แม้ประเทศไทยจะมีพื้นที่ทางบกคิดเป็นเพียงราวประมาณ 0.34% ของพื้นที่โลก แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของโลก ติดอันดับที่ 16 รวมถึงเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ความอุดมสมบูรณ์ดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ หากแต่เป็น “ทุนของประเทศ” ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการปกป้องและฟื้นฟู ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนและระบบนิเวศรุนแรงขึ้นทุกปี
ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าการอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากต้องอาศัยพลังของชุมชนและเครือข่ายในพื้นที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จึงริเริ่ม “โครงการรางวัลลูกโลกสีเขียว” ตั้งแต่ปี 2542 เพื่อยกย่องบุคคล ชุมชน และเยาวชนที่ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ก่อนยกระดับสู่ “สถาบันลูกโลกสีเขียว” ในปี 2553 จนปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ทั่วประเทศ มีผลงานรางวัลสะสม 887 ผลงาน เครือข่ายกว่า 5,953 คน และร่วมขยายพื้นที่ป่ากว่า 2.47 ล้านไร่
สำหรับพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ตั้งรับ ปรับตัว ลดผลกระทบ เตรียมพร้อมสู่โลกใหม่ อยู่รอดได้ด้วยสมดุล” สะท้อนบทบาทของชุมชนซึ่งเป็นด่านหน้าในการรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างแนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล-ยั่งยืน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความยินดีและเน้นย้ำถึงบทบาทของ ปตท. ในฐานะฟันเฟืองร่วมขับเคลื่อนว่า ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมา ปตท. ได้มุ่งมั่นสนับสนุนสถาบันลูกโลกสีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และยั่งยืนที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะสำเร็จไม่ได้หากขาดพลังความร่วมมือ เสียสละ รวมถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเครือข่ายชุมชนทุกท่านทั่วประเทศ ที่ร่วมกันเป็นกำลังหลักในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติมาโดยตลอด
การร่วมเดินทางตลอดเกือบ 3 ทศวรรษนี้ ถือเป็นการร่วมกันสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) และพื้นที่แห่งโอกาสที่เปิดให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีบทบาทในการดูแลโลก ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ปตท. ในการเติบโตร่วมกับคนไทย สร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทย ควบคู่ไปกับการเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน อันเป็นพันธกิจและทิศทางหลักที่ ปตท. ให้ความสำคัญในทุกย่างก้าว
“การมอบรางวัลในครั้งนี้คือการส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างการมีส่วนร่วม แต่อย่างไรก็ตาม งานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ในฐานะตัวแทนของ ปตท. ต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมการทุกท่านและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สละเวลามาร่วมกันทำงาน ปตท. ยังคงพร้อมที่จะเป็นส่วนเล็กๆ ในการหนุนเสริมความยั่งยืนให้แก่สถาบันฯ เพื่อสร้างสิ่งดีๆ แบบนี้ให้กับประเทศไทยต่อไป” ดร.คงกระพัน กล่าว

ศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว
ขณะที่ ศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว เปิดเผยว่า รางวัลลูกโลกสีเขียวจัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคคล ชุมชน ตลอดจนเครือข่ายที่อุทิศตนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้ไม่เพียงเป็นผู้ดูแลผืนป่า แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังเป็นผู้สร้างองค์ความรู้และถ่ายทอดแนวทางการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลให้กับสังคม
ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี สถาบันลูกโลกสีเขียวทำหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาควิชาการ ภาครัฐ ไปจนถึงภาคเอกชน เพื่อผลักดันการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนฐานการมีส่วนร่วม พร้อมถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบและขยายผลสู่พื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการสร้างคนรุ่นใหม่ ผ่านการสนับสนุนเครือข่ายเยาวชนให้เข้ามามีบทบาทในการสืบสานงานอนุรักษ์ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต
“การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไม่ใช่ภารกิจของคนหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน รางวัลลูกโลกสีเขียวจึงไม่ใช่เพียงการยกย่องผู้ทำความดี แต่เป็นการสร้างกำลังใจ สร้างเครือข่าย และส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติของตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่ร่วมดูแลโลกใบนี้ต่อไป” ศ. ดร.สนิท เผย

