel 3 Star และ LEED Gold Certified ทั้งนี้ WellEra จะประกอบด้วย Wellness Clinic, Lifestyle Mall, Urban Wellness Retreat และ Branded Residence โดย Wellness Clinic จะเน้นการดูแลเชิงป้องกัน พร้อมออกแบบแพ็กเกจให้ประชาชนเข้าถึงได้
“หลายคนคิดว่า Wellness ต้องใช้เงินเยอะ แต่เราเริ่มจากแพ็กเกจเล็ก ๆ เพื่อให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้” น.ส.ฐิติพร กล่าวและว่า นอกจากนี้ BDMS ยังเตรียมพัฒนาเส้นทางออกกำลังกายเชื่อมสวนลุมพินี และจัดตั้ง Health Center เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น

เมื่อถามถึงแนวทางการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มมัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยว ซึ่งถือเป็นผู้ดูแลนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดินทางมาถึงประเทศไทยจนเดินทางกลับ น.ส.ฐิติพร กล่าวว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ ไม่สามารถอาศัยเพียงบุคลากรทางการแพทย์ แต่ต้องยกระดับบุคลากรในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศการท่องเที่ยวและเวลเนส ทั้งมัคคุเทศก์ ผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการ ตลอดจนบุคลากรด้านบริการ เพื่อให้มีองค์ความรู้ด้านสุขภาพและสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวได้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเวลเนสจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคนให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรม

“เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดัน จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ไปสู่ Better Living Destination ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โครงการ WellEra มีกำหนดเปิดให้บริการในส่วน Retail, Wellness Clinic และ Urban Wellness Retreat ในปี 2572 ก่อนเปิดให้บริการส่วน Branded Residence อย่างเต็มรูปแบบในปี 2573 เพื่อเป็นต้นแบบระบบนิเวศด้านเวลเนสที่ผสานการอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ และไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน” น.ส.ฐิติพร กล่าว



