สถานีคิดเลขที่ 12 : จบ-เจ็บ! : โดย จำลอง ดอกปิก

21.03.20 | 10:00 น.

ไวรัสมรณะโควิด-19 แพร่ระบาด ขยายวงกว้างทั่วโลก คนป่วยติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกขณะ
หลายชาติในยุโรป เอเชีย ประกาศมาตรการสูงสุด ปกป้องพลเมือง
ปิดประเทศ ปิดเมือง ประกาศภาวะฉุกเฉิน

สำหรับไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบบังคับใช้มาตรการ 6 ด้าน

สั่งปิดสถานที่ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตัดวงจรระบาดเป็นเวลา 14 วัน

ขณะเดียวกัน แม้มั่นใจว่า มาตรการนี้ เพียงพอรับมือ ควบคุมระบาด ไม่ถึงขั้นต้องงัดมาตรการพิเศษ ปิดเมือง ปิดประเทศ ห้ามการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ อย่างเช่นที่หลายประเทศดำเนินการ

แต่นายกฯ ก็ไม่วางใจสถานการณ์เท่าใดนัก ดังเห็นได้จากการเตรียมการ วางแผนรับมือ หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

Advertisement

อีกรูปธรรมการเคลื่อนไหวที่คล้ายเป็นสัญญาณว่า “บิ๊กตู่” กำลังคิดตัดสินใจ ออกนโยบายเข้มข้นกว่าเดิมคือ การเปิดหารือกับคณบดี คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์ อดีตรัฐมนตรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล นายกแพทยสภา ฯลฯ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติม

แต่เรื่องใหญ่ๆ อย่างการปิดประเทศนั้น

คงตัดสิน โดยประเมินจากตัวเลข สถิติป่วยไข้ จำนวนติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นรายวันเป็นหลัก ซึ่งหลายประเทศใช้เกณฑ์นี้ตัดสิน อาทิ ออสเตรเลีย ห้ามเดินทางเข้าประเทศ หลังจพบผู้ป่วย 600 คน เสียชีวิต 6 ราย, นิวซีแลนด์ปิดพรมแดนทั้งหมด เมื่อพบผู้ป่วย 28 คน, เวียดนามปิดเมืองหลวง ที่ยอดติดเชื้อทั่วประเทศ 76 คน ฟิลิปปินส์หยุดออกวีซ่าต่างชาติ เนื่องจากยอดติดเชื้อ 217 คน ดับ 17 ราย

ย้อนไปก่อนหน้านี้ อิตาลีปิดแคว้นลอมบาร์ดี และจังหวัดตอนเหนือ 8 มีนาคม เมื่อพบยอดติดเชื้อพุ่ง 5,883 คน เสียชีวิต 233 ราย

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแม้ยึดจำนวน ผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตเป็นเกณฑ์ปิดประเทศ ปิดเมือง แต่ๆ ละประเทศ ก็กำหนดจำนวนคนที่ติดเชื้อและเสียชีวิตต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ประกาศภายหลัง ในสัปดาห์นี้ ไม่ว่า ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศกลุ่มอาเซียน ดูเหมือนว่า มีการชิงตัดสินใจ โดยไม่รอให้ตัวเลขพุ่งทะยาน

แต่ก็ไม่เสมอไปเช่นกัน เพราะอย่างอังกฤษ ก็ใช้มาตรการเบา ปิดสถานศึกษาทั่วประเทศไม่มีกำหนด งดให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเท่านั้น ทั้งที่มีผู้ติดเชื้อ 2,626 คน เสียชีวิต 104 ราย

ประเทศไทยตัวเลข ผู้ป่วยวันศุกร์คือ 272 คน ยอดเสียชีวิตคงที่ 1 ราย

แต่เสียงเรียกร้อง ปิดประเทศ ปกป้องพลเมืองกระหึ่มดัง เนื่องจากผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน

บ้างว่าเรามีเวลาเหลือน้อยเต็มที ช้ากว่านี้ไม่ได้ ข้อมูลอิตาลีเขย่าขวัญ คล้ายปิดเมื่อสาย ตัวเลข 20 มีนาคม เสียชีวิตเพิ่มวันเดียว 427 ราย ยอดรวมทั้งประเทศดับพุ่ง 3,405 แซงหน้าจีนต้นตอระบาด ที่มียอดรวม 3,249 ราย ไปแล้ว

แต่รัฐบาลก็ยังนิ่ง มั่นใจเอาอยู่

ที่จริงดูจากสถิติ ประเทศต่างๆ ที่ประกาศปิดไป เทียบกับตัวเลขเมืองไทย ก็ไม่ถึงขั้นน่าตกอกตกใจเท่าใดนัก
แต่ที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ

ประชาชนแพนิกมาก อาจเกิดจากเหตุผล ความเชื่อหลายประการ

ไม่แน่ใจว่า เป็นตัวเลขเหยียบๆ หรือไม่ การติดตามสอบสวนโรคมีประสิทธิภาพหรือไม่ พูดอย่างไม่อ้อมค้อม ตรงไปตรงมาก็คือ ข้อมูลทางการสะท้อนตัวเลขจริงของการระบาดหรือไม่นั่นเอง

หวั่นเกรงว่า หากไม่รีบประกาศจะสายเกินไป
เนื่องจากแค่ตัดสินใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้ถูกเวลาด้วย

ช้าไป-เร็วไป ผลต่างกัน

กรณีจีนเป็นตัวอย่าง กรณีอิตาลีก็เป็นตัวอย่าง แต่ละประเทศไม่เหมือนกันก็จริงอยู่

แต่ถ้ารู้สถานะแท้จริงว่าขณะนี้อยู่ตรงไหน ก็จะตัดสินใจได้อย่างแม่นยำถูกต้อง ถูกเวลา

คำถามมีอยู่ว่า ขณะนี้สถานะที่แท้จริงประเทศไทย โควิดแพร่ระบาดมาก-น้อยขนาดไหน

ปิดยังทัน เสียหายน้อย หรือว่าปิดแล้ว ยับย่อยเหมือนอิตาลี!