ชนินทร์ ชมะโชติ ประธานกรรมการประเมินคุณค่าผลงานรางวัลฯ ครั้งที่ 24
ในส่วนของกลไกการคัดเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานคุณภาพ ชนินทร์ ชมะโชติ ประธานกรรมการประเมินคุณค่าผลงานรางวัลฯ ครั้งที่ 24 ได้เผยถึงเบื้องหลังการทำงานอันเข้มข้นว่า การพิจารณารางวัลลูกโลกสีเขียวให้ความสำคัญกับทั้งคุณค่าของผลงานและกระบวนการคัดเลือกที่โปร่งใส โดยเริ่มตั้งแต่การสรรหาและลงพื้นที่ของคณะกรรมการภาคจากหลากหลายสาขา ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการประเมินคุณค่าลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเชิงประจักษ์ จากนั้นนำเสนอให้คณะกรรมการตัดสินพิจารณาในขั้นสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกผลงานที่ได้รับรางวัลเป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริง และสามารถขยายผลสู่สังคมได้
“แม้ว่ากระบวนการจะมุ่งเน้นไปที่การมอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือกลุ่มคนที่มีผลงานดีเด่น แต่เป้าหมายที่แท้จริงของสถาบันลูกโลกสีเขียว คือการนำผลงานทั้งหมดมาใช้เป็นต้นแบบ และสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ขยายผล รวมถึงส่งต่อให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างวิถีชีวิตและระบบนิเวศที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน” ชนินทร์ กล่าว
จากการบ่มเพาะและคัดกรองอย่างเข้มข้น ในปีนี้สถาบันลูกโลกสีเขียวมีความภาคภูมิใจที่จะประกาศรายชื่อ 17 ผลงานต้นแบบ จาก 4 ประเภทรางวัล ที่จะเป็นแรงบันดาลใจครั้งใหม่ให้กับสังคมไทย ดังนี้
ประเภทชุมชน 6 ผลงาน ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าไผ่ อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนบ้านคลองสมุย อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร, ชุมชนชาวสวนท้องร่องบ้านคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา, ชุมชนบ้านโพนไฮ หมู่ที่ 3 อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร, ป่าชุมชนเจริญสุข-สายบัว อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ และชุมชนบ้านทับเขือ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง

นิทรรศการผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24
ประเภทกลุ่มเยาวชน 5 ผลงาน ได้แก่ กลุ่มเยาวชน แต้โหล่น นักธุรกิจน้อย รักษ์ท้องถิ่น อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร, นักสืบสายน้ำมกุฎเมืองราชวิทยาลัย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง, กลุ่มเห็ดบูรณาการองค์ความรู้ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์, กลุ่มเยาวชนรักษ์ถิ่นโรงเรียนไพรบึงวิทยาคม อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 66 อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส
ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน 3 ผลงาน ได้แก่ ชุมชนบ้านหัวทุ่ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่, ชุมชนอนุรักษ์ป่าสาธารณะบ๊ะออนซอน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู และชุมชนตำบลกุดเสลา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ประเภทงานเขียน 3 ผลงาน ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ในนามของสิ่งที่พูดไม่ได้” โดย อติรุจ ดือเระ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ “กรุงชิงกรุงชัง” โดย รังสิมันต์ จุลหริก และ “ดาวโชคร้ายดวงต่อไป” โดย ณัฐฤทัย พลอยหิรัญ

วัชระ วรางกูล จากชุมชนชาวสวนท้องร่องบ้านคลองจุกกระเฌอ จังหวัดฉะเชิงเทรา
วัชระ วรางกูล ในฐานะตัวแทนผู้ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 จากชุมชนชาวสวนท้องร่องบ้านคลองจุกกระเฌอ จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า รางวัลลูกโลกสีเขียวไม่ใช่เพียงโล่รางวัลหรือประกาศเกียรติคุณ แต่เป็นกำลังใจสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ชุมชนร่วมกันลงมือทำมาตลอดมีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง
พร้อมขอบคุณสถาบันลูกโลกสีเขียว รวมถึงบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานของชุมชนและเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กๆ ได้รับการยอมรับ เป็นประกายแห่งแรงบันดาลใจที่จะจุดแสงสว่างนำทางให้พวกเราเดินหน้าดูแลทรัพยากรธรรมชาติบนแผ่นดินเกิด และส่งต่อโลกอันอุดมสมบูรณ์ใบนี้ให้แก่ลูกหลานในรุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี “รางวัลลูกโลกสีเขียว” จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการยกย่องผู้อนุรักษ์ธรรมชาติ หากแต่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ พลังของชุมชน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกในอนาคต

