หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.เดินหน้าผล...

พณ.เดินหน้าผลักดัน โชวห่วยระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ มีลุ้น 4 ราย

26.03.21 | 11:27 น.

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีร้านค้าส่งค้าปลีก  4 แสนกว่าร้านค้า แบ่งเป็นร้านค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่-กลาง (นิติบุคคล) จำนวน 18,735 ร้านค้า และร้านค้าปลีกขนาดเล็กหรือร้านโชวห่วย ประมาณ 400,000 ร้านค้า ซึ่งผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกทุกขนาดต่างเร่งปรับตัวให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของภาคธุรกิจโดยรวม รวมถึง ความต้องการของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโจทย์สำคัญสำหรับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการเข้าไปส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย

“เป้าหมายสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้ร้านค้าโชวห่วย พร้อมรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนวิถีปกติใหม่ และวิถีปกติถัดไป กรมจึงเตรียมแพคเกจรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับร้านค้าโชวห่วยแต่ละขนาด เปรียบเสมือนการเตรียมอาวุธให้ผู้ประกอบการอย่างครบมือ ทั้งความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจค้าส่งค้าปลีก และโครงการช่วยเหลือ เช่น จัดชุดอุปโภคบริโภคช่วยเหลือร้านโชวห่วยขนาดเล็กเพิ่มสภาพคล่อง ประสานสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์”

นายทศพล กล่าวว่า ร้านค้าขนาดใหญ่ กรมเตรียมผลักดันให้เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยขณะนี้ มี 2 ร้านค้าโชวห่วยขนาดใหญ่ที่เป็นดาวเด่น  และอีก 2 ร้านค้าอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในจังหวัดกระบี่และอุบลราชธานี เบื้องต้น กรมได้ส่งผู้เชี่ยวชาญลงสถานประกอบการในการให้คำปรึกษาเชิงลึก การให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์และแผนการตลาด รวมถึงคำแนะนำขั้นตอนการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์  ร้านค้าโชวห่วยดาวเด่นทั้งหมด เป็นร้านระดับจังหวัดหรือระดับท้องถิ่นที่ผู้บริโภคคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กรมมีการพัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบขนาดกลาง – ใหญ่แล้วกว่า 213 แห่ง ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้ มีร้านค้าที่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ได้แล้ว 2 บริษัท คือ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) จ.เชียงราย และบริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) จ.สงขลา