หน้าแรก เศรษฐกิจ ปัดฝุ่น มอเตอ...

ปัดฝุ่น มอเตอร์เวย์ M8 ชะอำ-ปราณบุรี ทล.เปิดรับฟังครั้งแรก เผยเสียงห่วง ขออย่ากระทบกลุ่มป่าแก่งกระจาน

10.06.26 | 17:47 น.

เปิดแผนมอเตอร์เวย์ M8 ชะอำ-ปราณบุรี กรมทางหลวงจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งแรก ศึกษาความเหมาะสม-ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยกระดับการคมนาคมสู่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ห้องสมอเรียง ชั้น 2 โรงแรมหัวหินแกรนด์ แอนด์ พลาซ่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอหัวหิน เป็นประธานเปิดการประชุม “การปฐมนิเทศโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 1)” โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมถึงศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม-ปราณบุรี ช่วงชะอำ-ปราณบุรี

ในการประชุมครั้งนี้มีนายเพิ่มวุฒิ บูรพาศิริวัฒน์ วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ผู้แทนกรมทางหลวง กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการ ขณะที่คณะผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมนำเสนอข้อมูลด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย นายจิรวัฒน์ ปัญญาโตนะ วิศวกรงานทาง นายณรงค์ฤทธิ์ อุปพลเถียร วิศวกรระบายน้ำ และนายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

พื้นที่ศึกษาโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ประมาณ กม.ที่ 109+000 (EIA กม.118+900) ต่อจากทางแยกต่างระดับท่ายาง (ที่ได้ออกแบบไว้แล้วในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-ชะอำ) ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และจุดสิ้นสุดบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ประมาณ กม.169+000 (EIA กม.178+900) ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งโครงข่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง มีระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล อาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้ ตามความเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคมในปัจจุบัน

นายอำเภอหัวหินกล่าวว่า ในนามของประชาชนในพื้นที่ขอขอบคุณกรมทางหลวงที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการศึกษาโครงการ การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอรายละเอียดโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การศึกษาและออกแบบโครงการมีความเหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

Advertisement

ด้านนายเพิ่มวุฒิกล่าวว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) สายนครปฐม-ปราณบุรี ช่วงชะอำ-ปราณบุรี เป็นหนึ่งในโครงข่ายคมนาคมยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศที่จะช่วยยกระดับการเดินทางและการขนส่งสู่ภาคใต้ โดยมีบทบาทในการกระจายปริมาณการจราจร ลดความแออัดบนถนนเพชรเกษมและถนนพระราม 2 เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการเดินทาง

ทั้งนี้ กรมทางหลวงเคยศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการดังกล่าวไว้เมื่อปี พ.ศ.2557 แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการขยายตัวของชุมชนในปัจจุบัน จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนผลการศึกษาใหม่ รวมถึงพิจารณาแนวคิดการบูรณาการโครงข่ายทางหลวงพิเศษร่วมกับระบบราง หรือ MR-MAP (MR1) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

กรมทางหลวงจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ดำเนินการทบทวนผลการศึกษาเดิม ปรับปรุงรูปแบบโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน พร้อมจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างรอบด้าน ควบคู่กับการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปประกอบการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นในอนาคต

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้เปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมแสดงความคิดเห็น สอบถามข้อสงสัย และเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาและพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ รวมถึงความต้องการของประชาชนและชุมชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ฝากความห่วงใยและขอให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มข้น เนื่องจากพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของกลุ่มป่าแก่งกระจาน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการ

ขณะที่นายสุวัฒน์ สมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย M8 ช่วงชะอำ-ปราณบุรี จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและรองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรหนาแน่นและการสะสมของปริมาณรถในช่วงวันหยุดและเทศกาล จึงเสนอให้เร่งผลักดันโครงการ พร้อมทั้งพิจารณาจัดทำทางคู่ขนาน ทางลอด หรืออุโมงค์ในจุดที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการสัญจรและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้แทนหน่วยงาน ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ยังได้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขัง การเวนคืนที่ดินของประชาชน ตลอดจนผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ พร้อมขอให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน กำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ประชาชนและผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้า ข้อมูลข่าวสาร และร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 (M8) ช่วงชะอำ-ปราณบุรี ได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของโครงการที่เว็บไซต์ www.m8chaam-pranburi.com